ชาวบ้านสาธุท่วมหัว ตำรวจบุกตะครุบ “ไอ้เม่น” ทรชนเดนนรกได้แล้ว หลังขยี้กามสาวแม่ลูกอ่อนย่านสำโรงใต้ รื้อประวัติฉาวยาวเป็นหางว่าว มีทั้งชิงทรัพย์ อนาจาร ข่มขืน ผงะแค่เดือนเดียวนับสิบคดี อ้างหาเงินเสพยาบ้า เมาแล้วมีอารมณ์เปลี่ยวต้องหาทางระบายออก ใช้อุบายทำตีเนียนเป็นคนสนิทในครอบครัว เหยื่อหลงกลเป็นเสร็จทุกรายชาวบ้านร้านตลาดนอนตาหลับ หลังมีคนร้ายอ้างชื่อ “เม่น” เป็นเพื่อนพ่อ บุกเข้าไปในบ้าน น.ส.สุ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้เสียหาย ใช้กำลังบังคับข่มขืนเหยื่อจนสำเร็จความใคร่ต่อหน้าลูกน้อยวัย 2 เดือน เหตุเกิดพื้นที่ สภ.สำโรงใต้ ตำรวจกระจายกำลังลงพื้นที่หาข่าวจนทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายพีระพัฒน์ หรือเม่น ปิดตังเสโน อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/3 หมู่ 5 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ก่อคดีทางเพศมาโชกโชนและถูกศาลออกหมายจับแล้วความคืบหน้าเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 19 พ.ย. ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.แสนภูดาษ ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จ.สมุทรปราการ และชุดสืบสวน สภ.สำโรงใต้ นำหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ จ287/63 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ข้อหา “กระทำอนาจารเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” และหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 500/2563 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเรา บุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธฯ” เข้าจับกุมผู้ต้องหาคือ นายพีระพัฒน์ หรือเม่น ปิดตังเสโน อายุ 22 ปี พร้อมของกลางรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กท 4310 ชัยภูมิ จับได้ใกล้ห้องเช่าในซอยต้นน้ำ ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ขณะย่องมาหาหญิงสาวที่แอบชอบอยู่ แต่ช่วงที่มา สามีของหญิงสาวกลับมาที่ห้องพอดี ทำให้ผู้ต้องหาต้องรออยู่ด้านนอกห้องเพื่อรอเวลา ก่อนถูกรวบตัวได้สอบถามนายพีระพัฒน์ หรือเม่น ปิดตังเสโน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าติดยาบ้างอมแงมต้องหาเงินมาซื้อยาเสพทุกวัน หลังเสพยาแล้วจะมีอาการดีด อยากมีเพศสัมพันธ์ตลอดเวลา จะก่อเหตุเน้นชิงทรัพย์เพื่อนำเงินไปซื้อยามาเสพ เลือกเหยื่อที่เป็นเด็กหญิง เด็กชาย คนชรา ที่อยู่บ้านคนเดียวและดูเป็นที่เปลี่ยว ไม่เกี่ยวว่ากลางวันหรือกลางคืน ถ้าเกิดอยากเสพยาจะลงมือทันที หากจะข่มขืนจะเป็นช่วงที่เพิ่งเสพยามาทำให้มีอารมณ์ ใช้วิธี ทำตีเนียนอ้างกับเหยื่อว่ารู้จักคนในครอบครัวขอยืมของ หรือตีสนิทจนเหยื่อตายใจก่อนจะลงมือก่อเหตุจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่าก่อคดีอย่างโชกโชน เฉพาะเดือน พ.ย.63 เพียงเดือนเดียวก่อเหตุมากว่า 10 คดี เริ่มด้วยบ่ายโมงวันที่ 7 พ.ย. ทำร้ายร่างกายและอนาจารเด็กหญิงวัย 13 ปี พื้นที่หมู่ 5 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา 4 ทุ่มคืนวันที่ 11 พ.ย. ลักทรัพย์ปืนพก 1 กระบอกในบ้านไม่ทราบเลขที่ หมู่ 1 ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา 5 ทุ่มครึ่งคืนวันที่ 12 พ.ย. ข่มขืนหญิงชราในพื้นที่ สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ กลางดึกคืนวันที่ 13 พ.ย. ลักรถ จยย.ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีดำ พื้นที่ ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เที่ยงคืนครึ่งวันที่ 15 พ.ย. พยายามชิงทรัพย์รถ จยย. พื้นที่ ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ใช้รถฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีดำ ที่ลักมาเป็นพาหนะก่อเหตุ เที่ยงครึ่งวันเดียวกัน ชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือที่บ่อกุ้งข้าง อบต.เทพราชต่อมาวันที่ 16 พ.ย. เวลา 09.30 น. ลักรถ จยย.ฮอนด้า ดรีม สีครีม ทะเบียน 1 กฎ 8045 ฉะเชิงเทรา พื้นที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ใช้อุบายหลอกเปลี่ยนรถกับผู้เสียหาย จากนั้นช่วงบ่ายโมงไปลักโทรศัพท์มือถือในร้านขายอาหารตามสั่ง ริมถนนสายพิมพา-เทพราช ข้างบริษัทอำพลทรานสปอร์ต ใช้อุบายหลอกสั่งซื้อข้าว เมื่อเจ้าของร้านเผลอได้ลักโทรศัพท์ไป 5 ทุ่มคืนวันที่ 17 พ.ย. ลักรถ จยย.ฮอนด้า เวฟไอ สีแดง-ดำ ทะเบียน 1 ขร 7291 กรุงเทพมหานคร ริมถนนสายสิริโสธร หมู่ 2 ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ใช้อุบายหลอกขอความช่วยเหลือแล้วชิงรถไป สายวันที่ 18 พ.ย. ก่อเหตุข่มขืนหญิงสาวในซอยวัดสวนส้ม ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และช่วงดึกวันเดียวกัน ลักรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กท 4310 ชัยภูมิ ไปจากตลาดนินจา จ.ชลบุรี ใช้อุบายหลอกชิงรถเช่นเคยหลังสอบสวนชุดสืบสวน สภ.แสนภูดาษ นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีแรก กระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 13 ปี และทำร้ายร่างกายเหยื่อบาดเจ็บในพื้นที่หมู่ 5 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา คดีที่ 2 ชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือของนางประเสริฐ ทาแก้ว อายุ 54 ปี ที่บ่อกุ้งข้าง อบต.เทพราช ผู้ต้องหาได้คุกเข่าขอขมานางประเสริฐ ผู้เสียหาย เนื่องจากได้ตบหน้าผู้เสียหายอย่างแรง 2 ครั้งขณะก่อเหตุ และคดีที่ 3 ลักรถ จยย.ฮอนด้า เวฟไอ สีแดง-ดำ ทะเบียน 1 ขร 7291 กรุงเทพมหานคร ริมถนนสิริโสธร หมู่ 2 ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา หลังเสร็จการทำแผน นำตัวกลับมาควบคุมไว้ในห้องขัง เพื่อรอตำรวจพื้นที่เกิดเหตุอื่นมาอายัดตัวคนร้ายไปดำเนินคดี