สถานการณ์ ความเสี่ยงโควิด–19 ของไทยเวลานี้ ต้องบอกว่า พุ่งขึ้นสูงปรี๊ด อยู่ใน ระดับสีส้มใกล้แดง เมื่อรัฐบาลและประชาชนการ์ดตก ถ้าไม่มีสาวไทยจากสถานบริการท่าขี้เหล็กเข้ามาแพร่เชื้อ ก็คงไม่มีการตื่นตัว ล่าสุด พยาบาลโรงพยาบาลเอกชน 4 คน ก็ไป ติดเชื้อโควิด–19 จากโรงแรมกักตัวในกรุงเทพฯ เมื่อวันอังคาร ครม. ยังไฟเขียวให้รับทัวร์จากประเทศเสี่ยงเข้ามาได้ทุกประเทศ วันนี้จึงถือว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ภาวะความเสี่ยงสูงสุดแล้ว แม้จะยังไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มในวันนี้ก็ตาม แต่อนาคตไม่แน่แล้วเราเพิ่งภูมิใจ เสียงชมจากทั่วโลกไทยจัดการป้องกันโควิด–19 ได้ดีที่สุดในโลก อีก 6 เดือนเศษคนไทยก็จะได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด–19 แล้ว แต่ก็ดีแตกจนได้แม้ รัฐบาลจะปกปิดชื่อโรงพยาบาลที่มีพยาบาลติดเชื้อ โควิด–19 แต่ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนย่านสาทร ก็แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยแถลงความจริงว่า เจ้าหน้าที่พยาบาล 4 คน ที่ไปทำหน้าที่ดูแลประชาชนในสถานกักกันตัวทางเลือก Alternative State Quanrantine (ASQ) โดยปฏิบัติงานประจำนอกโรงพยาบาล ติดเชื้อโควิด–19 โดยเหตุการณ์ เกิดขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่ ทางโรงพยาบาลได้คัดแยกผู้ติดเชื้อ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวทั้งหมดอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลในส่วนพิเศษแยกเฉพาะ และภายใต้การควบคุมของกระทรวงสาธารณสุขทุกขั้นตอนส่วน เจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงทุกคน ขณะนี้เข้า ระบบ Quarantine ตามมาตรฐานเรียบร้อยแล้วทั้งหมด และบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลยังไม่พบความเสี่ยง รวมทั้งทุกพื้นที่ในโรงพยาบาลได้รับการดูแลให้ปลอดภัยเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้รับบริการผมเรียกร้อง รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์บริหารโควิด–19 (ศบค.) ไปหลายครั้ง ขอให้ประกาศรายชื่อโรงแรมที่เป็นสถานกักกันตัว (ASQ) อย่างเปิดเผย ประชาชนจะได้ระมัดระวังตัวป้องกัน โรงแรม ASQ ในกรุงเทพฯและปริมณฑลมีกว่า 100 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในย่านธุรกิจที่มีแหล่งบันเทิงอยู่ใกล้ ในต่างจังหวัดก็มีอีกไม่รู้กี่สิบโรงแรมโรงแรมที่เป็นสถานกักกันตัว SQ และ ASQ ถือเป็น “สถานที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด–19” ด้วยซํ้า ผู้ติดเชื้อโควิด–19 จากต่างประเทศที่ ศบค.แถลงเพิ่มทุกวัน ล้วนมาจากโรงแรมกักตัว 100% แต่ชื่อโรงแรมเสี่ยงเหล่านี้ รัฐบาลกลับปิดเป็นความลับ โรงแรมได้ประโยชน์ แต่เป็นความเสี่ยงของประชาชน การไปติดเชื้อโควิด–19 จากผู้กักตัวในโรงแรม ASQ ของ 4 พยาบาล โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เป็นบทพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีวันนี้ผมจึงขอเรียกร้องอีกครั้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า ศบค. คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯรัฐมนตรีสาธารณสุข ประกาศชื่อโรงแรมกักตัวทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชน บางโรงแรมที่มีข่าวว่าเป็นสถานที่กักกันตัว แต่ยังเปิดให้บริการประชาชนทั่วไป ทำให้ประชาชนเสี่ยงโดยไม่รู้ตัวที่น่าตกใจขึ้นไปอีก เมื่อ คุณรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกสำนักนายกฯแถลงมติ ครม.วันอังคารว่า ครม.มีมติให้ผ่อนปรนนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) ที่ต้องการเข้ามาเที่ยวไทยแบบพักยาว นักท่องเที่ยวและลูกเรือที่เดินทางเข้ามาไทยโดยเรือสำราญ จากเดิมที่ให้เฉพาะ “ประเทศเสี่ยงตํ่า” เพิ่มเป็น “ไม่จำกัดประเทศ” เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น โดยมีข้อมูลระบุว่า กรุงเทพฯมีโรงแรมรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ 15,000 ห้อง รับนักท่องเที่ยวได้วันละ 1,000 คน ตั้งเป้ารับทัวร์ต่างชาติเดือนละ 20,000 คนเมื่อรัฐบาลเอาอย่างนี้ ก็เท่ากับว่า ประเทศไทยเปิดรับความเสี่ยงเต็มที่ 100% ถ้า ไม่ระบาดรอบ 2 ก็ถือว่า ถูกหวยชุดรางวัลที่หนึ่งแบบไม่ต้องไปรอทะเบียนรถนายกฯ.“ลม เปลี่ยนทิศ”