“เสรี” ซัดฝ่ายค้านจ้องแต่เล่นเกมการเมือง มั่นใจ ส.ว.โหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ญัตติใหม่แน่ “วันชัย” ได้กลิ่นมีคนวางแผนโยนบาป ส.ว. คว่ำกระดานแก้ รธน. เลขาฯ พปชร.สงวนท่าทีขอคุยกันก่อน “อนุดิษฐ์” จี้รัฐเคลียร์สัญญาณมือถือวันม็อบใหญ่ ขอ จนท.รัฐอย่ารุนแรงกับประชาชน “ภราดร” แนะทำประชามติเป็นทางออก “อนุชา” มั่นใจ 19 ก.ย. ไม่น่ากังวล “ธนกร” แซะก้าวหน้าไม่หนุนจริงก็ต้องห้าม ก้าวไกลจวกรัฐบาลทำถังแตกละเอียด โฆษกคลังโต้ไม่ได้ถังแตกตามข่าว “สมศักดิ์” แจงปล่อยตัว “ปลอดประสพ-ยงยุทธ” ไร้นัยหลังการยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมอีก 4 ญัตติ ของ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะประเด็นการปิดสวิตช์ ส.ว. ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อวุฒิสภาโดยตรง ล่าสุดนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ออกมาตอบโต้ฝ่ายค้านจ้องแต่เล่นเกมการเมือง และเชื่อว่า ส.ว.จะโหวตคว่ำทั้ง 4 ร่างแน่นอน“เสรี” ซัดฝ่ายค้านจ้องแต่เล่นเกมเมื่อวันที่ 12 ก.ย. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติร่างแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราเพิ่มอีก 4 ญัตติ ว่า 4 ประเด็นที่ฝ่ายค้านยื่นมา ดูแล้วมีเจตนาต้องการไม่ให้ ส.ว.ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อโยนความผิดให้ ส.ว.เป็นผู้ล้มการแก้รัฐธรรมนูญ ทำตามใบสั่งรัฐบาล เพราะรู้อยู่แล้วว่าญัตติที่ยื่นมาใหม่ ส.ว.ไม่เอาด้วยแน่ ประเด็นที่ยื่นมาต้องการสร้างความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้น ส.ว.รู้ทันเรื่องนี้ว่าเป็นการเล่นเกมการเมือง ถ้า ส.ว.ไปยอมจะยิ่งสร้างปัญหาทั้งเรื่องการตัดอำนาจ ส.ว. เรื่องการติดตามปฏิรูปประเทศ และการล้างคำสั่งประกาศ คสช. เพราะเป็นการรื้อปัญหาที่จบไปแล้วกลับมาใหม่ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า ส.ว.จะรับ 4 ญัตติที่ยื่นมาหรือไม่ แต่เท่าที่คุยกับ ส.ว.หลายคนไม่เห็นด้วยกับญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นมาเช่นกันมั่นใจ ส.ว.คว่ำเรียบ 4 ญัตติใหม่นายเสรีกล่าวอีกว่า ถ้าให้วิเคราะห์เชื่อว่า ส.ว. จะไม่รับทั้ง 4 ญัตติ รวมถึงการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างใหม่ด้วย และตนจะโหวตไม่รับทั้ง 4 ญัตติแน่นอน ขณะนี้เป็นเวลาที่ประเทศเผชิญวิกฤติหลายเรื่อง ควรเอาเวลาไปแก้ปัญหาประเทศก่อน ไม่ใช่มาเล่นการเมืองขับไล่รัฐบาล รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพิ่งใช้ได้ไม่นาน ทำไมรีบแก้ ไม่ปฏิเสธการแก้รัฐธรรมนูญแต่ต้องแก้ในเวลาเหมาะสม ไม่ใช่ตอนที่ประเทศกำลังมีปัญหา วันที่ 14 ก.ย.นี้ ที่ประชุมวิปวุฒิสภาจะนำ 4 ญัตติของฝ่ายค้านมาหารือกันในที่ประชุมด้วย“วันชัย” รู้ทันมีคนโยนบาป ส.ว.นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญโดยตั้ง ส.ส.ร. แม้ ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะเห็นตรงกัน แต่เนื้อในลึกๆก็รู้อยู่ว่า มีความขัดแย้งกันอยู่ทั้งเรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียวและบัตรสองใบ บางพรรคอยากได้ บางพรรคไม่อยากได้ คิดว่าเมื่อมี ส.ส.ร.แล้วคงไปตกลงเอาข้างหน้า แต่พอมาการแก้รายมาตรา เฉพาะเรื่องไม่ให้ ส.ว.เลือกนายกฯยังพอไปได้ แต่ 4 ญัตติที่ยื่นมาใหม่นั้นไปกันใหญ่ บางเรื่องฝ่ายค้านเอาฝ่ายรัฐบาลไม่เอา เป็นความขัดแย้งกันในตัว ยิ่งในส่วน ส.ว. 250 คนไปคนละทิศ ยิ่งทำให้พลังการลงมติกระจัดกระจายมากยิ่งขึ้น เป็นการวางแผนผิดพลาดเป้าหมายไม่ชัดเจน การจะได้เสียง ส.ส.เป็นหนึ่งเดียวกันยากอยู่แล้ว ยิ่ง ส.ว.ยิ่งไปกันใหญ่ ความจริงจะเอาเรื่องไหนควรเอาสักเรื่อง แล้วประสานให้เป็นพลังเดียวกัน ส่วนตัวยืนหยัดมานานแล้วว่าให้แก้มาตรา 272 เรื่อง ส.ว.เลือกนายกฯ ตัดไปมาตราเดียวก็แก้ปัญหาบ้านเมือง ลดความขัดแย้งได้เกินกว่าครึ่ง แม้จะให้มี ส.ส.ร.ก็ไม่ขัดข้อง ไม่รู้ว่าจะเสนอมาทำไม พอจะได้กลิ่นมาว่ามีใครบางคนวางแผนจะผลักภาระโยนบาปให้ ส.ว.เป็นคนที่ทำให้แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ ทั้งที่จริงแล้วมีความขัดแย้งกันอยู่ในตัวของผู้ที่เสนอแก้ ไม่เกี่ยวกับ ส.ว.เลยพปชร.สงวนท่าทีขอคุยกันก่อนที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการยื่นเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพิ่มเติมอีก 4 ญัตติ ว่า เมื่อมีการเสนอหลายร่างก็ต้องไปพูดคุยกัน คงไม่น่ามีปัญหา ในส่วนของ พปชร.จะมีความเห็นอย่างไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน ต้องมีความเห็นจากหลายพรรคมาประกอบกัน ต้องระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันก่อน เพราะเป็นเรื่องของหลายพรรคการเมืองที่ต้องนำมาพูดคุยกัน และใช้หนทางของสภาฯในการแก้ปัญหา เมื่อถามว่าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายร่างอาจทำให้ขั้นตอนกระบวนการมีระยะเวลาอีกยาวกว่าจะเห็นเป็นรูปร่าง นายอนุชาตอบว่า คงยังไม่ต้องออกไปถึงตรงนั้น เอาเป็นว่าให้ทุกฝ่ายเดินไปในแนวทางที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้กันในสภาฯ เพื่อดำเนินการตามวิถีทางที่ทั้งสองสภากำหนด ควรเป็นไปเพื่อบ้านเมือง และพี่น้องประชาชน“อนุดิษฐ์” จี้รัฐเคลียร์สัญญาณมือถือวันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยืนยันจะจัดการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.ท่าพระจันทร์) ภายใต้ชื่อ “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ว่า จากสถานการณ์ที่ผ่านมาเชื่อว่าการชุมนุมครั้งนี้น่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมาก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้รับผิดชอบทั้งส่วนผู้จัดการชุมนุม และในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ จะดูแลการชุมนุมอย่างรอบคอบรัดกุม ยึดเอาความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง และหวังว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารเหมือนวันที่ 16 ส.ค. เมื่อทุกฝ่ายทราบว่าจะมีผู้ร่วม ชุมนุมจำนวนมาก ก็หวังว่ารัฐบาลจะประสานงานผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยขอ จนท.รัฐอย่ารุนแรงกับ ปชช.เมื่อถามว่าการที่ผู้บริหาร ม.ธรรมศาสตร์ประกาศไม่ให้ใช้พื้นที่ แต่ผู้ชุมนุมยืนยันจะใช้ กังวล จะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ตอบว่า เรื่องนี้อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อกำหนดทางออกที่สามารถทำให้การแสดงสิทธิของประชาชนเป็นไปได้ตามกฎหมาย ถ้าทุกฝ่ายร่วมเจรจาจะเกิดจุดร่วมที่ทำให้ทุกฝ่ายดำรงจุดมุ่งหมายของตัวเองได้ เรื่องสำคัญที่สุดที่เป็นห่วงคือการคุกคามสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน หวังว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละมุนละม่อมตามที่นายกฯประกาศไว้ อย่าให้เกิดความรุนแรงกับประชาชน และในวันที่ 19 ก.ย. ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่เป็นคณะทำงานติดตามการชุมนุมฯ ในคณะกรรมาธิการการปกครอง จะลงพื้นที่สังเกตการณ์การชุมนุมเหมือนวันที่ 16 ส.ค. หากประชาชนถูกละเมิดสิทธิ หรือต้องการความช่วยเหลือใดๆสามารถประสานมาได้แนะทำประชามติเป็นทางออกพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะ กรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า วิกฤตการณ์การเมืองของประเทศประชาธิปไตยไม่เคยพบทางตัน หลักความชอบธรรมประกอบด้วยการเคารพอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยรูปแบบที่นำมาปฏิบัติ คือการทำประชามติ เพื่อให้รู้คำตอบที่ประชาชนคนส่วนใหญ่ต้องการให้ทำ ถือเป็นฉันทานุมัติที่สังคมน้อมรับใช้เป็นทางออกจากวิกฤตการณ์ร่วมกันที่ได้ผลเสมอมา ส่วนการริเริ่มร้องขอทำประชามตินั้น สามารถยื่นร้องขอได้ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและภาคประชาชน โดยใช้จำนวนผู้ยื่นร้องขอเป็นตัวเลขที่ไม่มาก เพราะเขายึดสิทธิเสรีภาพของประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยตัวจริงเป็นตัวตั้ง จึงไม่เป็นเงื่อนไขที่ยากต่อการดำเนินการ และผลลัพธ์คือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ที่มีความชอบธรรมรองรับ โดยมิอาจมีผู้ใดมากล้าขวางลำ“อนุชา” มั่นใจ 19 ก.ย.ไม่น่ากังวลนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า การจัดชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในวันที่ 19 ก.ย. ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นวิถีทาง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เชื่อมั่นว่าไม่น่ามีอะไรที่หนักหนา พี่น้องคนไทย นิสิต นักศึกษา นักเรียน คงไม่อยากเห็นบ้านเมืองไปสู่ความยากลำบากไปกว่านี้ เท่าที่ติดตามสอบถามสถานการณ์จาก ส.ส.ในแต่ละพื้นที่ ยังไม่มีอะไรเป็นที่น่าวิตก ยังเป็นเรื่องปกติอยู่ เมื่อถามว่าในบางพื้นที่อาจมีการเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม นายอนุชาตอบว่า เท่าที่ฟังดูคิดว่าคงมีไม่มาก เมื่อถามย้ำว่าน่าเป็นห่วงหรือไม่ที่อาจมีอดีตแกนนำผู้ชุมนุมมาเข้าร่วมด้วย นายอนุชาตอบว่า เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลตามระบอบ ตัวบุคคลนั้นก็ต้องคิดเองว่า สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นควรจะอยู่มุมไหนจุดไหน แล้วต้องคิดอ่านอย่างไรเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองแซะก้าวหน้าไม่หนุนจริงต้องห้ามนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากวิงวอนขอให้ชุมนุมอย่างสันติในกรอบกฎหมาย พึงระวังเนื้อหาที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง การแสดง ความคิดเห็นทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามระบอบประชาธิปไตยสามารถทำได้ แต่ควรเคารพความเห็นต่างด้วย อยากให้ทุกฝ่ายเดินสายกลางเพื่อประเทศ เชื่อมั่นในพลังบริสุทธิ์ของนักศึกษาส่วนใหญ่ แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดพฤติกรรมของแกนนำม็อบบางคน อาทิ “เพนกวิน” “ไมค์ ระยอง” อยากเตือนไปยังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ว่าคนไทยไม่ได้กินหญ้า รู้ดีว่าใครพยายามอยู่เบื้องหลัง ม็อบนักศึกษา แต่หากไม่ได้หนุนหลังม็อบจริงก็ขอให้ช่วยทำความเข้าใจกับนักศึกษา ว่าอย่าพาประเทศไปสู่ความขัดแย้ง ข้อเรียกร้องต่างๆได้รับการสนองตอบแล้ว โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่มีเหตุผลจะทำให้ประเทศเสียหายอีก ขอให้ทุกฝ่ายนึกถึงประเทศชาติและประชาชนบ้าง“คนคอนจะไม่ทน” จี้แก้ รธน.ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่บริเวณวงเวียนน้ำพุ สนามหน้าเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช กลุ่มเยาวชนและชาวนครศรีธรรมราช ราว 100 คน รวมตัวจัดกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการในชื่อ“คนคอนจะไม่ทน” แต่ทางเจ้าหน้าที่เทศกิจห้ามจัดตั้งเต็นท์เพราะกลุ่มแกนนำไม่ได้ขออนุญาต หลังจากนั้นได้เกิดฝนตกหนักนานเกือบชั่วโมง ทำให้งานต้องเลื่อนกำหนดออกไป กระทั่งฝนหยุดการชุมนุมจึงเริ่มขึ้น มีแกนนำสลับกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาล เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลาออก และขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ขึ้นร้องเพลงปลุกใจสลับกับการปราศรัยโจมตีรัฐบาล ส่วนนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ “ครูใหญ่” ที่มาร่วมกิจกรรมจะขึ้นเวทีปราศรัยในช่วงค่ำ ท่ามกลางกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งมาคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเด็กระยองฉะระบบศึกษาถอยหลังที่หน้าห้องสมุดเทศบาลนครระยอง (สวนศรีเมือง) ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง เมื่อเวลา 15.00 น. กลุ่มภาคีนักเรียนระยองเปิดเวทีปราศัยในหัวข้อ “#อุตสาหกรรมก้าวหน้า การศึกษาถอยหลัง” มีนักเรียนระดับมัธยมจากโรงเรียนต่างๆ กว่า 300 คน ผูกริบบิ้นขาว พร้อมชูแผ่นกระดาษขาวมาฟังการปราศัยของตัวแทนนักเรียน กล่าวโจมตีระบบการศึกษาที่ไม่มีความก้าวหน้า การกดขี่ข่มเหงนักเรียน ครูข่มขืนนักเรียน ครูเอาปมด้อยของนักเรียนมาล้อเลียน รวมถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของครู มีข้อเรียกร้องทั้งหมด 10 ข้อสะท้อนถึงความถดถอยของระบบการศึกษา ดังนั้น รมว.ศึกษาธิการควรลาออก ต่อมานายภานุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง เดินทางมายังเวทีชุมนุมพร้อมชู 3 นิ้ว ท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับ แต่ไม่ได้ขึ้นเวทีแค่มาเป็นกำลังใจให้กลุ่มเยาวชน ขณะที่นักเรียนที่มาร่วมชุมนุมยอมรับว่า มีการห้ามจากโรงเรียน และ เรียกไปพูดคุย แต่ทุกคนไม่ยอมฟังคำสั่ง จึงมาร่วมชุมนุมเพราะถือเป็นสิทธิ์ทำเพื่ออนาคตของตัวเองกลุ่มศิลปะปลดแอกจัด “ActสิArt”จากนั้นเวลา 18.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ กลุ่มศิลปะปลดแอก-FreeArts จัดกิจกรรมการแสดงศิลปะและดนตรี “ActสิArt” ที่มีจุดยืนร่วมกันว่า “เราจะไม่ยอมจำนนต่อการใช้อำนาจของรัฐทุกรูปแบบ” ไม่ว่าจะเป็นการคุกคาม การออกหมายจับศิลปิน ตลอดจนการจำกัดเสรีภาพของงานศิลปะ โดยมีประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชนวัยรุ่นหนุ่มสาวหลายร้อยคนเข้าร่วม มีการจัดแสดงศิลปะ แนวเสียดสีการเมือง ล้อเลียนผู้นำประเทศ และการแสดงดนตรี ศิลปินไทยทศมิตร วง R.A.D เจ้าของเพลงประเทศกูมี แอมมี่ the bottom blues Yellow Fang พระจันทร์เสี้ยวการละคร เครือข่ายกวีสามัญสำนึก โดยไฮไลต์ของกิจกรรมเป็นการร่วมกันร้องเพลง Do you hear The People sing พร้อมชู 3 นิ้ว เป็นสัญลักษณ์ต่อต้านอำนาจรัฐเผด็จการ ขณะที่พิธีกรบนเวทีกล่าวเชิญชวนผู้มาชุมนุมไปร่วมการชุมนุมใหญ่วันที่ 19 ก.ย. ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ส.ค.ท.ออกโรงหนุนนักเรียน-นศ.ที่หอประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพะเยา สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) นำโดยนายวีรบูล เสมาทอง ประธาน ส.ค.ท. พร้อมสมาชิก อ่านแถลงการณ์สรุปว่า ส.ค.ท. ประกอบด้วยสมาพันธ์ครูภาคเหนือ สมาพันธ์ครูภาคใต้ ชมรมครูภาคกลาง ชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และองค์กรเครือข่ายวิชาชีพครู ขอแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ สนับสนุนการต่อสู้ของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนที่ออกมาเรียกร้องทวงสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย 3 ข้อ คือ หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และให้ยุบสภา และข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน คือ ไม่เอารัฐประหาร และไม่เอา รัฐบาลแห่งชาติ นายวีรบูลกล่าวถึงแนวทางเคลื่อนไหวว่า กำหนดกิจกรรมคือ 1.เชิญชวนครูและบุคลากรการศึกษา ใส่เสื้อสีขาวในวันที่ 18 ก.ย. 2.ทุกโรงเรียนจัดทำแถลงการณ์ถึงผู้ปกครองนักเรียน และ 3.ให้ทุกโรงเรียนจัดกิจกรรมให้นักเรียนพับนกสีขาวเป็นสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพก.ก.จวกรัฐบาลถังแตกละเอียดนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีนายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย อ้างถึงความจำเป็นที่ต้องเลื่อน การจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยความพิการ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ออกไปก่อน ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เห็นว่านี่คือความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐที่รุนแรงที่สุด ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่รัฐบาลกลับดูแลไม่ได้ ถังแตกละเอียด ผลกรรมตกอยู่ที่ประชาชน รัฐบาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยสำรวจหรือไม่ว่า คนชราที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นเท่าไร คนชราที่อาศัยอยู่คนเดียวมีจำนวนเท่าไร เมื่อรัฐไม่สามารถจ่ายเงินจำนวนที่เป็นรายได้เดียวของพวกเขาได้ตรงเวลา จะเกิดอะไรขึ้น 1 วันสำหรับคนจนมันนาน 12 วันที่ต้องอดข้าว 12 วันที่ต้องรอมันนาน อย่าเอาความทุกข์ของประชาชนมาเป็นตัวประกันต่อความห่วยแตกของรัฐบาล ยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าหากครบกำหนดแล้ว รัฐบาล กระทรวงมหาดไทยยังไม่มีความคืบหน้า จะเดินทางไปทวงถามกับกรมบัญชีกลางด้วยตัวเองคลังโต้ไม่ได้ถังแตกตามข่าวนายลวรณ แสงสนิท ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากกระแสข่าวกระทรวงการคลังจะมีเงินจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยความพิการได้อีกเพียง 3 เดือนนั้น ไม่เป็นความจริง ไม่ได้มีการงดจ่าย เพียงแค่เลื่อนจ่ายเนื่องจากมีการปรับปรุงยอดงบประมาณให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ได้รับสิทธิในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 ขณะนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นดำเนินการจัดสรรงบประมาณมาจ่ายเงินดังกล่าวแล้ว และกรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ สำหรับเงินเดือนข้าราชการรัฐบาลจัดไว้อย่างเพียงพอแล้ว เงินคงคลังในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เข้มแข็ง เพียงพอเพื่อรองรับการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้าง และรัฐบาลยังมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีหรือรายได้อื่น เพื่อนำมาใช้จ่ายบริหารประเทศได้ตามปกติ ยืนยันว่ากระทรวงการคลังยังมีแหล่งเงินที่เพียงพอ รองรับการใช้จ่ายของหน่วยงานภาครัฐ และดำเนินนโยบายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปปชป.โวพร้อมลุยท้องถิ่นเต็มสูบนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กกต. แถลงพร้อมจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น รอรัฐบาลกำหนดเวลาว่า เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการกระจายอำนาจผ่านการเลือกตั้งของการปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ระดับต่างๆ พรรคมีบุคลากรหลากหลายรุ่น มีรองหัวหน้าพรรคที่รับผิดชอบภาคต่างๆ จัดเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นเต็มรูปแบบ มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ทั้ง ผู้ว่าฯ กทม. นายก อบจ. มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นประธาน และมีคณะกรรมการกระจายอำนาจร่วมกันหาผู้สมัคร และพิจารณาส่งผู้สมัครในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม เพราะมีบุคคลให้ความสนใจลงสู่สนามการเมืองท้องถิ่นจำนวนมาก หากประกาศให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น จะได้เห็นชื่อคนรุ่นใหม่ก้าวลงสนามการเมืองท้องถิ่นหลายคน ขอเชิญให้เข้ามาร่วมทำงานท้องถิ่นด้วยกัน และเชื่อว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นในเร็วๆนี้ปล่อยตัว “ปลอดฯ-ยงยุทธ” ไร้นัยอีกเรื่อง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการปล่อยตัวนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นผู้ได้รับการพักโทษว่า ทั้ง 2 คนได้รับพระราชทานอภัยโทษ 1 ครั้ง นายปลอดประสพเหลือโทษ 7 เดือน ส่วนนายยงยุทธเหลือ 9 เดือน และได้รับการพักการลงโทษ เหตุพิเศษอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ประกอบกับทั้งคู่มีโรคประจำตัวหลายโรค และเจ็บป่วยเรื้อรัง จึงได้รับอนุมัติการปล่อยตัวพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษดังกล่าวก่อนครบกำหนดโทษ โดยใช้วิธีการคุมประพฤติ ร่วมกับการติดกำไล EM กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกเขตที่สำนักงานคุมประพฤติกำหนด และเป็นผู้สอดส่องดูแลให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติ ถ้าออกนอกจังหวัดต้องขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ ยืนยันว่าการปล่อยตัวทั้ง 2 คนเป็นการปฏิบัติตามระเบียบและกฎเกณฑ์ทุกประการ เรื่องนี้ไม่หวังประโยชน์ทางการเมืองทั้งสิ้นฝ่ายค้านรับฟังทุกข์คนหนองคายเมื่อเวลา 12.30 น. ที่ห้องประชุมโรงแรมรอยัลนาคารา อ.เมืองหนองคาย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน นำตัวแทน 6 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน เปิดโครงการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจาก 4 กลุ่มเปราะบางจากวิกฤติโควิด-19 ซึ่งเวที จ.หนองคาย ถือเป็นเวทีที่ 3 มีการเปิดเวทีเสวนาสะท้อนปัญหา และเปิดโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.หนองคาย แสดงความคิดเห็น เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำสู่การพิจารณาแก้ปัญหา นายสมพงษ์กล่าวว่า วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งผู้ใช้แรงงานที่มีอยู่ในประเทศประมาณ 39 ล้านคน เป็นผู้ใช้แรงงานภาคการเกษตร 14 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 36 ของผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ผลกระทบด้านการเกษตร เช่นพื้นที่ จ.หนองคาย มีการปลูกยางพาราจำนวนมาก ยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย ยางพารากิโลกรัมละ 120 บาท แต่ทุกวันนี้เหลือเพียงกิโลกรัมละ 12 บาท บริษัทผลิตยางพาราปิดตัวลงหลายแห่ง ภาคอุตสาหกรรมไทยยังไม่ดีขึ้น เป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ไม่เข้าเป้า ขาดแผนการจัดสรร ขาดการรักษาเสถียรภาพทางการเกษตรในระยะยาว รัฐบาลต้องไม่ละเลยกลุ่มเกษตรกร ต้องหาวิธีช่วยเหลือ เพราะถือเป็นกลุ่มคนเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 อย่างชัดเจน“นฤมล” ลุยพัฒนาการค้าลุ่มน้ำโขงที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เป็นประธานเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การสร้างเครือข่ายพัฒนาศักยภาพแรงงานตามแนวชายแดนไทย” มีผู้ร่วมสัมมนา อาทิ หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ สภา อุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1-2 เครือข่ายธุรกิจบิสคลับประเทศไทย สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ นางนฤมลกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีนโยบายเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ มุ่งเน้นการพัฒนา 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่มีการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและนวัตกรรมในการผลิต ด้วยการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาในทุกระดับ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รูปแบบการทำธุรกิจต่างๆจะเปลี่ยนไป จนเกิดคำว่า new normal ภาคธุรกิจและแรงงานต้องปรับตัวให้อยู่รอด และก้าวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง จึงต้องพัฒนาทักษะด้านแรงงาน พัฒนาทักษะใหม่“เทพไท” โวยสะพานเจ็ดชั่วโคตรนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนใน ต.การะเกต ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จึงยื่นเรื่องต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ให้พิจารณาโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง ช่วงคลองเชียรใหญ่-ชะอวด ที่มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปากพนังเสร็จแล้ว แต่ยังไม่สามารถสร้างถนนทางหลวงสาย 408 (นครศรีธรรมราช-สงขลา) เชื่อมต่อกับคอสะพานได้ เพราะติดขัดปัญหาการเวนคืนที่ดินในตลาดการะเกตบางครอบครัว จนล่วงเลยมาเป็นเวลาหลายปี แต่ยังไม่มีการก่อสร้างเพิ่มเติมใดๆ ทำให้คาราคาซัง การสัญจรของผู้ใช้รถใช้ถนนลำบาก และเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง มีการร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแต่ไม่มีความคืบหน้า ในฐานะ ส.ส.พื้นที่จึงนำเรื่องเข้าสู่ กมธ.คมนาคมเพื่อเชิญนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม หรืออธิบดีกรมทางหลวง และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงความคืบหน้า เพื่อเร่งรัดให้โครงการนี้ก่อสร้างให้สำเร็จเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดโพลเชียร์คนเชื่อมั่น “ลุงตู่” มากสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน จำนวน 1,132 ตัวอย่าง เรื่อง “เชื่อมั่นลุงตู่หลังศึกอภิปราย” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 88.9 เห็นว่าเป็นเรื่องเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ และร้อยละ 74.8 ระบุว่าเป็นพฤติกรรมนักการเมืองในการอภิปรายแบบเดิมๆ เช่น ใช้คำเสียดสี สร้างความแตกแยกของคนในชาติ ชู 3 นิ้วในสภาไม่สร้างสรรค์ นอกจากนี้ร้อยละ 96.7 ยังมองว่าเป็นการขยายความแตกแยกของคนในชาติ ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติโควิดซ้ำเติมประเทศไทย ขณะที่ร้อยละ 78.1 ยังมีความเชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุดต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา หลังการอภิปราย จากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว การจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ 2 แสนอัตรา และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