เสียงหล่อๆแฝงดีกรีเย็นยะเยือกของ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.กลับมายึดจอทีวีอีกคำรบ โทรโข่งเบอร์หนึ่งกลับมายึดไมค์ อารมณ์ที่คนดูทางบ้านย่อมสัมผัสได้ถึงระดับสัญญาณตึงเครียด สถานการณ์ซีเรียสไวรัสมรณะโควิด-19 “รีเทิร์น” ทะลักด่านชายแดนไทย-พม่า ล่าสุดบุกทะลุทะลวงมาถึงเมืองหลวง กรุงเทพมหานครโดยการแถลงจาก ศบค.ยืนยันพบผู้ป่วยคนไทย 2 ราย เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มีประวัติเดินทางไปจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า นั่งเครื่องบินจากจังหวัดเชียงรายเข้า กทม.เช็กไทม์ไลน์ระทึก รอลุ้นพวกที่อยู่ในข่ายสัมผัสใกล้ชิดขณะที่ตัวเลขการติดเชื้อไวรัสมรณะภายในประเทศพุ่งพรวดอย่างน่าตกใจ เริ่มมีการติดเชื้อภายในประเทศ จากพฤติการณ์แพร่ไวรัสโควิด-19 ของตัวพาหะหายนะจากคนเห็นแก่ตัว ทำปราการด่านสุดท้ายแตกตามโจทย์สถานการณ์ไวรัสมรณะแหกด่าน โควิด-19 “รีเทิร์น” จ่อตรงหน้า ถ้า “กระจอก” จริง “หมอหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข คงไม่ต้องหิ้วนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวฯ ขนทีมอีเวนต์ค่ายภูมิใจไทย บินด่วนไปเชียงรายโชว์ภาพปลอดภัย กระตุกความมั่นใจ ประคองบรรยากาศการท่องเที่ยวต่อเนื่องกับสัญญาณ “เสียงเขียว”จากท่านผู้นำ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งการให้ทุกภาคส่วนคุมเข้ม มาตรการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ไล่บี้ติดตามตัวผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายเน้นย้ำมาตรการเฝ้าระวังผู้คนกลุ่มเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อตีปี๊บภารกิจฉุกเฉินเฉพาะหน้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยว ช่วงหยุดยาวระหว่างวันที่ 10-13 ธันวาคม 2563 เทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ ท่องเที่ยวด้วยความสบายใจ ปลอดภัยจากโรคระบาดจังหวะพลาด “ด่านแตก” ในช่วงไฮซีซัน ทำสั่นสะเทือนยิ่งกว่าแผ่นดินไหวการท่องเที่ยวเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจกำลังจะ“รีสตาร์ต” หารายได้ปะตูดขาด โปะถังแตกความหวัง โอกาสท้ายๆ ภายใต้ไฟต์บังคับผู้นำรัฐบาลเรือเหล็กสนิมเกรอะกรัง ที่โดนกระแสมวลชนรุ่นใหม่ ม็อบนักเรียน นิสิต นักศึกษา กัดกร่อนภูมิคุ้มกัน ตัดทอนความชอบธรรมจนแทบ หมดหน้าตักรอดคดี “บ้านพักหลวง” ด้วยปาฏิหาริย์ “พระรอด-หลวงปู่แคล้ว-หลวงตาเหนียว”“ตัวช่วย”ถูกใช้ไปจนเกือบหมดแล้วแต่แนวโน้มม็อบเด็กรุ่นใหม่ ไม่ได้ลดดีกรีไล่บี้โค่นกระดานอำนาจทีมทหารเฒ่า 3 ป. ลงแต่อย่างใด มวลชนราษฎรประกาศยืนระยะลากยาวข้ามปี ยั่วเกมท้า “โรคแทรก” ม็อบเกิดขึ้นได้ทุกขณะที่แน่ๆเศรษฐกิจปากท้องคือ“ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ “บิ๊กตู่” ต้องประคองให้ดีสถานการณ์อ่อนไหว ดันเป็นโควิด-19 ทะลักแหกด่านชายแดน โผล่มาเพิ่มโจทย์ยาก ย้ำวิกฤติซ้อนวิกฤติ กดทับผู้นำทหารเฒ่าแบบไม่ทันหายใจหายคอแถมยังมีสัญญาณแนวรบด้านตะวันตก ส่อจะหนักซ้ำไปกันใหญ่กับปรากฏการณ์ล่าสุดที่สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ล่าชื่อ แท็กทีมเสนอข้อมติของวุฒิสภามะกัน ย้ำถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯต่อสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในประเทศไทยโยงเหตุมวลชนราษฎรเดินขบวนประท้วงและถูกปราบปรามด้วยความรุนแรงตอกย้ำการรัฐประหารครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2557 การประกาศใช้รัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ร่างโดย คสช.ทำให้ประชาธิปไตยในไทยและการคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญเสื่อมถอยโดยช็อตต่อเนื่องจากคิวที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เปิดทำเนียบทูตกลางกรุงเทพฯ นำทีมเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมนี และญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์เลกเชอร์ รัฐบาลไทยเร่งปฏิรูป พัฒนาการทางเศรษฐกิจตามรูปการณ์ “พี่เบิ้ม” สหรัฐฯแทรกแซงกิจการภายในไทยชัดเจนและน่าจะเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆเมื่อ “โจ ไบเดน” ขึ้นแท่นประธานาธิบดี พะยี่ห้อเดโมแครตขณะที่กองเชียร์ “บิ๊กตู่” คงทำได้แค่ปลุกกระแสชาตินิยมโต้กลับ ด่าฝรั่งจอมจุ้น อย่างมันปากสะใจ แต่ในมุมนักลงทุน นักธุรกิจใหญ่ ต้องพากันเตรียมรัดเข็มขัดล่วงหน้า ตามสถานการณ์ “ขึงพืด” ระหว่างทีมอำนาจทหารเฒ่า 3 ป. กับม็อบเด็กรุ่นใหม่ ยิ่งยื้อยาว สุ่มเสี่ยง เข้าโซนปะทะรุนแรงส่อไม่พ้น ดาบ “แซงก์ชัน” จากสหรัฐฯและชาติตะวันตก.ทีมข่าวการเมือง