พรรคประชาชนเดินหน้าชนระบอบสีน้ำเงินจับมือประชาธิปัตย์-สว.อิสระยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ส่งศาลฎีกาสั่งตั้งกรรมการอิสระไต่สวน ป.ป.ช. มุบมิบยกคำร้องฟอกขาว “ศักดิ์สยาม” พ้นคดีซุกหุ้น “เท้ง” ฟาด 4 ข้อหาหนัก หลักฐานมัดชัด ปกปิด ละเลย ตรวจสอบไม่โปร่งใสใช้ดุลพินิจไม่ชอบ ขู่ “โสภณ” ตุกติกยื่นสอบใช้อำนาจมิชอบ “สาทิตย์” จวกจงใจไม่วินิจฉัยปมผลประโยชน์ขัดกัน บริษัท “เสี่ยโอ๋” รับงานกระทรวงคมนาคม “ซาเล้ง” ยักท่ารอดูเนื้อหาคำร้องก่อน โยนแก้ รธน.เดินหน้าต่ออยู่ที่ สส.“ไอติม” ดักคอรู้ทันเกม ภท.ถอนชื่อหนุนร่างแก้ไข รธน.ฉบับ พท. เกมบีบสีน้ำเงินกินรวบผูกขาดแก้กติกาประเทศ บี้ตอบใช้เกณฑ์อะไรเบรกร่างแบบเดิมที่เคยโหวตผ่านมาแล้ว “มาร์ค” จ่อถกศาล รธน. เคลียร์ชัดปมเลือก ส.ส.ร. “อ๋อย” ยัน ปชช.เลือก ส.ส.ร.ขั้นต้น ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.พรรคประชาชน (ปชน.) ผนึกกำลังพรรคร่วมฝ่ายค้านและ สว.กลุ่มอิสระ เดินหน้าตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจกับระบอบสีน้ำเงิน ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระตรวจสอบคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ในคดีซุกหุ้นฝ่ายค้านยื่นฟัน ป.ป.ช.อุ้ม “ศักดิ์สยาม”เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 5 มิ.ย.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมพรรคการเมืองฝ่ายค้าน อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.พรรค ปชป. รวมถึงนางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ร่วมกันแถลงข่าวการยื่นคำร้องเรื่องกล่าวหาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กระทำการตามมาตรา 234 (1) ต่อประธานรัฐสภา ตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จากกรณีการยกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมในคดีซุกหุ้นเล่นงาน 4 ข้อหาฟอกขาวยกคำร้องนายณัฐพงษ์กล่าวว่า เนื้อหาที่อยู่ในคำร้องประกอบไปด้วย 4 ข้อกล่าวหาหลักคือ 1.ป.ป.ช. ใช้กระบวนการตรวจสอบไม่ชอบ มีข้อบกพร่อง เพราะป.ป.ช.ไม่ได้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในเชิงลึก ก่อนจะยกคำร้องที่เกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สิน ทั้งที่ระเบียบ ป.ป.ช.กำหนดให้ต้องทำอย่างถี่ถ้วน และต้องมีการตรวจสอบในเชิงลึกก่อน รวมถึงกรณีป.ป.ช.ไม่ได้มีการไต่สวนหรือแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ก่อนที่จะมีการยกคำร้องที่เกี่ยวกับฐานความผิดอาญา อีกทั้ง ป.ป.ช.ยังไม่ได้มีการเรียกผู้ร้องมาให้ถ้อยคำ และไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบกรณีการทำนิติกรรมอำพราง หรือเส้นทางทางการเงินตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยไต่สวนไว้ 2.ป.ป.ช.ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคดีนี้ไม่ชอบ ไม่พิจารณาอย่างตรงไปตรงมา ผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง เช่น ป.ป.ช.วินิจฉัยว่านายศักดิ์สยามไม่มีเจตนาจงใจในการยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการไต่สวนกรณีนี้ไว้แล้ว ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ รวมถึงการละเว้นการวินิจฉัยในประเด็นที่สำคัญว่านายศักดิ์สยามยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน จำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่นหรือไม่ซัดจงใจปกปิด ตรวจสอบไม่โปร่งใสนายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า 3.ป.ป.ช.จงใจปกปิด พฤติการณ์ตรวจสอบไม่โปร่งใส ป.ป.ช.เพิกเฉย และไม่ตรวจสอบ ไม่ตอบสนองคำขอจากผู้ร้องในการเข้าถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับกระบวนการการตรวจสอบ รวมถึงความล่าช้าและเพิกเฉยต่อการเปิดเผยผลการตรวจสอบ เช่น มติคำร้องเรื่องบัญชีทรัพย์สิน ตั้งแต่เดือนกันยายนปี 68 และมติยกคำร้องเรื่องคดีอาญา ตั้งแต่ ก.พ.69 แต่เพิ่งจะมีการออกแถลงการณ์สู่สาธารณะ เมื่อเดือน เม.ย.69 โดยไม่มีการแจ้งผลต่างๆเหล่านั้นกลับมายังผู้ร้องโดยตรง 4.ป.ป.ช.จงใจละเว้นละเลยไม่ตรวจสอบในมูลฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การตรวจสอบและวินิจฉัยฐานความผิดในคำร้องหรือข้อเท็จจริงในคดี อย่างความผิดฐานขัดกันแห่งผลประโยชน์ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช.มาตรา 126 เป็นต้นชี้หลักฐานมัดแน่นจี้ส่งศาลฎีกาไต่สวนนายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า หลังจากได้รวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภา ตามมาตรา 236 จะเป็นหน้าที่ประธานรัฐสภาใช้ดุลพินิจตรวจสอบตามคำร้องตาม หลักฐานที่ตนได้แสดงว่ามีเหตุอันควรสงสัยหรือไม่ ประธานรัฐสภาไม่ได้มีอำนาจในการวินิจฉัยว่า ป.ป.ช.ผิดหรือไม่ผิด แค่ใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยว่ามีเหตุอันควรสงสัยหรือไม่ ในมุมของตัวเองและเพื่อนสมาชิกที่มาร่วมลงชื่อกัน พวกเราเชื่อว่าหลักฐานที่เราได้แนบมาในคำร้องนี้ยืนยันแล้วว่ามีเหตุอันควรสงสัยเพียงพอ ประธานรัฐสภาควรจะต้องส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกาฯให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ เพื่อดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดขู่ปัดตกเจอยื่นสอบใช้อำนาจมิชอบเมื่อถามว่าหากประธานรัฐสภาไม่ส่งเรื่องแล้วจะทำอย่างไรต่อ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อาจจะมีช่องทางกฎหมายอื่น ยังไม่ขอลงรายละเอียด ผู้ใช้อำนาจรัฐไม่ว่าจะเป็นใครรวมถึงประธานรัฐสภา หากใช้อำนาจโดยมิชอบ มีช่องทางยื่นร้องตรวจสอบ เมื่อถามว่า การไม่ส่งเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พยานหลักฐานที่รวบรวมมาไม่น่าจะปฏิเสธได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัยหรือเชื่อได้ว่า หาก ประธานรัฐสภาจะปัดตก นอกจากค้านต่อสายตาสังคม เชื่อว่าอาจจะเป็นการใช้ดุลพินิจที่อาจไม่ถูกต้อง เมื่อมองจากมุมมองของพวกเราฉะจงใจไม่วินิจฉัยปมผลประโยชน์ขัดกันด้านนายสาทิตย์กล่าวว่า ยืนยันเรื่องการเมืองสุจริต การดำเนินการของ ป.ป.ช.ในคดีนี้มีสิ่งชวนสงสัยว่าดำเนินการไม่ถูกต้องหลายประการ จึงได้ร่วมกับพรรค ปชน. พรรคฝ่ายค้านและวุฒิสภาลงนามส่งเรื่องไปยังประธานรัฐสภา หยิบยกการวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ที่แถลงข่าวก่อนหน้านี้ พรรค ปชป.เห็นว่ามีบางประเด็นที่ ป.ป.ช.จงใจไม่วินิจฉัย การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้มีข้อยุติทั้งเรื่องข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย โดยได้ยื่นเรื่องไปยัง ป.ป.ช. อีก คำร้องหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในประเด็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หวังว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว และพรรค ปชป.จะเกาะติดเรื่องนี้เป็นระยะๆ คือเรื่องการขัดกันของผลประโยชน์ พรรค ปชป.จึงทำคำร้องอีกหนึ่งคำร้องร้องไปยัง ป.ป.ช.ให้เริ่มไต่สวนดำเนินคดีต่ออดีตรัฐมนตรีศักดิ์สยาม เรื่องการขัดกันของผลประโยชน์ ข้อเท็จจริงคือบริษัทที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นของนายศักดิ์สยาม เข้าไปรับงานจากกระทรวงคมนาคม หน่วยงานในกำกับของนายศักดิ์สยาม เป็นประเด็นขัดกันของผลประโยชน์ชัดเจน แต่ ป.ป.ช.จงใจละเลย ไม่วินิจฉัยประเด็นนี้บี้เร่งส่งศาลเคลียร์ครหาระบอบน้ำเงินน.ส.นันทนากล่าวว่า ในนาม สว.