คนเขียนมาเล่าด้วยความสงสัยว่า อดีตเพื่อนนักโทษจำคุกคดียาเสพติดมาหลายปี พ้นโทษออกมาไม่นาน สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จ.สุรินทร์ หรือกองร้อย อส.สุรินทร์บอกว่า ผ่านคัดเลือกเข้ามาแบบมีข้อสงสัยขัดกับระเบียบและคุณสมบัติของกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ที่ว่าไม่เคยมีพฤติการณ์น่ารังเกียจเคยเสพยาเสพติดให้โทษ ไม่เคยเป็นผู้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดเพราะกระทำความผิดอาญาคนร้องบอกว่า เพื่อนนักโทษคนนี้ติดคุกคดี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ครอบครองเพื่อเสพและจำหน่าย ออกจากเรือนจำขอนแก่นเมื่อปี 2561 กลับมาบ้านคุยว่าเป็น อส.แล้วทำงานด้านยาเสพติดด้วย ระยะแรกไม่มีคนเชื่อ พอเห็นแต่งชุด อส.และยังโพสต์ภาพระหว่างทำงานลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยความสงสัยได้นำเรื่องมาเล่าให้อดีต อส.คนหนึ่งช่วยหาข้อมูลความจริง ทำให้เรื่องทั้งหมดขยายวงในกลุ่ม อส.และฝ่ายปกครอง จ.สุรินทร์แต่มีปลัดอำเภอคนหนึ่งรู้เรื่องเข้า จึงมีคำสั่งห้ามไม่ให้ อส.คนไหนในหน่วยให้ข้อมูลเรื่องนี้เด็ดขาด อ้างเป็นเรื่องภายใน รวมทั้งห้ามให้ข้อมูล กับนักข่าวด้วย ผู้ใหญ่ในกองอาสารักษาดินแดน จ.สุรินทร์ ขอให้ปิดข่าวเรื่องนี้มีการส่งข้อมูลให้สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.สุรินทร์ ช่วยตรวจสอบว่าผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติการรับสมัครคัดเลือก ทั้งที่มีประวัติอาชญากรผ่านมาได้อย่างไรในเมื่อเคยมีประวัติติดคุกคดียาเสพติดมาหลายปีในขณะที่มีประกาศกองบังคับการกองอาสาสมัครรักษาดินแดน จ.สุรินทร์ รับสมัครคัดเลือกบรรจุเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน มีคนสมัคร จำนวนมาก รวมทั้งลูกหลาน อส.ไม่ง่ายที่จะผ่านการคัดเลือกที่เคร่งครัดในแต่ละครั้งที่ประกาศมีตำแหน่งว่างไม่กี่คนเท่านั้นแต่คนที่เป็นเรื่องผ่านมาได้อย่างไรคนร้องบอกว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเกือบปีแล้ว คงต้องขอให้ ผวจ.สุรินทร์ ช่วยตรวจสอบหาความกระจ่างว่า ความจริง มีความเป็นมาอย่างไร เพราะการรับ อส.เข้ามา ตั้งแต่ประกาศรับสมัคร คัดเลือก บรรจุเป็นอำนาจ ของ ผวจ.ที่สำคัญปล่อยให้คนที่มีประวัติมาเป็น อส.กินเงินเดือนของรัฐมาแล้วหลายปีหากกระบวนการเข้ามาถูกต้อง พร้อมรับคำชี้แจงให้ชาวบ้านรู้เรื่องนี้จะคลายความสงสัยเคลือบแคลงลงได้ แต่หากไม่เป็นไปในทางที่ระเบียบราชการประกาศไว้ หรือมีเงื่อนงำ ต้องมีผู้ที่เกี่ยวข้องมารับผิดชอบด้วยชาวสุรินทร์รอความกระจ่าง.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th