เจอสกัดดาวรุ่งซะแล้ว โดยกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกง, ไต้หวัน และไทย พร้อมใจกันคว่ำบาตรบอยคอยนางเอกภาพยนตร์ “มู่หลาน” ของค่ายดิสนีย์ โทษฐานที่ “หลิว อี้เฟย” เคยแสดงความเห็นสนับสนุนตำรวจฮ่องกงในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปีที่แล้ว จนเกิดแฮชแท็ก #BoycottMulan #BanMulan ครึกโครมไปทั่วโลกทวิตเตอร์อย่างไรก็ดี กระแสต่อต้านก็มิอาจฉุดรั้งความแรงของ “มู่หลาน” เพราะเปิดตัวในไทยแค่ 3 วันแรก กวาดรายได้ไปแล้วเกือบ 30 ล้านบาท ถือว่าไม่ธรรมดา ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจโลกให้หยุดชะงักมาหลายเดือน และกดดันให้ค่ายดิสนีย์ต้องเลื่อนออกฉายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทั้งๆที่ลงทุนไปมหาศาล 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และใช้เวลาถ่ายทำถึง 4 ปีเต็ม สำหรับ “หลิว อี้เฟย” ไม่ใช่นักแสดงไก่กาอาราเร่ แต่เป็นที่รู้จักในแดนมังกรมานานแล้ว ถึงขนาดได้รับฉายา “พี่นางฟ้าแห่งวงการบันเทิงจีน” เธอเกิดในเมืองอู่ฮั่น เมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในภาคกลางของจีน คุณพ่อเป็นอดีตนักการทูต และอาจารย์มหาวิทยาลัยดังในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตอนอายุ 10 ขวบ “หลิว อี้เฟย” อพยพตามมารดานักแสดงไปอยู่ที่นิวยอร์ก หลังพ่อแม่หย่าร้างกัน พออายุ 15 ปี เธอตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อตามหาความฝันเข้าวงการบันเทิง โดยเรียนต่อที่วิทยาลัยภาพยนตร์ปักกิ่ง สถานศึกษาด้านศิลปะภาพยนตร์อันดับหนึ่งของจีน เธอมีพ่อบุญธรรมเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับ 400 บุคคลรวยที่สุดในประเทศ ก็เพราะบท “มู่หลาน” เป็นบทสุดปังแห่งยุค จึงมีดาราสาวเชื้อสายจีนเป็นพันคนที่ไปคัดตัวเพื่อหวังชิงบทวีรสตรีในตำนาน กระนั้น ผู้กำกับหญิงมือทอง “นิกิ คาโร” สะดุดตา “หลิว อี้เฟย” นักแสดงวัย 33 ปี เพราะครบเครื่องทั้งรูปลักษณ์ที่ดูกร้าวแกร่งแต่แฝงความบริสุทธิ์ แถมยังฟุดฟิดโฟร์ไฟว์ภาษาอังกฤษได้คล่อง และมีความชำนาญในการเล่นฉากบู๊แอ็กชัน เพราะผ่านหนังกำลังภายในมาแล้วหลายเรื่อง งานนี้เธอยังโชว์พรสวรรค์ด้านการร้องเพลง โดยร้องเพลง “Reflection” เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ แม้จะรับบทนางเอกโชกโชน เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาเพียบ และขึ้นปกนิตยสารเป็นว่าเล่น แต่คงไม่มีบทใดจะสร้างชื่อก้องโลกได้เท่าบท “มู่หลาน” ฉบับรีเมกที่ใช้คนแสดง เพื่อถ่ายทอดตำนาน “ฮัว มู่หลาน” วีรสตรีที่มีชีวิตอยู่ในช่วงกลียุคของประวัติศาสตร์จีน เมื่อ 1,400 ปีที่แล้ว การปลอมตัวเป็นผู้ชายไปเกณฑ์ทหารแทนพ่อ ออกรบเพื่อประเทศชาติ ได้สะท้อนถึงจิตวิญญาณความเป็นนักสู้ของ “มู่หลาน” ซึ่งผู้กำกับคนดังคาดหวังว่า ความกล้าหาญของมู่หลานจะสร้างแรงใจให้ผู้คนทั่วโลกในการฮึดสู้กับวิกฤติไวรัสโควิด-19 ในยามที่โลกกำลังเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัส.