นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพสนับสนุนให้มีการจัดตั้งโรงเรียนสุขบัญญัติแห่งชาติ เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพพื้นฐานโดยนำเนื้อหาสุขบัญญัติมาสอดแทรกการเรียนการสอนให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรงมีพัฒนาการที่สมวัย ทั้งยังเป็นปราการสำคัญในการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด รวมถึงโรคโควิด-19 ที่ผ่านมามีการดำเนินการโรงเรียนสุขบัญญัติแห่งชาติไปแล้ว 6,092 แห่งทั่วประเทศ มีการนำหลักสุขบัญญัติ 10 ประการมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ ปลูกฝังพฤติกรรมตามหลักวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) แก่นักเรียนใช้ป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19 อาทิ รักษาร่างกายและของใช้ให้ สะอาด ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารหลังขับถ่าย และหลังจากทำกิจกรรมต่างๆ มีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคมด้วยการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เช่น ใส่หน้ากากอนามัย การจัดสภาพแวดล้อม/การจัดห้องเรียนอย่างเว้นระยะห่าง และการใช้ภาชนะใส่อาหารของตัวเอง มาใช้ในการปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพให้เกิดการปฏิบัติเป็นประจำอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังส่งเสริมการนำพลังบวกของนักเรียนจิตอาสาเข้ามามีส่วนร่วมกับการส่งเสริมสุขภาพในฐานะยุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.) โดยมีบทบาทหน้าที่ร่วมกับครู ผู้ปกครอง เครือข่ายในพื้นที่ หรือแกนนำชุมชน จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสุขภาพแก่เพื่อนนักเรียนในโรงเรียน เช่น จัดบอร์ดประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านสุขภาพ การสวมหน้ากากอนามัย การเล่นในระยะห่างที่เหมาะสม ฯลฯ ให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพดีอย่างต่อเนื่องในกลุ่มเพื่อนนักเรียนในปี 2563 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพตั้งเป้าพัฒนาให้เกิดยุว อสม.ที่จะนำแนวทางการดำเนินงานตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ทั้งในการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 และส่งเสริมสุขภาพเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับนักเรียนใน 878 อำเภอ อำเภอละ 2 โรงเรียน โรงเรียนละ 10 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 17,560 คน และจะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 35,120 คนในปี 2564.