อิสระที่ร่วมลงชื่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องอื้อฉาวที่สุด ประชาชนคนไทยทั้งประเทศรับรู้ มองจากดาวอังคารก็เห็นการยกคำร้องที่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขัดความ รู้สึกของประชาชนทั้งประเทศ ถ้าประธานรัฐสภาใช้เวลายาวนานตรวจสอบรายชื่อ แล้วจะใช้ดุลพินิจระงับคำร้องนี้ ไม่ส่งไปยังประธานศาลฎีกาหรือไม่ ถ้าหากไม่ส่งต้องตอบคำถามประชาชนทั้งประเทศว่า ที่ไม่ส่งเป็นไปตามคำครหานินทาเรื่องระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ ประชาชนตรวจสอบและรอดูอยู่ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานรัฐสภาจะเร่งตรวจรายชื่อและส่งไปยังศาลฎีกาโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้ยาวนานพอสมควร เราต้องการความจริง ประธานรัฐสภา ทำให้ความจริงเหล่านี้ปรากฏแก่สายตาประชาชนได้ หวังว่าประธานรัฐสภาจะเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อให้คำตอบนี้แก่สายตาประชาชน ไม่เป็นที่ครหาเรื่องระบอบสีน้ำเงินต่อไป“โสภณ” ยักท่ารอดูเนื้อหาคำร้องขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นหนังสือต่อประธานสภาฯ เพื่อร้องเรียนกล่าวหาถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีเกี่ยวข้องกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบว่า เขายังไม่ยื่นมาตนยังตอบไม่ได้ต้องรอเขายื่นมาก่อน เมื่อถามย้ำว่าจะมีการพิจารณาเบื้องต้นหรือไม่ว่าจะมีการรับไว้หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า เรื่องรับหนังสือต้องรับไว้อยู่แล้ว แต่ว่าให้เขายื่นมาก่อนแล้วค่อยดูในเนื้อหาโยนแก้ รธน.ไปต่อหรือไม่อยู่ที่ สส.เมื่อถามถึงกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่นำไปปรับแก้หลังพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุส่อขัดรัฐธรรมนูญหากยื่นต่อประธานรัฐสภาล่าช้า จะเลื่อนวาระประชุมจากกำหนด การเดิมออกไปหรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า ไม่ทราบอยู่ที่ สส. ประธานมีหน้าที่บรรจุวาระ ถ้าสมาชิกพร้อมมาพิจารณาได้ ถ้าเราอยากเห็นการแก้ไขเป็นไปด้วยความเรียบร้อยรวดเร็ว ต้องคุยกันให้เข้าใจกัน ส่วนกรณีนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ระบุจะมีภาคประชาชนร่วมยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญด้วย แต่อาจต้องขอให้ประธานสภาขยายเวลาเพื่อรอรวบรวมรายชื่อ นายโสภณกล่าวว่า “ไม่รู้ๆ จะเอาเสียงคนนั้นพูด คนนี้พูดให้ตอบ ผมไม่ตอบ”“ไอติม” จี้ ภท.ตอบเกณฑ์ถอนชื่อร่าง พท.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรค ภท.และ สส.พรรค กธ. ถอนชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรค พท.ว่า จะมีสัญญาณอะไรหรือไม่ ให้ถามพรรคที่มีมติ แต่ข้อเท็จจริงต่อการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเมื่อปลายปี 68 ตอนนั้นพรรค ปชน.เปิดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หลักการไม่ต่างจากพรรค พท.ที่ให้ประชาชนเลือกส่วนหนึ่งและให้รัฐสภาคัดเลือกผู้ร่าง ตอนนั้น สส.และ สว.เห็นชอบกับฉบับของพรรค ปชน. ส่วนฉบับพรรค พท. ไม่ได้เสียง สว.ที่เพียงพอ แต่ สส.พรรค ภท. สนับสนุนรับหลักการ หากยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาอ้าง เพื่อพยายามไม่ร่วมลงชื่อกับฉบับของพรรค พท. รวมถึงไม่โหวตรับหลักการฉบับของพรรค ปชน. หรือพรรค พท. ต้องตอบสังคมด้วยว่าใช้หลักเกณฑ์อะไรรู้ทันเกมบีบสีน้ำเงินกินรวบผูกขาดกติกาเมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนหรือไม่ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญบีบให้เหลือช่องทางเดียว นายพริษฐ์กล่าวว่า เป็นการตั้งข้อสังเกตที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น เคยตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของระบอบสีน้ำเงินมี 2 เป้าหมายเพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ คือทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่สะดุด เพื่อให้สังคมอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดโอกาสให้เกิดการฮั้วได้ทั้งกระดาน หรือปล่อยให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้า แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ผูกขาดกำหนดกติกาได้มาของ ส.ส.ร. คัดเลือกผู้ร่างหรือชี้ขาดเนื้อหา หวังว่าสัญญาณที่ส่งมาจะไม่ใช่ความพยายามทำให้ในวาระแรก มีเพียงร่างของพรรค ภท.เท่านั้นที่ผ่านไปได้ จึงต้องสู้ทีละขั้นตอน วาระหนึ่งต้องพยายามให้ทุกร่าง และนำความเห็นต่างในหลายประเด็นไปถกต่อในชั้น กมธ.แม้เป็นเสียงข้างน้อย แต่หากประชาชนมองว่าสิ่งที่เราเสนอตอบโจทย์ประเทศ ประชาชนขานรับ จะเป็นพลังหนุนนำไปทำความเข้าใจกับ กมธ. เมื่อถามว่าสุดท้ายหากไม่มีช่องทางให้ประชาชนหยั่งเสียงจะยอมรับได้หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เรามีหลักการของเรา ขั้นตอนสำคัญต่อเป้าหมายหลักเฉพาะหน้าคือพยายามทำให้ร่างของพรรค ปชน.ผ่านวาระแรก และให้หลักการถูกสนอง โดย กมธ.เสียงข้างมากที่จะตั้งขึ้นจ่อถกศาล รธน.ขอชัดเจนเลือก ส.ส.ร.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ร่างแก้ไขของพรรค พท.เท่าที่เห็นเป็นร่างคล้ายคลึงกับที่เคยเสนอมาก่อนหน้านี้ และพรรค ภท.เองเคยลงมติรับหลักการไปแล้ว แต่พอมาครั้งนี้กลับตั้งแง่ว่าหากให้ประชาชนมามีส่วนร่วมเลือก ส.ส.ร.จะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในข้อเท็จจริงศาลฯเพียงแต่บอกว่าไม่ให้เลือกโดยตรงเท่านั้น จึงยังไม่เห็นว่าร่างของพรรค พท. หรือพรรคอื่นเป็นการเลือก ส.ส.ร.โดยตรงอย่างไร ส่วนร่างของพรรค ปชป.เราใช้วิธีหยั่งเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่น่ามีปัญหา ในฐานะอยู่ในคณะ กมธ.กิจการศาลและองค์กรอิสระ สภาฯเรากำลังจะเดินทางไปเข้าพบศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความกระจ่างในเรื่องนี้ว่า คำว่า “ไม่ให้เลือกโดยตรง” หมายความว่าอย่างไร น่าจะช่วยคลี่คลายปมปัญหาตรงนี้ได้ฉะ รบ.อ้างกู้ช่วย ศก.เกาไม่ถูกที่คันนายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ข้อกฎหมายยังต้องรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แม้รัฐบาลพยายามชี้แจง แต่ที่รัฐบาลชี้แจงไปยังไม่ตรงถึงจะพูดถึงปัญหา ไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่า เงินที่นำไปใช้จะแก้ปัญหาตามที่อ้างได้อย่างไร เพราะปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจปัจจุบัน ไม่ใช่กำลังซื้อเป็นหลัก ตัวเลขจาก ธปท.ยืนยันชัดเจน การทุ่มเงินลงไปใน 2 แสนล้านบาทก้อนแรก ไม่ตอบโจทย์ต้นทุน ความเป็นจริงยังมีวิธีอื่นอีกมากมายทำได้โดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มหนี้สาธารณะ โครงการไทยช่วยไทย พลัส ช่วยกระตุ้นได้ระดับหนึ่ง แต่ร้านค้าจำนวนมากยังคงเดือดร้อน นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนไปผูกโยงการยื่นภาษี รมว.คลังย้ำช่วยเหลือมุ่งเป้าแต่ทางปฏิบัติกลับสวนทางกัน คนฐานะดีพอสมควรกลับได้เข้าร่วม ขณะที่รัฐกลับมาไล่บี้กับคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพียงเพราะลูกหลานเอาเงินมาช่วยจุนเจือและนำไปหักลดหย่อนภาษี รัฐกลับจะไปตัดสิทธิเขายังมาบังคับให้เลือกอีกว่าจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษี หรือจะถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง“อ๋อย” ยันร่าง พท.ไม่ขัดศาล รธน.เมื่อเวลา 13.30 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.โพสต์เฟซบุ๊กว่า ยืนยันรูปแบบและวิธีการได้มาซึ่ง ส.ส.ร.ตามร่างของพรรค พท.ไม่ขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คืออันเดียวกัน กับที่พรรค พท.เคยเสนอครั้งก่อน ยืนยันรูปแบบ วิธีการนี้มาตลอด ผู้ร่วมกันคิดยกร่างและนำเสนอต่อที่ประชุม สส.พรรคก่อนลงชื่อกันได้ศึกษาและพิจารณารอบคอบแล้วว่าไม่มีอะไรขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ได้ให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ให้ประชาชนเลือกในขั้นต้น แล้วรัฐสภาเป็นผู้ตัดสินสุดท้าย ดีกว่าให้รัฐสภากำหนดทุกอย่างเองหมด หวังว่าผู้บริหารพรรค พท.จะเข้าใจความสำคัญเรื่องนี้ ช่วยชี้แจงให้พรรค ภท. คลายความกังวลลงได้ และหวังว่าหากนำเข้าที่ประชุมพรรค พท. สส.ส่วนใหญ่จะช่วยกันรักษาเนื้อหาสาระนี้ไว้ ตามที่ได้พูดกับประชาชน“เท้ง”ตัดจบบทบาท “สุรพล”เหมาะแล้วที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสไม่พอใจการตั้งนายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีม.ธรรมศาสตร์ เป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้ว่าฯ กทม. ว่า ตนหรือตัวแทนพรรคอธิบายไปหมดแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะขอขยายเพิ่มเติม นายสุรพลออกสื่ออธิบายตัวเองไประดับหนึ่งแล้ว ขออนุญาตไม่ขยายอะไรเพิ่มเติมดีกว่า เมื่อถามว่าจะไม่เป็นการผลักมวลชนหรือไม่ เพราะมีนักวิชาการหลายคนไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ศาสตราจารย์ประจำศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ผู้ลี้ภัยการเมือง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เข้าใจและเห็นการสื่อสารของนายปวินและหลายคนที่นิยามตัวเองเป็นฝั่งประชาธิปไตย อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าโจทย์เราต้องการเอาชนะระบอบสีน้ำการเมืองผูกขาด ต้องพยายามขยายแนวร่วม เปิดกว้างโดยที่เราไม่เสียตัวตน บทบาทของนายสุรพลเหมาะสม เพราะไม่ได้มีบทบาทตัดสินใจการเมืองสำคัญๆให้กับพรรคย้ำ ปชน.ยังตรวจสอบเขากระโดงอยู่เมื่อถามว่าการตรวจสอบยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ เช่น เขากระโดงหรือเรื่องเกี่ยวกับระบอบสีน้ำเงิน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยังตรวจสอบอยู่ กรณีเขากระโดง ยังมีเพื่อนสมาชิกพรรค ปชน.กำลังรวบรวมหลักฐานข้อมูลตรวจสอบพร้อมเดินหน้าทุกอย่างหมดแล้ว เพียงแต่พยายามเลือกใช้ช่องทางที่คิดว่ามีความเหมาะสมมากที่สุดปชน.ยื่นฟัน “นพ.สรณ” พ้น ปธ.กสทช.เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.พร้อม น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ปชน.เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มอบหลักฐานเป็นรายงานคณะกมธ.เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม วุฒิสภาชุดที่ผ่านมายืนยันกรณีศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ชัดเจนตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 มาตรา 7 ข. (12)มาตรา8 และมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 18 และมาตรา20ชี้หลักฐานมัดชัดเจนขาดคุณสมบัติน.ส.รักชนกกล่าวว่า รายงานชี้ให้เห็นการกระทำเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ 2 กรณีหลัก ดังนี้ 1.กรณีประกอบวิชาชีพแพทย์และรับรายได้จากเอกชนขณะเป็นประธาน กสทช.ตามหนังสือลับของ ม.มหิดล ร้ายแรงกว่านั้น ข้อมูลแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ปีภาษี 2565 จากกรมสรรพากร ระบุชัดเจนว่า นพ.สรณยังคงมีเงินได้ประเภทวิชาชีพอิสระ (การประกอบโรคศิลปะ) จากคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2565 หลังได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช.แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นในปีภาษี 2565 และ 2566 ยังปรากฏหลักฐานการรับรายได้จากบริษัท เมอร์ค จำกัด บริษัทจำหน่ายเวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ อันเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระอื่นระหว่างดำรงตำแหน่ง 2.กรณีได้รับเลือกเป็นกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ โดยมิได้ลาออกตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 12 เม.ย.65 ข้อเท็จจริงเหล่านี้ปรากฏมาหลายปี แต่กลับไม่มีใครนำผู้ทำผิดกฎหมายออกจากตำแหน่งได้ หวังอย่างยิ่งว่าคณะกรรมการสรรหาฯจะทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ขอให้ทุกท่านกล้าหาญทำในสิ่งที่ถูกต้อง รักษาผลประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน เป็นหมุดหมายแรกชำระล้างองค์กรอิสระอย่าง กสทช.จริงจังเสียทีจี้ รบ.เลิกเกียร์ว่าง–อุ้มระบอบสีน้ำเงินด้าน น.ส.ภคมนกล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถแกล้งทำเป็นเกียร์ว่างหรือมองไม่เห็นอีกต่อไป ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ใช่ส่วนหนึ่งของระบอบสีน้ำเงิน ที่แผ่อิทธิพลเข้าครอบงำองค์กรอิสระ แล้วจงใจหลับตาข้างเดียว เพื่ออุ้มชูคนของตัวเองที่ขาดคุณสมบัติทางกฎหมายอย่างสิ้นเชิง ให้ยังคงมีอำนาจล้นฟ้าในการอนุมัติเม็ดเงินมหาศาล โดยเฉพาะเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)รบ.ไม่กังวล พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญ ให้ผู้เกี่ยวข้องทำความเห็นเพิ่มเติมเรื่องการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทภายใน 7 วันว่า รัฐบาลไม่ต้องชี้แจงเพิ่มเติม เพราะส่งคำชี้แจงไปหมดแล้ว จากที่ติดตามข่าวคิดว่าศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ผู้เชี่ยวชาญ 4-5 คนตามที่ศาลระบุให้ความเห็นทางวิชาการเพิ่มเติมเป็นเรื่องปกติในทุกคดี หลังจากนี้เมื่อศาลได้รับคำชี้แจงเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ ศาลจะนัดประชุมว่าจะมีมติอย่างไรต่อไป เป็นขั้นตอนตามปกติ ตนและรัฐบาลไม่ได้กังวล ตอนที่ควรกังวลที่สุดคือก่อนออก พ.ร.ก.และกฎหมายทุกฉบับ รัฐบาลมั่นใจว่าสถานการณ์ตอนนั้นมีความจำเป็นเร่งด่วน และเป็นไปเพื่อการรักษาความมั่นคงเศรษฐกิจของประเทศ ขณะนั้นเราไม่ทราบว่าสถานการณ์จะเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์ทางการเงินเราตอนนั้นไม่ค่อยดี จึงต้องใช้วิธีดังกล่าว ต้องเชื่อกระทรวงการคลังแม่บ้านรัฐบาลว่ามีผลกระทบต่อความมั่นคงเศรษฐกิจประเทศหรือไม่ การมาพูดหลังสถานการณ์เปลี่ยนสามารถพูดได้หมดเร่งปราบอาชญากรรมทุกรูปแบบเมื่อเวลา 13.30 น.ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 นายอนุทิน กล่าวเปิดประชุมว่า นโยบายสำคัญของรัฐบาลคือสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบ ปรามกระบวนการสแกมเมอร์ การปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด มีต่างชาติมาพักอาศัยประกอบธุรกิจอยู่ในประเทศเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทำธุรกิจแข่งขันกับคนไทย ใช้คนสัญชาติไทยมาเป็นนอมินีทำธุรกรรมต่างๆ ตั้งเป็นชุมชนในหลายพื้นที่เป็นเอกเทศ ถ้าเรายังคงปล่อยไว้ อาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต จะก่อความเสียหายกับทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง“อนุทิน” ชี้ “ทักษิณ” พ้นโทษตามขั้นตอนต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษว่า ยังไม่ได้เจอและพูดกัน อย่างที่บอกแสดงความยินดี รู้สึกโอเค ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนการจะถอดกำไล EM วันที่ 8 มิ.ย.ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อถามว่าในอนาคตจะเข้าไปพูดคุยกันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ทางการเมืองตนคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรค พท. และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯ เรื่องการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่าเชื่อว่านายทักษิณจะวางมือทางการเมืองจริงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าถามในฐานะเคยทำงานเป็นรัฐมนตรีของนายทักษิณมา ต้องเชื่อว่าความตั้งใจของท่านเป็นอย่างไร ต้องเชื่อ ไม่ต้องกังวลว่านายทักษิณจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการทำงานของ ครม. และพรรคร่วมรัฐบาล คนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ ครม.คือประชาชน รัฐบาลฟังประชาชนเท่านั้น ไม่ต้องกังวลเลยว่าพวกตนจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของใคร แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัดไม่รู้กี่เรื่องแล้ว คนที่รัฐบาลต้องฟังคือพี่น้องประชาชน นี่ไม่ใช่วาทกรรม แต่เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นสัจธรรม ส่วนกรณีพรรค ภท.ถอนชื่อหนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พท.ทุกอย่างได้หารือกันด้วยความเข้าใจอันดี ไม่มีปัญหาอะไรเลย“รุทธพล” เซ็นตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบผู้เข้าเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษว่า วันที่ 4 มิ.ย.ได้ลงนามตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษของแต่ละจังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่าฯ หรือผู้แทนอัยการจังหวัด ผู้บัญชาการเรือนจำ/ผอ.ทัณฑสถานแล้ว แต่ละจังหวัดจะประชุมพิจารณารายละเอียดของผู้ได้รับการพ้นโทษ แต่ละจังหวัดอาจประชุมพิจารณาไม่ตรงกัน อยู่ที่ความพร้อมของคณะกรรมการในจังหวัดนั้นๆ ส่วนขั้นตอนสุดท้ายคงส่งมากรมราชทัณฑ์ปลัด ยธ.คาดขั้นตอนแล้วเสร็จ มิ.ย.ด้านนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนกระบวนการปล่อยตัวคุมประพฤตินายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่าจะมีคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ จะนัดวันประชุมเร็วๆนี้ กรอบระยะเวลาการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ไม่เกิน 120 วัน แต่ส่วนใหญ่จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความพร้อมของเรือนจำแต่ละจังหวัด มีจำนวนมากน้อยไม่เท่ากัน ครั้งนี้มีผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษทั่วประเทศจากทุกเรือนจำกว่า 1 หมื่นคน ขั้นตอนหลังจากคณะกรรมการฯประชุมแล้ว จะมีการออกใบบริสุทธิ์ กรณีนายทักษิณขึ้นอยู่กับเขตอำนาจศาลธนบุรี จากนั้นจะนำใบไปยื่นขอออกจากการคุมประพฤติ ถือว่าสิ้นสุดกระบวนการ น่าจะเสร็จสิ้น เดือน มิ.ย.เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ“ชุมสาย” ร้องนายกฯปราบมาเฟียภูเก็ตเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายชุมสาย ศรียาภัย อดีตรองโฆษกพรรค พท. ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ขอให้แก้ไขปัญหามาเฟียผู้มีอิทธิพลเรียกค่าคุ้มครองและกระทำความผิดกฎหมายบ้านเมือง ฐานกรรโชกทรัพย์อั้งยี่ ความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ผ่าน น.ส.พลอยทะเล ลักษณมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ นายชุมสายกล่าวว่า หลังนายกฯมีข้อสั่งการแก้ปัญหามาเฟียและลงพื้นที่หาดบางเทา จ.ภูเก็ต แต่ยังมีผู้มีอิทธิพลเรียกเก็บค่าคุ้มครองผู้ประกอบการในพื้นที่อื่นของ จ.ภูเก็ตอีกมาก เช่น ซอยแสนสบาย ต.ป่าตอง อ.กะทู้ มีผู้ประกอบการรายหนึ่ง “อักษรย่อ นาย ว.” อ้างมีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในจังหวัด ไปเรียกเก็บค่าคุ้มครองจากผู้ค้ารายย่อย ที่รุกล้ำที่ดินเอกชนแห่งหนึ่ง เดือนละ 1 ล้านบาท ได้ร้องเรียน ผวจ.ภูเก็ต แต่เรื่องเงียบหาย แจ้งความร้องทุกข์ สภ.ป่าตองไว้ 3 คดี บางคดีเจ้าหน้าที่เร่งรัด แต่บางส่วนดึงเรื่องล่าช้า เพราะไม่ได้อยู่ในจุดที่รัฐบาลโฟกัส ที่น่ากังวลมีเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนด้วย“เจมส์” ควง “มาร์ค” หาเสียงบางกะปิเมื่อเวลา 07.00 น. ที่สวนพฤกษชาติคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นายอนุชา บูรพชัยศรี หรือเจมส์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรค ปชป.เบอร์ 5 พร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและคณะผู้บริหารพรรค และนายปรัชญา ศรีสอาด ผู้สมัค ส.ก. เบอร์ 3 เขตบางกะปิ ลงพื้นที่หาเสียงตลาดแฟลตคลองจั่น นวมินทร์ ซอย 8 พบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ที่ทักทายขอถ่ายรูปกันคึกคัก นายอนุชากล่าวว่า ชาวบางกะปิสะท้อนปัญหาความสะอาด การจัดการทางเท้า และปัญหาแรงงานต่างด้าวแฝงใน กทม. ถ้ามีโอกาสเข้ามาบริหารจะทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและมั่นใจว่าคนไทยไม่โดนเบียดบังการค้าขาย“ชัชชาติ” จี้ตรวจทุจริตอย่าทำแค่ตอน ลต.ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 ลงพื้นที่หาเสียงพื้นที่เขตสวนหลวง-ประเวศ นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ถึงข้อครหาทุจริตการซื้อขายตำแหน่งแต่งตั้ง ผอ.สำนักงานเขต ว่า ได้ให้ทีมงานมอนิเตอร์แล้ว ขอบคุณทุกทีมงานที่ร่วมตรวจสอบ ดีใจที่มีกระแสต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน แต่ขอให้เป็นกระแสต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงหาเสียงเลือกตั้ง กทม.มีช่องทางให้ร้องเรียนคอร์รัปชันผ่านทราฟฟี่ฟองดู การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ก่อนลาออกได้ทำตามระเบียบ ไม่อยากทิ้งภาระไว้ให้คนอื่น อยากรีบเคลียร์ให้จบ ไม่อยากปล่อยให้ค้างอีกเป็นเดือน และได้ทำตามที่คณะกรรมการให้คำแนะนำน.ส.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. คณะทีมงานนายชัชชาติกล่าวว่า ตอนแรกที่ผู้ร้อง ร้องไปยังคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ร้องเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกไม่ได้ร้องการทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือมีมูลเหตุใดๆทั้งสิ้น ขอยืนยันว่ากระบวนการทุกอย่างทำถูกต้องตามระเบียบ การปฏิบัติราชการ ไม่ได้มุบมิบทำหรือซ่อนเร้น เกณฑ์การแต่งตั้งสามารถอธิบายได้ป.ป.ช.ชี้ “เทวฤทธิ์”รวยผิดปกติ 37 ล้านวันเดียวกัน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.แถลงว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ครั้งดำรงตำแหน่ง สส.หนองคาย พรรคไทยรักไทย ร่ำรวยผิดปกติรวม 37,431,641 บาท จากการไต่สวนพบว่าช่วงที่นายเทวฤทธิ์ดำรงตำแหน่ง สส.ปี 2551-2554 มีรายได้ตามแบบแสดงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารวม 4,203,489 บาท มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ไม่สัมพันธ์รายได้และไม่สามารถพิสูจน์ที่มาทรัพย์สินได้ ดังนี้ เงินฝากธนาคารในชื่อนายเทวฤทธิ์ 4 บัญชีรวม 31,064,731 บาท เงินที่นำไปชำระหนี้ 3 รายการเป็นเงิน 2.5 ล้านบาท รถยนต์ในชื่อนายเทวฤทธิ์ 3 คันมูลค่า 3,866,910 บาท จึงมีมตินายเทวฤทธิ์ร่ำรวยผิดปกติ ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวนและความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้ นายเทวฤทธิ์เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 7 พ.ค.68 การบังคับทรัพย์สินดังกล่าวจะบังคับเอากับทรัพย์สินกองมรดกผู้ตายต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่