เสาร์ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 13.00 น. มีพิธีทอดกฐินสามัคคี ณ วัดมัชฌิมวัน (ดงกลาง) อ.เขาสมิง จ.ตราด ท่านที่ไปร่วมพิธีไม่ได้ แต่ประสงค์จะทำบุญ ขอเชิญที่บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ เลขที่ 488-0-86800-0 ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านครับเมื่อวานรับใช้ถึงการรวมตัวของประชาชนที่ล้มเลิกการปกครองของระบอบคอมมิวนิสต์ในเชโกสโลวะเกียอย่างนิ่มนวลที่เรียกกันว่า ‘การปฏิวัติกำมะหยี่’ แล้ว วันนี้ขอต่อด้วยการชุมนุมทางการเมืองอย่างสันติวิธีของประชาชนอูเครนที่เป็น ‘การปฏิวัติสีส้ม’ ระหว่าง 22 พฤศจิกายน 2004-23 มกราคม 2005 ซึ่งประชาชนยืนหยัดต่อสู้จนประสบชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี ค.ศ.2004 กลุ่มอำนาจเดิมหนุนผู้สมัครที่ชื่อวิคเตอร์ ยานูโควิช แต่พวกเคลื่อนไหวที่ใช้เสื้อและธงสีส้มหนุนนายวิคเตอร์ ยูเชนโคเมื่อโพลออกมาว่านายยูเชนโคจะชนะการเลือกตั้ง ก็มีการวางยาพิษทีซีดีดีไดออกซิน จนยูเชนโคล้มป่วยและถูกนำตัวไปรักษาที่ออสเตรียนานเกือบเดือน แม้จะไม่ตายแต่แกก็เสียโฉม หน้าตาและเนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลตะปุ่มตะปํ่า สีผิวก็เปลี่ยน ร่างกายก็อ่อนแอรัฐบาลโจมตีว่ายูเชนโคไปลอกหน้าเสริมเสน่ห์และแพ้ครีมบำรุง จากนั้นก็ให้เจ้าหน้าที่รัฐไปไล่จับนักศึกษาสีส้มถึงหอพัก เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยคนไหนถูกจับได้ว่าเป็นสีส้ม ก็ถูกไล่ออกจากบ้านพักกลางฤดูหนาว ผลการเลือกตั้งรอบแรก 31 ตุลาคม 2004 ไม่มีใครได้คะแนนถึงร้อยละ 50 จึงต้องมีการเลือกตั้งรอบที่สองเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2004มีข่าวลือว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น 8.5 หมื่นคนทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งปลอม 2.8 ล้านใบ ในแต่ละหีบมีใบลงคะแนนมากกว่าผู้ใช้สิทธิ ทำให้นายยานูโควิชซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลชนะ และ กกต.ก็รีบเร่งประกาศผลเลือกตั้งนางนาตาลยา ดมีทรัค ผู้แปลข่าวเป็นภาษามือทางโทรทัศน์สื่อสารถึงผู้ชมว่าไม่เชื่อในคำแถลงของ กกต. แถมยังส่งภาษามือบอกว่าคนที่ชนะคือนายยูเชนโคนางดมีทรัคทำเท่านี้เองครับ คนก็ออกมารวมกันที่จตุรัสไมดันกลางกรุงคีฟ ตอนนั้น หิมะตกหนัก ทุกคนวิ่งหาอะไรก็ตามที่เป็นสีส้มติดไม้ติดมือไปด้วย ใส่เสื้อผ้าสีส้ม ผ้าพันคอสีส้ม ติดโบสีส้ม ลูกโป่งสีส้ม ฯลฯ การชุมนุมของประชาชนยาวนานต่อเนื่องตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน 2004 ข้ามปีใหม่ไปจนถึง 23 มกราคม 2005ส่วนประชาชนที่หนุนรัฐบาลและที่มีใจโน้มเอียงไปทางเผด็จการ เป็นพวกที่ชอบระบอบอำนาจนิยม ออกมาหนุนนายยานูโควิช พวกนี้ใช้สัญลักษณ์สีฟ้า พวกสีฟ้าเกณฑ์คนออกมาเหมือนกัน แต่มากันกะหร็อมกะแหร็ม แกนนำแต่ละคนพูดจาขาดตกบกพร่องไม่น่าเชื่อถือ สุดท้ายก็กระย่องกระแย่งฝ่าความหนาวกลับบ้านกันหมดยูเชนโคก็ประกาศไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และบุกเข้าไปในรัฐสภาที่กำลังเปิดประชุมและกล่าวปฏิญาณตนเป็นประธานาธิบดี รัฐบาลสั่งให้ทหารและตำรวจปราบยูเชนโคและผู้ชุมนุม แต่ทหารและตำรวจไม่รับคำสั่ง ประชาชนต่างต่อสู้แบบอารยะขัดขืน พวกสีฟ้าขู่ว่าถ้าพวกสีส้มไม่ยอมรับผลเลือกตั้งพวกตนจะแยกประเทศเอาดินแดนไปรวมกับรัสเซีย จึงเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างพวกสีส้มกับพวกสีฟ้า พวกสีส้ม กลัวแพ้ ไปรวมกันที่จัตุรัสไมดันมากกว่า 2 แสนคนศาลสูงเห็นว่าสถานการณ์อย่างนี้จะทำประเทศแย่ จึงประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และให้มีเลือกตั้งใหม่ 26 ธันวาคม 2004 ทำให้ผู้คนต้องไปเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 3 คราวนี้มีผู้ร่วมสังเกตการณ์จากต่างประเทศเข้าไปช่วยดูการเลือกตั้งถึง 1.3 หมื่นคน ร้อยละ 52 ของผู้มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 28 ล้านคน เทคะแนนให้ยูเชนโคฝ่ายสีส้ม ส่วนสีฟ้าได้คะแนนเพียงร้อยละ 44.2การปฏิวัติสีส้มยืนหยัดนานถึง 17 วัน อูเครนจึงหลุดจากการปกครองของรัฐบาลที่หนุนอำนาจนิยม.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com