เป็นหนึ่งในคุณหมอที่มีความสามารถหลากหลายด้าน “นพ.ธีร์ ว่องวุฒิกำจร” หมอศัลยกรรมหนุ่มไฟแรงที่ใส่ใจในรายละเอียดของงาน และชอบสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไข้ให้ดียิ่งขึ้นนพ.ธีร์ ว่องวุฒิกำจร หรือ หมอธีร์ ผู้บริหารและเจ้าของเฟซบอดี้ คลินิก (Facebody Clinic) ที่ตั้งอยู่สุขุมวิท 63 (ตรงข้ามเอกมัย 4) เล่าถึงความมุ่งมั่นในการเป็นหมอว่า ที่จริงที่บ้านไม่ได้อยากให้เรียนหมอเท่าไร อยากให้เรียนวิศวะมากกว่า แต่ตนเองชอบและอยากเรียนหมอ เพราะรู้สึกว่าเป็นอาชีพที่ดี ได้ทำงานช่วยคน ทำให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น พอจบจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ไปเรียนคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นก็ไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ และมาทำงานที่โรงพยาบาลอีก 3 ปี จึงได้ไปเรียนต่อด้านดวงตา จนจบวุฒิบัตรจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย“ตอนที่เลือกเรียนหมอ ผมสนใจเป็นหมอศัลยกรรม แล้วผมก็ชอบด้านศิลปะ พอมาทำงานสักพักรู้สึกสนใจด้านจักษุ เลยไปเรียนต่อ ผมชอบการผ่าตัดผ่านกล้อง มีความรู้สึกว่าเราสนุกไปอีกแบบ ชอบฟีลของการผ่าตัด ซึ่งพอเราได้ทำการรักษาคนแล้ว ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลง อย่างกรณีผ่าตัดต้อกระจก ทำให้คนไข้ที่มีอาการตามัวได้กลับมาเห็นชัดเจนอีก ผมรู้สึกตื่นเต้นดี คือชอบที่จะได้เห็นผลลัพธ์เลย ชอบอะไรที่เปลี่ยนคนจากที่มีอาการแย่ให้ดีขึ้น หรือจากคนที่ธรรมดามาสวยขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น” นอกจากฝีมือในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้คนไข้แล้ว คุณหมอธีร์ ยังใฝ่หาความรู้พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาทั้งในและต่างประเทศ มีทั้งประกาศนียบัตรศัลยกรรมความงามใบหน้า สมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เสริมสวยประเทศไทย ประกาศนียบัตรศัลยกรรมเสริมหน้าอกและดูดไขมัน สมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เสริมสวยประเทศไทย และผ่านหลักสูตรการทำเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการผ่าตัดศัลยกรรมความงามแบบเกาหลี ในด้านศัลยกรรมตาและจมูก ที่กรุงโซล และหลักสูตรการปฏิบัติจริง โดยวิทยาลัยศัลยกรรมความงามระดับสูงของเกาหลี และศัลยกรรมเสริมความงาม ที่ปูซาน, หลักสูตรการปฏิบัติจริง ผ่าตัดเสริมความงามบนใบหน้าที่ประเทศอังกฤษ เป็นต้น ความรู้และฝีมือที่มี คุณหมอธีร์ ได้นำมาใช้อย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน โดยเล่าถึงสไลต์การทำงานของตนว่า“คนไข้แต่ละเคสมีความแตกต่างกัน ความกังวลและปัญหาเขาก็ต่างกัน ก่อนอื่นเราก็ต้องมานั่งคุยมาอธิบายให้เข้าใจตรงกันก่อน หมอจะอธิบายพื้นฐาน ซึ่งค่อนข้างใช้เวลานาน คุยถึงสิ่งที่เขาอยากแก้ไข และปัญหาที่เราแก้ไขได้ ผมอยากให้คนไข้มีความรู้และเข้าใจในสิ่งที่ทำ ถ้าแค่ถ่ายภาพมาคงไม่ได้ ต้องเห็นหน้าจริง เพราะคนไข้แต่ละคนมีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน ผมอยากให้ข้อมูล และทำให้ความเข้าใจกัน อยากให้เขาเห็นความจริงใจของเราในการแก้ปัญหาของเขาครับ ในการทำงานผมตั้งใจทำให้ดีที่สุด พร้อมกันนี้ก็ต้องศึกษาพัฒนาเทคนิคไปเรื่อยๆ เพราะเทคโนโลยีพัฒนาตลอดเวลา อยากทำให้ผลงานออกมาดี ทำให้คนไข้สวยขึ้นมากที่สุดครับ”...ความมุ่งมั่นของคุณหมอไฟแรงหนุ่มแรงคนนี้.