“ข้าวแคบ” เป็นอาหารว่างพื้นบ้านยอดนิยมของภาคเหนือ มักทำกินกันในงานเทศกาลต่างๆ แต่ละจังหวัดมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่พัฒนากันมาสู่รุ่นต่อรุ่น บางพื้นที่ทำขายกันเป็นล่ำเป็นสันเช่นเดียวกับข้าวแคบ “บ้านพันเชิง” หมู่ 2 ต.ช่อแฮ อ.เมืองแพร่ ได้รับการกล่าวขานถึงความอร่อยมานับ 100 ปี หมู่บ้านแห่งนี้ยึดอาชีพทำข้าวแคบกันเกือบทุกหลังคาเรือน สองข้างทางมีแต่ร้านข้าวแคบตั้งเรียงรายตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอยจนเป็นที่มาของชื่อ “ถนนข้าวแคบ”นางวาสนา วงศ์ทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวแคบสมุนไพรบ้านพันเชิง เผยว่า เดิมชาวบ้านจะทำข้าวแคบเฉพาะงานบุญ ทำคู่ข้าวแต๋นข้าวตอก หญิงมีครรภ์นิยมทำข้าวแคบข้าวเหนียวเก็บไว้กินตอนคลอดลูกอยู่ไฟ เพราะคนโบราณห้ามแม่ที่เพิ่งมีลูกใหม่ๆกินอาหารแสลงกับเด็กจากนั้นมีการสืบทอดการทำข้าวแคบ และพัฒนาจากข้าวเหนียวเป็นการทำข้าวแคบข้าวเจ้า วิธีทำคล้ายกับทำข้าวเกรียบปากหม้อ ความแตกต่างอยู่ที่ข้าวแคบจะใส่งาดำหรือไม่ใส่ก็ได้หรือผสมพริกเข้าไปให้มีรสเผ็ดเค็มพอดี นำแป้งที่ผสมมาแต่งรสชาติละเลงลงไปบนปากหม้อที่ตรึงด้วยผ้าขาวบางนึ่งไอน้ำเดือดหากนำมาทานเลยเรียกว่า “ข้าวปัน” หรือ “ข้าวพัน” หรือนำผักสดไข่ หมู ใส่บนข้าวพัน เรียกว่า “ข้าวพันผัก” ถ้าจะนำแผ่นแป้งสุกแล้วเอาไปตากแดดให้แห้งจะนำไปปิ้งหรือทอดก็ได้ แล้วแต่ใครจะสะดวกหรือชอบแบบไหนปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการปรุงทั้งรสชาติและสีสันสวยงามน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น และเปลี่ยนจากปิ้งทอดเอามาอบเตาไมโครเวฟ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยอีกทั้งยังนำข้าวแคบตากแห้งมาพัฒนารูปแบบการกินได้อีกหลายอย่าง เช่น นำมาห่อหมี่ หรือทำเมี่ยงปลาทู รสชาติอร่อยไปอีกแบบทุกวันนี้การทำข้าวแคบหรือทำข้าวปันหรือข้าวพัน ถือเป็นอาชีพของแม่บ้านที่สร้างรายได้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ในครอบครัวได้พอสมควร แม้จะไม่มากมายเท่า อาชีพอื่น แต่ก็อยู่ได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่สำคัญมีการต่อยอดสร้างเป็นศูนย์เรียนรู้ “ข้าวแคบ” หมู่บ้าน ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านพันเชิง โดยมีหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ เข้ามาเรียนรู้ถึงวิธีทำข้าวแคบครบวงจร เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน.มณี ม่วงทอง