พนักงานสาธารณสุขแห่งชาติอังกฤษ เปิดเผยว่า ได้เริ่มฉีด วัคซีนป้องกันโควิด–19 ของ ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค ให้กับ ชาวอังกฤษที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป ตั้งแต่วันอังคารที่ 8 ธันวาคมเป็นเข็มแรก และจะฉีดให้ประชาชนทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม รัฐบาลอังกฤษได้ส่งวัคซีนไปยังศูนย์ฉีดวัคซีนท้องถิ่นทั่วประเทศกว่าพันแห่งตั้งแต่วันอาทิตย์ โดยวัคซีนนี้ต้อง เก็บในอุณหภูมิ –70 องศาเซลเซียล และ อยู่ในตู้เย็นธรรมดาได้ 5 วัน ต้องใช้เวลา 2–3 ชั่วโมงในการละลายวัคซีนที่เป็นน้ำแข็งเพื่อใช้งานอังกฤษ เป็นประเทศแรกในโลกที่อนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ ไฟเซอร์–ไบโอเอ็นเทค ส่วน คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) จะพิจารณาการอนุมัติฉุกเฉินในวันที่ 11–12 ธันวาคม นี้ อังกฤษสั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์ล่วงหน้า 40 ล้านโดส สำหรับประชากร 20 ล้านคน วัคซีนชุดแรก 8 แสนโดสจะฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงอายุ 80 ปีขึ้นไปและบุคลากรทางการแพทย์เมื่อวันอาทิตย์ เว็บไซต์เมล์ รายงานว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระชนมายุ 94 พรรษา และ เจ้าชายฟิลิป พระสวามี พระชนมายุ 99 พรรษา จะได้รับการฉีดวัคซีนเป็นกลุ่มแรกด้วย ทรงอยู่ในกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุที่จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันก่อน โดยไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ การถวายการฉีดวัคซีนจะมีขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า รายงานข่าวระบุว่า ทั้งสองพระองค์ตัดสินพระทัยรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด–19 ก็เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน ท่ามกลางความกังวลของ กลุ่มต่อต้านวัคซีน ที่อาจบั่นทอนความต้องการเข้ารับการฉีดวัคซีนของชาวอังกฤษ (วัคซีนไฟเซอร์–ไบโอเอ็นเทค ใช้เวลาพัฒนาเพียง 10 เดือน เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์การผลิตวัคซีน)ก็แปลกที่ ชาวอังกฤษ ชาวยุโรป และ ชาวอเมริกัน ยอมเสี่ยงติดเชื้อเพื่อต่อต้านการฉีดวัคซีนในอัตราส่วนที่สูงมากเกือบครึ่งต่อครึ่ง กลัววัคซีนไม่ปลอดภัย กลัวผลข้างเคียง ทั้งๆที่ สหรัฐฯ ยุโรป เป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 มากที่สุดในโลกทั้งสองทวีปแต่สำหรับ คนไทย แล้ว ส่วนใหญ่อยากฉีดวัคซีน วันวาน มาร์เก็ตบัซซได้เผยแพร่ผลสำรวจหัวข้อ “ความพร้อมของไทยกับวัคซีนโควิด–19 หากมีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันในวันนี้” จากกลุ่มตัวอย่างพันคนพบว่า 88% มีความต้องการฉีดวัคซีน แม้ว่าจะ มีความกังวลต่อผลข้างเคียงสูงถึง 50% ก็ตาม (ขอฉีดไว้ก่อนไปเสี่ยงเอาดาบหน้า) อีก 42% กังวลว่าจะต้องออกเงินส่วนตัวเพื่อฉีดวัคซีน (งกแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง)หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอังกฤษ (MHRA) ระบุว่า วัคซีนของไฟเซอร์ฯมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด–19 ได้สูงถึง 95% และ มีความปลอดภัย เป็นวัคซีน RNA ที่ผลิตจากชิ้นส่วนสารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะไปกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อไวรัส ผลการทดสอบในผู้สูงอายุ 56-85 ปี พบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันเทียบเท่าคนหนุ่มสาวเลยประเด็นที่น่าสนใจก็คือ วัคซีนไฟเซอร์ฯ ฉีดคนละ 2 โดส เมื่อฉีดแล้วจะมีภูมิคุ้มกันได้นานเท่าไหร่ วันนี้ยังไม่มีคำตอบ ถ้าภูมิคุ้มกันอยู่ไม่นาน ก็ต้องฉีดกระตุ้นทุกปีเหมือนการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ที่เราฉีดกันเป็นประจำทุกปีเช่นเดียวกันมีข่าวจาก รัสเซีย ว่า วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม รัสเซียได้เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด–19 ยี่ห้อ “สปุตนิก–โฟร์” ให้ชาวกรุงมอสโกกว่า 5 พันคนที่ลงทะเบียนผ่านออนไลน์ก็ต้องรอผลการพิจารณาของ FDA วันศุกร์นี้จะไฟเขียวอนุมัติฉุกเฉินให้ วัคซีนไฟเซอร์ฯ หรือไม่ ถึงอนุมัติคนอเมริกันก็ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ ผลวิจัยพบว่า คนอเมริกัน 56% ต่อต้านการฉีดวัคซีน และ นายโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯคนใหม่ก็ประกาศว่า จะไม่บังคับการฉีดวัคซีน ล่าสุดสหรัฐฯมีผู้ติดเชื้อกว่า 15 ล้านคน ตายเกือบ 290,000 คนแล้ว ผมคิดว่า รัฐบาลไทย ควรรีบซื้อวัคซีนจาก ไฟเซอร์ฯ และ โมเดอร์นา โดยเร็ว แทนที่จะรอไปถึงกลางปีหน้า.“ลม เปลี่ยนทิศ”