ใช้ความคิดที่ถูกต้องเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมา 88 ปี มีรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง ขัดแย้ง ฉีกรัฐธรรมนูญพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และถูกทาบทามให้เข้าร่วมเป็นกรรมการสมานฉันท์ เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ ตามที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กำลังขับเคลื่อนอยู่ได้เปิดประเด็นชวนทุกฝ่ายในสังคมให้ฉุกคิดเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงโจทย์ของประเทศไทยจะเกิดเหตุขัดแย้งทางความคิดระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยมกับฝ่ายก้าวหน้าอย่างไร พล.อ.ชวลิต บอกว่า แต่ละฝ่ายควรทำหน้าที่ของตัวเองตามสมควรที่จะทำ ที่สำคัญควรทำให้ถูกแต่วิกฤติการเมืองรอบนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ควรมีทางออกที่ดีอย่างไร พล.อ.ชวลิต บอกว่า ทำไมไม่เหมือน ยังถือเป็นความขัดแย้งทางความคิดการแก้ปัญหาขอให้ดู 3 สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา กษัตริย์ สถาบันหลักไม่มีการขัดแย้งแต่ 3 สถาบันหลักถูกล้อมรอบด้วย 5 เสาหลัก โดยเสาต้นแรกเป็นด้านการเมืองการปกครอง เสาต้นที่สองด้านเศรษฐกิจ เสาต้นที่สามด้านสังคม เสาต้นที่สี่ด้านความมั่นคง และเสาต้นที่ห้าด้านต่างประเทศเสาใดเสาหนึ่งล้ม สถาบันหลักก็อยู่ไม่ได้เสาทั้ง 5 ต้นที่สำคัญสุดคือการเมืองการปกครอง เสาต้นนี้ไม่ดีก็ทำให้เสาต้นอื่นเซไปหมด ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ต่างประเทศย่อมกระทบถึงสถาบันหลักด้วยคำถามคือการเมืองการปกครองทำอย่างไรถึงถูกต้องและดี ขอย้อนกลับไปปี 2475 รัชกาลที่ 7 มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานอำนาจให้แก่ประชาชนพระองค์ท่านรับสั่งว่าข้าพเจ้ามอบอำนาจของข้าพเจ้าให้แก่ประชาชนแต่ไม่ยินยอมให้แก่คนหนึ่งคนใดหรือคณะหนึ่งคณะใดเว้นแต่ได้รับความยินยอมจากพี่น้องประชาชนอำนาจของประชาชนที่ท่านว่าคืออำนาจสูงสุด หรืออำนาจประชาธิปไตยปรากฏว่าก่อนถึงวันนั้นมีการยึดอำนาจเสียก่อน มีรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง ทุกคนมองรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยสำคัญที่สุด คิดว่ารัฐธรรมนูญเป็นตัวประชาธิปไตย เลือกตั้งเสร็จ นักการเมืองทะเลาะกัน ถูกยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ จนมาถึงยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมประเทศไทยบอกเป็นประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ 20 ฉบับ ผิดกับสหรัฐอเมริกา อังกฤษ มีแค่ฉบับเดียว มีพรรคการเมืองใหญ่แค่ 2 พรรค ประเทศไทยมีเกือบ 100 พรรคนับจากวันนั้นถึงวันนี้ อำนาจไม่เคยเป็นของประชาชนประชาชนยังไม่เคยมีอำนาจเป็นของตัวเองขอให้คิดให้ดีว่าอะไรทำให้นักการเมืองทะเลาะกัน อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในด้านการเมืองการปกครอง ไม่ได้อยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญแน่นอน ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญจบไปแล้ว บางคนอยากได้ ส.ส.ร. บางคนอยากให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 40 บางคนอยากให้ฉีกรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด แต่ไม่ใช่ตัวหลักทำให้การเมืองการปกครองดีไม่ว่าจะเป็นการปกครองโดยเผด็จการ สังคมนิยม ประชาธิปไตย ราชาธิปไตยหรือระบอบอื่นๆ เขาคิดเพื่อประชาชน ทำเพื่อประชาชน ไม่มานั่งพูดถึงการเลือกตั้ง เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องอะไรต่างๆฉะนั้นถ้าอยากปกครองประเทศให้เกิดความสงบ ต้องคิดเพื่อประชาชน มุ่งหน้าทำเพื่อประชาชน การทำให้ประชาชนดีที่สุดต้องทำโดยประชาชน ให้กินอิ่ม นอนอุ่น บนที่ดินอย่างน้อยสัก 50 ตารางวาต่อครอบครัวแต่ทุกวันนี้ชีวิตของประชาชนตกอยู่ในสภาพล่อแหลม ถังแตก เมื่อปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชนแล้ว เราก็ต้องคำนึงว่ารูปแบบผู้ปกครองจะมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ แต่สุดท้ายมันมาเองตามยุทธศาสตร์กระจายอำนาจ เพื่อให้การปกครองมาจากประชาชนในระดับล่าง เริ่มจากกำหนดให้มีผู้ใหญ่บ้านเลือกกำนัน กำนันเลือกนายอำเภอ นายอำเภอเลือก ผู้ว่าราชการจังหวัด มีวาระ 4 ปีผู้ปกครองมาจากประชาชนรู้ ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ดีกว่าส่งไปจากส่วนกลาง คือ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่รู้ถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ต่างๆหลังจากได้ผู้ว่าราชการจังหวัดจากการเลือกตั้ง ต่อไปก็ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าภาคสมมติภาคใต้มี 14 จังหวัด ก็กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้ทั้งหมดเลือกตั้งผู้ว่าภาคใต้ ในพื้นที่เฉพาะอาจจะมีเขตปกครองพิเศษก็ว่ากันไปต่อไปก็ทำแบบนี้ทุกภาค ทั้งภาคเหนือ-ล้านนา ภาคตะวันออก– เฉียงเหนือ-ศรีโคตรบูร ภาคใต้-ลังกาสุกะ ภาคกลาง-อโยธยา 4 ภาครวมเป็นประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย ชนเชื้อเผ่าต่างๆ เฉกเช่นประเทศอื่นๆล้วนมีหลายชนเชื้อเผ่าต่างๆ4 ผู้ว่าภาครวมเป็นคณะกรรมการกลาง (Central Committee) ซึ่งกรรมการกลางต้องเลือกผู้ที่เหมาะสมขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถาบันหลักของประเทศโครงสร้างการปกครองนี้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งและประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าเพื่อประชาชนได้พร้อมยกตัวอย่างการเผชิญพรรคคอมมิวนิสต์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศไทย หนักกว่านี้ยังแก้ได้ ประเทศไทยสงบสุข ดึงคนเหล่านี้มาพัฒนาประเทศ หลายคนขึ้นเป็นรัฐมนตรี ทุกคนเลิกคิดร้ายต่อประเทศก็จบหลังกลุ่มราษฎรเตรียมรับมือการรัฐประหาร การเมืองไทยมีโอกาสกลับไปสู่วัฏจักรเดิมๆ ในสายตา “ขงเบ้งแห่งกองทัพ” เป็นห่วงแค่ไหน พล.อ.ชวลิต บอกแบบทีเล่นทีจริงว่า รัฐประหารก็รัฐประหารไปซิ “มันก็เหมือนเดิม ไอ้ตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ก็ไปดิ”ผมไม่เป็นห่วง อยากให้มันเกิดความจริงอยากให้ทุกฝ่ายคิดทำเพื่อประชาชน เริ่มทำจากระดับหมู่บ้าน ตำบล ก่อนขยายไประดับใหญ่ๆฝ่ายมีอำนาจเริ่มเข้มใช้กฎหมาย เริ่มใช้ ม.112 พล.อ.ชวลิต บอกว่า พระองค์ท่านไม่ให้ใช้ แต่ไอ้พวกบ้าไปสั่งกันเอาเองวิกฤติครั้งนี้มีทางลงเอยอย่างไร พล.อ.ชวลิต บอกว่า หากพวกเรารู้แล้วไม่ทำเพื่อประชาชน คิดเพื่อประชาชนก็จะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ซ้ำๆซากๆ ทวีความรุนแรงขึ้นๆ เพราะไม่มีการแก้ไขและควรชี้แจงให้ทราบ อย่างน้อยพระมหากษัตริย์ในจักรีวงศ์ ทำอะไรบ้าง จักรีวงศ์ต้องคงอยู่และรุ่งเรืองขึ้นผมไม่ได้คิดแค่นี้ ยังมีสิ่งที่ต้องเทิดทูนสถาบันอีกโมเดลนี้นำมาแก้ปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบันได้อย่างไร โดยเฉพาะมีกลุ่มราษฎร นักเรียนเลวเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ปฏิรูปในหลายด้าน พล.อ.ชวลิต บอกว่า ขอให้ทุกฝ่ายมุ่งหน้าคิดถึงประชาชน ทำเพื่อประชาชน เช่น ด้านสุขภาพ อนามัยของคนไทยสำคัญที่สุด การปฏิรูปการศึกษา พร้อมขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์คลองไทย ใกล้นำเสนอต่อรัฐบาลแล้ว ทำแบบนี้เด็กไม่ชอบหรือการปฏิรูปสถาบันกลายเป็นชนวนความขัดแย้ง พล.อ.ชวลิต บอกว่า คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจไปโทษเด็กก็ไม่ได้ เพราะคนแก่ไม่เคยเขียนเอาไว้ความสำคัญขององค์พระมหากษัตริย์ยิ่งใหญ่มากพระองค์ท่านเป็นพระองค์ที่สำคัญที่สุด มีความคิดที่ลึกซึ้ง แต่ยังไม่มีคนรู้สมกับที่หลวงปู่ฤาษีลิงดำทำนายเอาไว้ สยามจะศิวิไลซ์ในสมัยรัชกาลที่ 10การปฏิรูปสถาบันไม่ต้องห่วง สังเกตไหมเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงถึงยุคถึงสมัยที่พระองค์ท่านเริ่มทำ เขียนสิอย่างน้อยในราชวงศ์จักรีทำอะไรบ้างเด็กๆถึงได้อ่านได้รู้เข้าใจถึงประเทศไทยจำเป็นต้องมีสถาบัน.ทีมการเมือง