“เพนกวิน-รุ้ง” เปิดหน้าบู๊ต่อ ใช้เวทีวันรัฐธรรมนูญรุกไล่ยกเลิกมาตรา 112 ซัดเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทาง การเมืองเล่นงานฝ่ายรักประชาธิปไตย “ปิยบุตร” ร่วมผสมโรงโวย เป็นกฎหมายปิดปากประชาชน นำไปใช้เกินขอบเขตกฎหมาย ขณะที่กลุ่ม 24 มิถุนา ร่วมขย่มฟ้องยูเอ็นยืมมือนานาชาติร่วมกดดันล้มมาตรา 112 มือมืดป่วนโยนระเบิดใส่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา กลางดึก คาดสร้างสถานการณ์การเมือง การ์ด-ตำรวจชุลมุนหวิดปะทะแยกเทเวศร์ หลัง “โตโต้” ขนม็อบรื้อลวดหนาม แต่เจอชุดควบคุมฝูงชนล้อมกรอบ ก่อนเจรจายุติการเผชิญหน้า “ชวน” เผยสัปดาห์หน้าได้ชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์ เตรียมลุยเดินหน้าทำงาน “พรเพชร” บอกอย่ามอง ส.ส.ร.แต่งตั้งแง่ร้าย ชี้ต้องพึ่งประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถในการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแกนนำกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ใช้โอกาสในวันรัฐธรรมนูญ 10 ธ.ค.2563 เคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ จัดกิจกรรมที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เรียกร้องให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อไม่ให้ใช้เป็นช่องทางกลั่นแกล้งทางการเมืองแก่ฝ่ายผู้เห็นต่าง ควบคู่ไปกับการยื่นหนังสือต่อสหประชาชน (ยูเอ็น) ใช้นานาประเทศร่วมกดดันให้รัฐบาลยกเลิกมาตรา 112ม็อบเปิดหน้าบู๊ยกเลิกมาตรา 112เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2563 เวลา 09.30 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” ร่วมกับกลุ่มม็อบเฟสจากจุฬาฯนำโดย น.ส.สุกรียา วรรณายุวัฒน์ จัดกิจกรรมทางการเมือง “ยกเลิก 112 สิ แล้วเราจะเล่าให้ฟัง” เนื่องในวันรัฐธรรมนูญและวันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยนายพริษฐ์ น.ส.ปนัสยา พร้อมคณะเยาวชนที่ถูกตั้งข้อหาความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวม 9 คน ร่วมอ่านแถลงการณ์เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เรื่อง หยุดกักขังความคิด หยุดปิดปากประชาชน ระบุว่า เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นเป็นองค์ประกอบหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุด ต้องไม่มีอำนาจใดสูงส่งเกินกว่าที่ประชาชนจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ แม้ว่าสถาบันกษัตริย์จะเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุด แต่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน และสถาบันดำรงอยู่ได้ด้วยเงินภาษีประชาชน ถือเป็นกิจการสาธารณะ ประชาชนสามารถตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเสรีห่วงถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมืองแถลงการณ์ระบุว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีเนื้อหาปิดกั้น มิให้ประชาชนใช้เสรีภาพวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน อีกทั้งยังมีบทลงโทษรุนแรงเกินสัดส่วน ในทศวรรษแห่งวิกฤติการเมืองไทยที่ผ่านมา กฎหมายมาตรานี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมืองตลอดมา ผู้ถูกดําเนินคดีด้วยมาตราดังกล่าว ส่วนมากเป็นประชาชนผู้รักประชาธิปไตย“วันนี้เนื่องในวันรัฐธรรมนูญและวันสิทธิมนุษยชนสากล นิสิตนักศึกษาและประชาชนผู้รักประชาธิปไตยที่ถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ โดยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงรวมตัวกันเรียกร้องให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตราดังกล่าว ให้ยุติการดำเนินคดี รวมถึงล้างมลทิน และชดเชยเยียวยาผู้ถูกดำเนินคดี เพื่อคืนความยุติธรรมแก่สังคม ให้กระบวนการประชาธิปไตยประเทศไทยเดินหน้าต่อได้ ลดความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสังคม” ผุดเวทีต้านทุกแห่งที่ถูกแจ้งจับนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมกล่าวว่า จะเสนอให้ยกเลิกมาตรา 112 ทั้งหมด ไม่ใช่การแก้ไขมาตรา 112 จะใช้ทุกช่องทางขับเคลื่อน ควบคู่ไปกับ 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน ขณะนี้เรามาเกินครึ่งของความกลัวแล้ว มาตรา 112 เคยเป็นดาบที่คมมากของศักดินา ใช้ฟาดฟันผู้เห็นต่างทางการเมือง ตอนนี้จากความกลัวเป็นความโกรธไปแล้ว เราอยู่บนทางสามแยก ระหว่างการปฏิรูปหรือปฏิวัติ อยากให้สถาบันคงอยู่ในสังคมไทย ทุกวันนี้สถาบันกับรัฐบาลก็รวมเป็นเนื้อเดียวกันแบบแยกไม่ออกเมื่อถามว่าขณะนี้มีผู้แจ้งดำเนินคดีมาตรา 112 ทั่วประเทศ ทางกลุ่มเตรียมตัวรับมืออย่างไร นายพริษฐ์ตอบว่า นี่คือช่องโหว่กฎหมายที่อนุญาตให้ใครก็ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ทั้งที่ไม่ใช่ผู้เสียหาย หากไม่ยกเลิกจะเป็นแบบนี้ต่อไป สังเกตว่าผู้แจ้งความเป็นกลุ่มที่อยู่คนละฟากฝั่งความคิด เป็นกระบวนการกลั่นแกล้งทางการเมือง อยากให้ตำรวจใช้วิจารณญาณ และขอให้ยุติการดำเนินคดีทันที ถ้าไม่หยุด เวลาพวกเราไปรายงานตัวคดีนี้ที่จังหวัดใด จะมีเวทีรณรงค์ยกเลิกมาตรา 112 ที่นั่น ก่อนหน้าจะจัดงานนี้มีผู้นำระเบิดปาเข้ามาภายในอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม ได้รับความเสียหาย ขอเตือนผู้มีความคิดเห็นต่างว่า อย่านำความรุนแรงมาใช้ สถานการณ์ขณะนี้มีความอ่อนไหว จะทำให้ทวีความเลวร้ายขึ้นกว่าเดิมเตรียมเปิดเว็บไซต์ต้านมาตรา 112ด้าน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า เรื่องสถาบันจะต้องพูดถึงได้ และเราก็สนับสนุนให้ทุกคนพูดกัน และเป็นสิ่งที่เป็นปกติในสังคมไทย ปีหน้าจะยกระดับชุมนุมแน่นอน ในวันที่ 10 ธ.ค.อาจเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายของปีนี้น.ส.เบญจา อะปัญ นศ.ธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 กล่าวว่า เตรียมจัดทำเว็บไซต์ no112 เพื่อเก็บข้อมูลผลกระทบจากการใช้มาตรา 112 คาดว่าจะดำเนินการได้เป็นทางการเร็วๆนี้ “ปิยบุตร” ซัดเป็น ก.ม.ปิดปาก ปชช.จากนั้นช่วงบ่ายมีการเสวนา “#ยกเลิกม.112 “โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำม็อบราษฎร นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำ 24 มิถุนาประชาธิปไตย โดยนายปิยบุตรกล่าวว่า ปัญหาจากการใช้มาตรา 112 คือ ปิดปากประชาชนในการแสดงความเห็น โดยเป็นการหมิ่นประมาทที่ไม่มีการยกเว้นความผิดเหมือนกฎหมายหมิ่นประมาทปกติ และยังถูกนำไปตีความจนเกินตัวบทกฎหมาย มีกลไกรัฐคอยครอบไว้อีกชั้น เวลาอยากใช้ก็ใช้จนขัดหลักสิทธิมนุษยชน เวลาไม่ใช้ก็นำมาตรา 116 มาใช้แทน แสดงให้เห็นว่า กฎหมายมาตราดังกล่าวไม่ใช่การตรวจสอบตามกฎหมายอาญาปกติ แต่มีเรื่องอื่นคอยกำกับอยู่ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประกาศจะใช้กฎหมายทุกอย่างดำเนินการกับผู้ชุมนุม จากนั้นมีคนไปแจ้งความมาตรา 112 ทันที แสดงว่าเมื่อผู้ควบคุมกลไกรัฐเปิดสวิตช์ให้ก็เดินตาม ปัญหาที่เกิดขึ้น จึงควรเลิกมาตรา 112 และคดีหมิ่นประมาทที่ให้มีการจำคุก ควรให้คดีหมิ่นประมาทฟ้องทางแพ่งเท่านั้น ไม่ควรดำเนินคดีทางอาญา เพราะเพียงการพูดหรือวิจารณ์แล้วนำคนไปเข้าคุกถือเป็นกฎหมายที่ล้าสมัยแล้วแฉใช้ ก.ม.ดำเนินคดีตามใบสั่งนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำม็อบราษฎร กล่าวว่า การใช้มาตรา 112 ไม่ใช่กฎหมายธรรมดา แต่เป็นคดีนโยบายตามนายสั่งมา ดำเนินคดีตามใบสั่ง ไม่ใช่ตามกระบวนการ ยอมรับว่า ในอดีตมาตรา 112 มีความน่ากลัว แต่ไม่ใช่เพราะตัวกฎหมาย แต่อยู่ที่ผู้มีอำนาจบารมี วันนี้มีคนกล้าที่จะพูดสูงขึ้น ทำให้มาตรา 112 เป็นดาบฟาดฟันคนเห็นต่าง กลายเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัว ยิ่งนำมาใช้มากขึ้น ประชาชนที่เห็นถึงข้อเสียจะยิ่งออกมามากขึ้น จะเล่นเกมยาว การเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 สืบเนื่องจากคณะนิติราษฎร์เคยมีข้อเสนอว่า ควรแก้ไขมาตรา 112 มาถึงการยกเลิกเพราะเห็นถึงปัญหาจากการใช้มาตราดังกล่าวที่จับคนโดยไม่ยุติธรรม ทำให้การเมืองเลวร้าย“ปวิน” ฉะโทษหนักกว่าฆ่าหั่นศพต่อมามีการเปิดคลิปปาฐกถาพิเศษของนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการไทยที่ลี้ภัยไปพำนักที่ประเทศญี่ปุ่น โดยกล่าวว่า ตนเป็นผู้ถูกตั้งข้อหามาตรา 112 กฎหมายนี้ต่างจากกฎหมายหมิ่นทั่วไป ใครก็สามารถไปฟ้องร้องได้ เป็นช่องว่างให้เอาไปใช้ในทางที่ผิด เปิดโอกาสให้บุคคลต่างๆใช้สถาบันทำลายล้างผู้อื่น ผู้ถูกพิพากษาจำคุกคดีมาตรา 112 ส่วนใหญ่ต้องทำตัวดีเพราะหวังได้รับการอภัยโทษ บางคนถูกสั่งจำคุก 20-30 ปี มากกว่าโทษฆาตกรหั่นศพ ขอฝากแกนนำผู้ชุมนุมให้สู้ต่อไป อาจใช้เวลานาน และเจ็บปวดบ้าง ก็ขอให้กำลังใจ ล้อเลียนขาย “ลอตเตอรี่ราษฎร”ขณะที่บรรยากาศช่วงบ่ายถึงเย็นมีการจัดนิทรรศการ การปราศรัย การแสดงดนตรี การ จำหน่ายสินค้าต่างๆ ที่ได้รับความสนใจมากคือ การจำหน่าย “สลากกินแบ่งราษฎร” งวดที่ 1 วันที่ 10 ธ.ค. ล้อเลียนสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ใช้ภาพอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พานรัฐธรรมนูญ และสัญลักษณ์หมุดคณะราษฎร 63 รูปสามนิ้ว มีภาพเพนกวิน เป็ด ฯลฯประกอบ พร้อมระบุรางวัลที่ 1 คือ ประเทศมีประชาธิปไตย รางวัลที่ 2 สถาบันอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ส่วนรางวัลปลอบใจคือ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ปรากฏว่ามีมวลชนม็อบราษฎรแห่มาซื้อกันอย่างคับคั่ง จากนั้นเวลาประมาณ 17.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมปิดการจราจรถนนราชดำเนินกลางฝั่งขาออก โดยมวลชนร่วมกันทาสีที่พื้นถนน บริเวณหน้าศูนย์เบนซ์ธนบุรี สาขาราชดำเนิน คำว่า “DEMOCRACY”ม็อบโห่ไล่ ตร.เจรจาขอเปิดถนนต่อมาเวลา 18.20 น.เกิดเหตุชุลมุนที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ระหว่างที่ “เพนกวิน” ขึ้นแสดงชุดพิเศษโชว์เพลงฉ่อยล้อการเมือง เรียกเสียงเฮจากประชาชนอยู่ การ์ดอาสาที่ประจำอยู่เวทีหน้าอนุสรณ์สถานพากันวิ่งกรูไปล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่นำโดย พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 ที่กำลังเดินเข้ามาในพื้นที่จัดกิจกรรม เพื่อมาเจรจากับแกนนำให้เปิดเส้นทางจราจร ถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงสี่แยกคอกวัว สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุม ต่างตะโกนโห่ไล่เจ้าหน้าที่ให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากกิจกรรมใกล้จะยุติตามกำหนดเวลาที่วางไว้แล้ว แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามขอเจรจา แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนเข้ามาล้อมเจ้าหน้าที่ ทำให้การ์ดอาสาต้องตะโกนห้ามปรามผู้ชุมนุม ป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นการ์ดได้เดินประกบเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินไปส่งที่ถนนข้าวสาร โดยขอร้องผู้ชุมนุมให้หยุดติดตาม ไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย จนผู้ชุมนุมยอมกลับไปที่พื้นที่จัดงาน กระทั่งเวลา 18.30 น. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่ม แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวปาฐกถาปิดท้าย ย้ำความจำเป็นต้องยกเลิกมาตรา 112 เพื่อให้ ทุกคนแสดงความเห็นได้อย่างเสรี ไม่ต้องลี้ภัยและติดคุกเพราะมาตรา 112 ก่อนที่จะประกาศยุติการชุมนุม ในเวลา 18.30 น. ปาบึ้มใส่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 10 ธ.ค. ร.ต.อ.เกริกเกียรติ คงดี รอง สวป.สน.ชนะสงคราม รับแจ้งมีเสียงระเบิดภายในอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนินกลาง แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณกร ผกก.สน.ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่เก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดและกองพิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุอยู่ภายในรั้วบริเวณบันไดขั้นแรกใกล้อ่างใบบัว พบรอยหินแกรนิตแตก เศษหินกระจายเกลื่อน มีคราบเขม่าเกาะ พบเศษท่อพีวีซีสีฟ้าและตะปูขนาดยาว 1 นิ้วครึ่งกระจายทั่ว ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบว่าเวลา 03.05 น. มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบสี ยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน มาจอดริมถนนราชดำเนินกลางฝั่งขาออก ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จากนั้นคนซ้อนท้ายลงไปจุดประทัดยักษ์ขว้างเข้าไปในรั้วอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แล้ววิ่งมาขึ้นซ้อนท้ายจักรยานยนต์ที่จอดรอหลบหนีไป แรงระเบิดสร้างความเสียหายไม่มาก อยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นจากการตรวจสอบชิ้นส่วนพบเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง เพราะมีการใส่สะเก็ดเศษตะปูกับดินเทาเข้าไปในท่อพีวีซี จุดชนวนด้วยสาย เป็นระเบิดแรงต่ำ รัศมีทำลายล้าง 3-5 เมตร ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดถึงเส้นทางหลบหนีของคนร้ายอย่างเร่งด่วน คาดเป็นสถานการณ์เกี่ยวข้องการเมืองฟ้องยูเอ็นช่วยกดดันให้ยกเลิกอีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 10.30 น. กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นำมวลชนมาปักหลักชุมนุมที่หน้าอาคารสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนราชดำเนินนอก เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องผ่านตัวแทนสหประชาชาติ ขอให้นานาชาติกดดันรัฐบาลไทยยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเจ้าหน้าที่ยูเอ็นอนุญาตให้ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม 3 คน เข้าไปยื่นหนังสือ โดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กล่าวว่า กฎหมาย มาตรา 112 เป็นกฎหมายล้าหลัง ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น เป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง ที่ผ่านมารัฐใช้กฎหมายนี้ทำลายฝ่ายตรงข้าม สถาบันเป็นองค์กรของรัฐ ต้องตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ได้ หากยกเลิกจะทำให้คลายข้อสงสัยในสถาบัน ทำให้สถาบันมีโอกาสทำความเข้าใจอย่างตรงไปตรงมากับประชาชน โดยไม่ถูกกล่าวหา การต่อสู้ให้ยกเลิกมาตรา 112 จะเคลื่อนไหวในแบบการชุมนุม มีแนวโน้มต่างจากการเคลื่อนไหวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพราะปัจจุบันมีเยาวชนนักเรียน นักศึกษา ประชาชนเห็นด้วยจำนวนมาก จะเคลื่อนไหวเรียกร้องระดับนานาชาติ โดยเฉพาะเดือน พ.ค.2564 ที่จะประชุมผู้นำสหประชาชาติทั่วโลก ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทางกลุ่มจะส่งตัวแทนเดินทางไปประท้วงต่อหน้าผู้แทนชาวโลกต่อมา กลุ่ม 24 มิถุนายนประชาธิปไตย ได้เปิดเวทีปราศรัย ยกเลิกมาตรา 112 พร้อมแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เช่น การชูป้ายข้อความภาษาอังกฤษ เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112“วรงค์” สวนหมัดม็อบเซฟ ม.112วันเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “#Save112 เพราะคนไทยไม่เดือดร้อน” ว่า แกนนำม็อบราษฎรไปยื่นข้อเรียกร้องต่อสหประชาชาติ เพื่อกดดันรัฐบาลให้เลิกมาตรา 112 และให้ยุติการดำเนินคดีคณะราษฎรทุกคน แกนนำม็อบรู้ไหมว่ากฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ใช่กฎหมายที่อยากจะรังแกใครก็ได้ พวกท่านคิดว่าการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น การแสดงความอาฆาต มาดร้าย เป็นสิ่งที่ควรกระทำหรือ ถ้าไม่คิดกระทำสิ่งเหล่านี้แล้วทำไมต้องกลัว อย่าว่าแต่สถาบันเบื้องสูงเลย ถ้ามีคนไปหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย คุณพ่อคุณแม่ของเหล่าแกนนำ พวกท่านจะคิดอย่างไร ที่สำคัญคือการคุ้มครององค์ประมุขแห่งรัฐไม่เพียงมีแต่มาตรา 112 แต่ยังมีมาตรา 133 คุ้มครองประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ มาตรา 134 คุ้มครองผู้แทนรัฐต่างประเทศ ทำไมไม่ขอยกเลิกมาตรา 133 และ 134 ด้วย หรือจะให้คุ้มครองเฉพาะประมุขรัฐ และผู้แทนประมุขรัฐต่างประเทศ แต่ไม่ต้องคุ้มครององค์ประมุขรัฐของไทย การ์ด-ตำรวจชุลมุนหวิดปะทะขณะเดียวกัน เวลา 13.30 น. กลุ่ม wevo นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือ “โตโต้” นำทีมการ์ดม็อบราษฎร เคลื่อนกำลังจากหน้าวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร มาที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาเทเวศร์ ที่อยู่ตรงข้ามกับสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษมที่จะข้ามฝั่งไปยังสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อมารื้อลวดหนามหีบเพลงที่เจ้าหน้าที่นำมาตั้งขวางไว้ที่สะพานข้ามคลอง หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรข้ามสะพานได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่ตั้งกำลังอยู่บริเวณดังกล่าว รีบเคลื่อนกำลังมาตั้งแถวประจันหน้าอยู่บนฝั่งสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษม ห้ามกลุ่มการ์ดราษฎรรื้อลวดหนาม ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนอีกชุดเสริมกำลังเข้ามาทางฝั่งแยกเทเวศร์ ตั้งแถวอยู่ที่หน้าวัดนรนาถ-สุนทริการาม ทำให้กลุ่มการ์ดราษฎรถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมกรอบ กระทั่งเวลา 14.30 น. นายปิยรัฐพยายามนำทีมการ์ดฝ่าแนวเจ้าหน้าที่เข้ารื้อรั้วลวดหนามบนสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษม เกิดการผลักดันชุลมุนกันเล็กน้อย ขณะนั้นมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนพร้อมโล่กระบองอีก 1 กองร้อย เคลื่อนมาจากฝั่งสะพานมัฆวานรังสรรค์ ในลักษณะตีโอบด้านหลังกลุ่มการ์ด ทำให้กลุ่มการ์ดถอนกำลังจากสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษมไปตั้งรับการบุกของเจ้าหน้าที่ตำรวจหวิดเผชิญหน้ากัน โดยการ์ดบางคนใช้พลุควันสีโยนใส่เจ้าหน้าที่ แต่ในที่สุดทั้งฝ่ายการ์ดและเจ้าหน้าที่ยอมเปิดการเจรจา ยุติการเผชิญหน้า ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดยุติลงพ่นตู้คอนเทนเนอร์ระบายแค้นต่อมาเวลา 15.00 น. หลังความพยายามรื้อรั้วลวดหนาม เพื่อเปิดทางให้ประชาชนใช้เส้นทางสัญจรได้ไม่สำเร็จ นายปิยรัฐนำทีมการ์ดทั้งหมดถอนตัวมารวมตัวกันที่หน้ากระทรวงคมนาคม ถนนราชดำเนินนอก ที่มีการตั้งตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ 13ตู้ ขวางเส้นทางบนถนนราชดำเนินนอก จากนั้นได้ร่วมกันนำสีสเปรย์พ่นข้อความด่าทอรัฐบาลไว้บนตู้คอนเทนเนอร์ โดยนายปิยรัฐกล่าวว่า ภารกิจอาสาช่วยเหลือประชาชนเปิดเส้นทางสัญจรในวันที่ 10 ธ.ค. คงต้องยุติไปก่อน ยืนยันว่า หลังจากมีการตั้งแนวรั้วลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์ มีประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนร้องเรียนเข้ามาว่า ไม่สะดวกในการสัญจร ขอให้ไปช่วยรื้อถอน ทีม wevo ไม่มีเจตนาเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม เมื่อทราบว่าประชาชนเดือดร้อนก็มาทำหน้าที่เป็นอาสาในการเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำโดย พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 ได้แจ้งวัตถุประสงค์ทางกลุ่มให้ทราบ เจ้าหน้าที่ยืนยันจะเปิดช่องทางให้ 1 เมตร ตามที่ประชาชนร้องขอ แต่เมื่อถึงเวลากลับมาใช้กำลังกับประชาชน ลักษณะเหมือนจะเข้ามาล้อมปราบ แสดงให้เห็นความลุอำนาจ ใช้กฎหมาย เฉพาะกับคนที่เห็นต่าง ทั้งที่เรามีเจตนาดี ภารกิจวันนี้ไม่เกี่ยวกับข้อเรียกร้อง 3 ประการ หลังจากนี้คงกลับไปทบทวนการเจรจากับเจ้าหน้าที่ใหม่ ถ้าเป็นแบบนี้คงเจรจาไม่ได้ตร.เผยม็อบขออนุญาตชุมนุมทุกจุดที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมแถลงข่าวกรณีการชุมนุมหลายจุดในพื้นที่ กทม. โดยการชุมนุมเขต กทม.มี 3 จุด ประกอบด้วย 1. หน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ผู้แทนกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ยื่นแจ้งการชุมนุมแล้ว 2. บริเวณกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งแต่เวลา 16.00-20.00 น. ตัวแทนกองทุนพัฒนาอาชีพคนพิการ ยื่นแจ้งการชุมนุมแล้ว 3.บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ตัวแทนกลุ่มม็อบเฟสต์และแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ได้ยื่นเรื่องถึง ผกก.สน.ชนะสงคราม แจ้งจัดการชุมนุมบริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาแล้ว ทั้ง 3 จุด เจ้าหน้าที่กำหนดเงื่อนไขให้อยู่บริเวณทางเท้า ไม่ลงมาพื้นผิวการจราจร ห้ามมีป้ายข้อความปลุกระดมยุยง ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม ห้ามชุมนุมระยะ 50 เมตรจากทำเนียบรัฐบาล ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงเกินกว่าอัตราไม่เกิน 115 เดซิเบล หรือมีค่าเฉลี่ยไม่เกิน 75 เดซิเบล และการชุมนุมต้องเป็นไปโดยสงบ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นสัปดาห์หน้าได้ชื่อ กก.สมานฉันท์ด้านความเคลื่อนไหวทางการเมือง เรื่องการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า สัปดาห์หน้าจะได้รายชื่อคณะกรรมการทั้งหมดก่อนสิ้นปี แม้ฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมไม่เข้าร่วมก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ฝ่ายค้านแสดงความจำนงไม่เข้าร่วมตั้งแต่แรกแล้ว เคยไปเจรจาอยากให้เข้าร่วม ขณะนั้นมีแนวโน้มตอบรับ แต่ยังขอดูท่าทีก่อน ผู้นำฝ่ายค้านระบุว่าโครงสร้างสัดส่วนแต่ละฝ่ายไม่สมดุล แต่ได้ชี้แจงแล้วว่า เรื่องสัดส่วนไม่ได้นำมาลงมติ แต่เป็นการระดมความคิด ความร่วมมือของแต่ละฝ่าย ไม่ใช่ว่าฝ่ายใดจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ทั้งนี้ ไม่ว่าคณะกรรมการสมานฉันท์จะมีจำนวนเท่าใด จะเดินหน้าต่อ เมื่อได้รายชื่อคณะกรรมการแล้วจะนัดประชุม ตนจะเข้าร่วมประชุมนัดแรกเพื่อรับฟังความคิดเห็นด้วยติงอย่ามอง ส.ส.ร.ลากตั้งแง่ร้ายนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการส่งตัวแทนร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ในสัดส่วนวุฒิสภา 2 คน ว่า มีการทาบทามบุคคลที่เหมาะสมแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อนำรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมวิปวุฒิสภา มีคนถอนตัวไปเหลือคนเดียว จะดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อส่งรายชื่อให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา คงต้องพูดคุยกันให้หนักแน่นขึ้น ไม่ให้เกิดการถอนตัวอีก ส่วนที่ฝ่ายค้านและฝ่ายผู้ชุมนุมไม่เข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น มองว่าต้องทำความเข้าใจกันมากขึ้น ผู้เกี่ยวข้องต้องพยายามทำให้ครบองค์ประกอบ คาดว่านายชวนจะพูดคุยกับฝ่ายค้านอีกรอบ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีข้อเรียกร้องให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดนั้น ส.ส.ร.ควรมาจากการเลือกตั้ง แต่ควรรับฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเมือง รัฐธรรมนูญ และการปกครองด้วย รวมถึงให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม ที่ผ่านมาไม่พบว่าเสียงผู้ทรงคุณวุฒิไม่กี่คนจะมีบทบาทให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่ามองในแง่ร้าย ผลสรุปสุดท้ายต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก ปัดรวมหัว ส.ว.ปิดกั้นฝ่ายค้านแก้ รธน.นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการเสนอรายชื่อบุคคลเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า ในส่วน ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเสนอชื่อไว้ 3 คน ได้แก่ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แต่สัดส่วนคณะกรรมการสมานฉันท์ของพรรคร่วมรัฐบาลกำหนดให้มีเพียง 2 คน ดังนั้น อาจส่งไปเป็นสัดส่วนของครม. 1 คน โดยให้ ครม.หารายชื่อมาอีก 1 คน ส่วนที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน และกลุ่มผู้ชุมนุมปฏิเสธไม่ร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น ไม่อยากให้คิดล่วงหน้ามาก อนาคตอาจเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจได้ ส่วนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้านกล่าวหา กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วน ส.ว. และ ส.ส.รัฐบาลใช้เสียงข้างมากปิดกั้นฝ่ายค้านนั้น การปรับแก้รายละเอียดต่างๆ กมธ.