เย็นวันที่เพื่อนๆหลายคน แต่งชุดขาวไปไหว้พระราหู ผมก็เริ่มสงสัยตัวเองว่า รู้จักพระราหูแค่ไหนพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานฯ บอกว่า ราหู...อสูรตนหนึ่งมีตัวขาดครึ่งท่อน เชื่อกันว่าเวลามีจันทรคราสหรือสุริยคราส เป็นเพราะดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ถูกราหูอมเอาไว้ตำราโหรว่าเป็นเทวดาพระเคราะห์ และดาวพระเคราะห์ดวงที่ 7 หมายถึงตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี ความหมายหลังนี้ ราหูไม่ใช่ดาวอะไรสักดวงภาษาชาวบ้านราหูเป็นแค่เงา...คำเงาราหู ใช้กันในความหมาย ช่วงเวลามืดๆหมองๆของชีวิต นั่นปะไรกับเพื่อนๆในชมรมคนรักไอ้ไข่ ซึ่งก็เป็นคนพวกเดียวกับคนที่ไปกราบไหว้พระราหู ผมมีเรื่องเล่าเกทับในคัมภีร์อินเดีย พระราหูที่ว่าตัวใหญ่ขนาดอมพระอาทิตย์ อมพระจันทร์ได้ทั้งดวงนั้นเทียบความใหญ่กับเทพีนูต เทพีตัวแม่ในคัมภีร์อียิปต์โบราณแล้วเล็กกระจิริดเดียวใน “ตำนานเทพเจ้าอียิปต์” (ณัฐพล เดชขจร สำนักพิมพ์ยิปซี พ.ศ.2562) เทพีนูตคือสัญลักษณ์แห่งสรวงสวรรค์เป็นตัวแทนของท้องฟ้า เสียงฟ้าร้องคือเสียงหัวเราะ ส่วนฝนที่ตกลงมาคือน้ำตาของเธอเมื่อร้องไห้เธอเป็นมารดาแห่งวัตถุบนท้องฟ้าทั้งปวง รวมทั้งดาวสุริยามีตำนานเล่าว่า เทพีนูตกลืนกินดวงสุริยาเข้าไปทางปาก และให้กำเนิดดวงสุริยาใหม่ทางช่องคลอดชาวอียิปต์โบราณ เปรียบเทพีนูตเข้ากับทางช้างเผือก มีหลักฐานในคัมภีร์มรณะบทที่ 176 มีคาถาบทที่เริ่มต้นด้วยการสวดอ้อนวอนเทพีนูต ตามมาด้วยเรื่องของกลุ่มดาวที่พาดผ่านผืนฟ้ายามราตรีศิลปะอียิปต์โบราณ ที่แสดงภาพเทพีนูต มักปรากฏดวงดาวห้าแฉกอยู่บนร่างกายของนาง ดวงดาวห้าแฉกหมายถึงดวงดาวทั้งมวลบนผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ภาพจำลองตำแหน่งดวงดาวในยุคก่อนราชวงศ์ พบว่าทางช้างเผือกที่ปรากฏให้เห็นในช่วงก่อนรุ่งสางในวันเหมายัน ตรงกับวันที่ 22 ธันวาคม มองดูคล้ายรูปร่างของมนุษย์ ที่ยืดตัวออก โดยที่แขนขาแตะสัมผัสกับเส้นขอบฟ้าคล้ายกับภาพเทพีนูต ที่ชาวไอยคุปต์ในยุคราชวงศ์แสดงเอาไว้ในวันเหมายันนั้น ดวงสุริยาจะปรากฏขึ้นจากขอบฟ้า บริเวณที่เชื่อว่าเป็นอวัยวะเพศของเทพีนูต และเก้าเดือนก่อนหน้า ในช่วงวันวสันตวิษุวัต 21 มีนาคม ดวงสุริยาก็จะลับขอบฟ้าไปในบริเวณที่เป็นเศียรความเชื่อว่า เทพีนูตกลืนกินดวงสุริยาเข้าไปทางปาก และอีกเก้าเดือนต่อมา เท่ากับเวลาตั้งครรภ์ของมนุษย์ จึงไม่ใช่เรื่องฝันกระเจิงเกินจริง แต่เป็นความสอดคล้อง แสดงภูมิปัญญาด้านดาราศาสตร์ที่ล้ำหน้า อย่างน่าอัศจรรย์ชาวไอยคุปต์ จึงเอาปรากฏการณ์นี้ เชื่อมโยงเทพีนูตเข้ากับตำนานชีวิตหลังความตาย ผู้ตายไม่ว่ากษัตริย์หรือคนสามัญ เปรียบเสมือนดวงดาวในร่างกายขององค์เทพีส่วนเรื่องราวทำนองเดียวกับสุริยคราส จันทรคราสนั้น ชาวอียิปต์ก็มีเรื่องเล่าเหมือนกัน สุริยเทพรา มีภาระในการนำเรือแล่นไปข้างหน้า ต่อสู้กับศัตรูสำคัญ คืออโพฟิส พญางูใหญ่ เวลาใดที่สุริยเทพราแพ้ ทิวาจักมืดมิดดังราตรีเรื่องความมืดความสว่างของอียิปต์ เป็นเรื่องของเทพเจ้า ไม่ใช่เรื่องที่ชาวบ้านต๊อกต๋อยในแดนดินแบบบ้านเราจะต้องไปออกแรง ช่วยกันไล่เออ...ถ้าเป็นเรื่องแบบเด็กๆ เขาเบื่อรัฐบาลเตรียมรวมตัวกันไล่รัฐบาล ก็ไปอย่างงานนี้ ปี๊บหรือถ้วยถังกะละมังหม้อ น่าจะพอช่วยได้ ราหูขี้ตกใจ อาจจะคายพระอาทิตย์พระจันทร์ เอ๊ย อำนาจที่อมเอาไว้ห้าหกปี ออกมา ใครไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ แต่ผมเชื่อ.กิเลน ประลองเชิง