ปฏิวัติ พูดได้ยังไม่เชย หากไม่มีคำถามจากนักข่าวถึงบรรดาผู้นำเหล่าทัพที่ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งใหม่ล่าสุดว่าด้วยทัศนะที่มีต่อการปฏิวัติยึดอำนาจ ต้องถือว่าบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจจาก 4 เหล่าทัพ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ ในท่ามกลางการเมืองที่กำลังร้อนแรงทั้ง 2 ผู้นำเหล่าทัพ คือ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. และ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ให้ความเห็นตรงกันคือเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนพล.อ.เฉลิมพลเน้นด้วยคำว่าไม่มีความคิดอยู่ในสมองในเรื่องการทำปฏิวัติแต่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ได้ให้ความเห็นยาวหน่อยเพราะตอบทุกประเด็นคำถาม “ผมอยากให้ทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ด้วยการขจัดเงื่อนไขต่างๆให้หมดไปจากประเทศไทย และติดลบเพราะศูนย์ก็ยังไม่พอ“แต่การจะติดลบได้ทุกคนต้องช่วยกัน”นั่นคือคำตอบที่เกี่ยวเนื่องกับคำว่า “ปฏิวัติ”อีกคำตอบที่เกี่ยวโยงไปถึงข้อเรียกร้องที่จะให้มีการปฏิรูปสถาบัน ผบ.ทบ.ยกหลักคิดถึงสมเด็จโตเกจิชื่อดัง ซึ่งได้รับยกย่องนับถืออย่างสูงว่าด้วย “กระจกหกด้าน”คือในรอบตัวเรานั้นมีอยู่ 6 ด้าน ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้างซ้าย-ขวา ด้านบน ด้านล่าง จึงต้องมองให้ครบทั้งหมดไม่ใช่มองแค่ด้านหน้าแล้วไปเรียกร้องให้คนอื่นต้องทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ตามความต้องการของตัวเอง โดยไม่ได้มองว่าตนเองดูครบทั้ง 6 ด้านแล้วหรือยังเรียกร้องให้คนอื่นปฏิรูปแต่ปฏิรูปตัวเองครบถ้วนแล้วหรือ?คงได้คำตอบจาก ผบ.ทบ. ที่จะต้องขับเคลื่อนกองทัพจากนี้ไปอีก 3 ปี จนกว่าจะเกษียณอายุราชการอันเกี่ยวเนื่องระหว่าง “การเมือง-การทหาร”ด้วยข้อสรุป “การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง”ในบริบทใหม่นี้ต้องไม่ลืมว่าบรรดาผู้นำเหล่าทัพชุดใหม่นี้นอกจากตำแหน่งในแวดวงราชการแล้วที่จะต้องเป็นผู้บังคับบัญชาในกองทัพโดยตำแหน่งแล้วยังดำรงฐานะข้าราชการในพระองค์ (คอแดง-904) อีกด้วยก่อนหน้านี้ตำแหน่ง “จอมทัพไทย” ถือเป็นสูงสุดในนามธรรม แต่ปัจจุบันมีรูปธรรมคือเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดจากนี้ไป ผบ.เหล่าทัพโดยเฉพาะ ผบ.ทบ.จะไปทำอะไรต่อไปแบบโดดๆไม่ได้อย่างที่ผ่านมา คิดจะยึดอำนาจก็สั่งนำกำลังออกมาเปิดปฏิบัติการตั้งข้อหาฝ่ายการเมืองปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ทำลายความมั่นคง ทุจริตคอร์รัปชัน เผด็จการรัฐสภา ฯลฯลงท้ายก็ล้มเลิกรัฐธรรมนูญแล้วเข้ามาตั้งรัฐบาลบริหารประเทศอย่าง คสช.นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ภายใต้ร่มเงา “3 ป.” ก็เข้ามายึดอำนาจเหตุผลก็ไม่ต่างไปจากเดิมๆแต่เพิ่มอีกชุดความคิดคือยุติสงครามการเมืองจากนั้นก็เข้าบริหารประเทศ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ เพิ่มบท เฉพาะกาลและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกอย่างล้วนส่งเสริมอำนาจอย่างต่อเนื่อง“ขอเวลาอีกไม่นาน”...จนการเมืองมาลงเอยในจุดปัจจุบัน!“สายล่อฟ้า”