จะพูดคุยกันอีกครั้ง ความเห็นที่ไม่ตรงกันจะต้องพูดคุยกัน ไม่เลือกปฏิบัติ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะได้ข้อสรุปบางเรื่อง และน่าจะเสร็จสิ้นทั้งหมดในเดือน ม.ค.2564ซัด “ส.ศิวรักษ์” หยุดโทสาคติ “บิ๊กตู่”นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ เตือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระวังซ้ำรอยพฤษภาทมิฬว่า นายสุลักษณ์มีโทสาคติกับ พล.อ.ประยุทธ์เกินไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาแก้ปัญหาให้บ้านเมือง ไม่ได้มาแสวงหาอำนาจผลประโยชน์ มาตามกลไกระบอบประชาธิปไตย ไม่เคยมีปัญหาการทุจริตเหมือนรัฐบาลในอดีต อยากจะให้นายสุลักษณ์มอง พล.อ.ประยุทธ์ด้วยใจที่เป็นธรรม อย่ามองแบบมีเจตนาพิเศษ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬไม่มีทางเกิดขึ้นยุค พล.อ.ประยุทธ์ อยากถามนายสุลักษณ์ว่า คณะราษฎรคิดล้มล้างการปกครอง จาบจ้วงสถาบัน ยังจะสนับสนุนอีกหรือ คนไทยทั่วประเทศคงไม่ยอม ควรไปเตือนคณะราษฎรให้เลิกพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบัน ไม่ใช่พูดให้ท้าย “เทพไท” หนุนเลือกตั้ง ส.ส.ร. 100%นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประชาธิปไตยไทยล้มลุกคลุกคลานมาตลอด มีการเลือกตั้งสลับกับการรัฐประหารเป็นครั้งคราว และเชื่อว่าการปกครองรูปแบบสาธารณรัฐไม่มีความเป็นไปได้สำหรับการปกครองของประเทศไทย จะมีแต่การปกครองรูปแบบประชาธิปไตยเท่านั้น หวังว่าสมาชิกรัฐสภาจะสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดโอกาสให้มีการจัดตั้ง ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เห็นด้วยกับการให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด ส่วนข้อกังวลที่อ้างกันว่า ถ้า ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด อาจขาดผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถในการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น แสดงว่ายังมีทัศนคติที่ไม่เชื่อมั่นประชาชนที่สามารถเลือกคนมีความรู้ ความสามารถได้ หากต้องการผู้มีความรู้ความสามารถยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ส.ส.ร.สามารถตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง โดยมีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาโดยเฉพาะได้อีกเตือนสตินายกฯรีบลงจากอำนาจนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นข่าวศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 8 ลงโทษจำคุกอดีตนายก เทศมนตรีเมืองบางริ้น จ.ระนอง ข้อหานำรถยนต์ราชการไปใช้ส่วนตัว เป็นเวลา 9 ปี 12 เดือน เมื่อนำมาเทียบกับคดีอยู่บ้านหลวง ใช้น้ำไฟฟรีไม่มีความผิดใดๆจะให้ชาวบ้านคิดอย่างไร นอกจากสองมาตรฐานคนรู้กฎหมายบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ระเบียบกองทัพบกไม่มีศักดิ์ทางกฎหมายเหนือกว่ารัฐธรรมนูญคำว่าสองมาตรฐานจึงเซ็งแซ่ทั้งในประเทศและทั่วโลก แม้นายกรัฐมนตรีจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอย่างมั่นคง เพราะมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาค้ำยัน แต่ความเชื่อมั่นประเทศย่อยยับ ส่งผลซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจย่ำแย่ต่อเนื่อง และยาวนาน วันที่ 10 ธ.ค.ตรงกับวันรัฐธรรมนูญ แม้ชื่อจะมีความหมายว่าเป็นกฎหมายสูงสุด แต่ถ้าผู้บังคับใช้กฎหมายถูกกล่าวหาสองมาตรฐานคำว่ากฎหมายสูงสุดก็ไร้ความหมาย เป็นเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมืองต้นตอปัญหาคือตัวนายกรัฐมนตรี ที่วางกลไกกติกาสืบทอดอำนาจ ปีนี้เข้าปีที่ 7 ที่ครองอำนาจ จึงถึงเวลาแล้วที่คำว่า “ผมพอแล้ว” จะหลุดจากปากนายกรัฐมนตรี เวลาที่ลงให้สวยคือ ลงยามมีอำนาจในสถานการณ์เช่นนี้ ดีกว่าประชาชนทั่วสารทิศจะลุกขึ้นมาขับไล่เรียกร้องความเป็นธรรมในบ้านเมือง ซัด “บิ๊กตู่” ถ่วงความเจริญประเทศนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ประเทศไทยควรพัฒนายกระดับเงินบาทเป็นเงินสกุลหลักภูมิภาคจะได้ประโยชน์อย่างมากหลายด้านประเทศเพื่อนบ้านจะได้ประโยชน์ด้วย ไทยมีเงินทุนสำรองต่างประเทศในระดับสูง ทำให้เงินบาทมีความมั่นคงเป็นที่น่าเชื่อถือ แต่ประเทศต้องเปลี่ยนแปลงให้เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ไม่ทำอะไรที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเหมือนที่ถูกวุฒิสภาสหรัฐฯส่งหนังสือตำหนิพฤติกรรมรัฐบาล โดยแนะนำให้ไทยพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ให้รับฟังผู้ชุมนุม อย่าคุกคามประชาชนและดำเนินคดีผู้ชุมนุมเหมือนที่ทำอยู่ นับเป็นความน่าอับอายอย่างมาก แถมรัฐบาลยังส่งโฆษกรัฐบาลมาแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ ขัดต่อความจริงที่ปรากฏในภาพและคลิปข่าวที่กระจายไปทั่วโลกแล้ว หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังเป็นผู้นำ ประเทศไทยจะไม่เหลือความน่าเชื่อถืออีกต่อไป การพัฒนาการริเริ่มความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาประเทศจะทำไม่ได้เลยนับเป็นการถ่วงความเจริญประเทศอย่างแท้จริงบลัฟ รธน.ไทยกำลังถดถอยน.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญประเทศไทยถูกฉีกแล้วเขียนใหม่นับครั้งไม่ถ้วน นับจากปีที่มีรัฐธรรมนูญฉบับแรกปี 2475 เราท่องจำกันว่ารัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดที่ใช้ปกครองประเทศ แต่ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์กฎหมายในลำดับศักดิ์ที่ต่ำกว่ากลับมีผลบังคับเหนือรัฐธรรมนูญหลายกรณี จนสังคมเคลือบแคลงใจ รัฐธรรมนูญไทยกำลังถูกทำให้ถดถอยด้อยค่าและล้าหลังลงหรือไม่ ความมั่นคงและยั่งยืนของรัฐธรรมนูญถูกทำลายด้วยการทำรัฐประหารหรือไม่ รัฐธรรมนูญหลายฉบับเริ่มต้นด้วยปากกระบอกปืน พรากการมีส่วนร่วมประชาชน ขณะที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นมาจากคนไม่กี่คน ไม่คำนึงถึงประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง ในวันรัฐธรรมนูญปีนี้ หวังว่าการตั้ง ส.ส.ร.ครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องเจตจำนงประชาชนอย่างแท้จริง จะต้องไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นหลังจากนี้ แนะปัดฝุ่นใช้ ก.ม.สกัดคอมมิวนิสต์นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอกประกาศเปิดตัว RT MOVEMENT ใช้สัญลักษณ์ค้อนเคียวในการขับเคลื่อน เพื่อปลุกสำนึกชนชั้นเหล่าแรงงานผู้ถูกกดขี่ว่า รูปภาพค้อนเคียวที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ลัทธิคอมมิวนิสต์ทั่วโลก ในยุคหนึ่งมีการทำสงครามเย็น เผยแพร่ลัทธิดังกล่าวในประเทศไทย หลายคนหลงผิดหนีเข้าป่าเป็นสาวกลัทธิ จนรัฐบาลสมัยนั้นต้องออก พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.2495 เพื่อยับยั้งการกระทำอันเข้าข่ายเชิดชูลัทธิอันตรายนี้ที่เป็นบ่อนทำลายความมั่นคงชาติและสถาบัน แต่เมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปจากสนามรบกลายเป็นสนามการค้า ทำให้รัฐบาลสมัยนายชวน หลีกภัย ออก พ.ร.บ.ยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.2495 ในที่สุด หากจะป้องกันดีกว่าแก้ ถึงเวลาหรือยังที่รัฐบาลควรพิจารณานำกฎหมายดังกล่าวมาปัดฝุ่นบังคับใช้อีกครั้ง เพื่อยับยั้งกระบวนการใต้ดิน บนดินของกลุ่มปลดแอก กลุ่มแนวร่วมและกลุ่มต่างๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากยังไม่ถึงเวลา รัฐบาลต้องมีมาตรการเด็ดขาดกว่าปัจจุบันจัดการบุคคลหรือกลุ่มที่ละเมิดกฎหมายอย่างเด็ดขาดเสียทีสภาฯวางพานพุ่มวันรัฐธรรมนูญอีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา นำ ส.ส. ส.ว. ผู้แทนพรรคการเมือง ข้าราชการ และผู้แทนสถาบันพระปกเกล้า ร่วมพิธีวางพานประดับพุ่มดอกไม้ ถวายบังคมพระรูปต้นแบบ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย วันที่ 10 ธ.ค. โดยมีพรรค การเมืองต่างๆ ส่งตัวแทนเข้าร่วมวางพานพุ่มดอกไม้ อาทิ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พลังประชารัฐ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา นายนพ ชีวานันท์ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล