เกมอำนาจประเทศ ณ วันนี้ จะบอกว่ามั่วซั่ว อลเวง ก็ว่าได้ แต่อีกทางจะว่าเพราะหลายปัจจัยทำให้มีการเดินหมากแผนกลเกม “ซับซ้อนซ่อนเงื่อน” ก็ใช่เช่นกันที่เห็นชักเข้าชักออกในคิวแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งพรรคเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ กระทั่ง ส.ว.ที่แต่แรกว่ากันถึงตัวเลข 60 รายที่พร้อมปิดสวิตช์ตัวเองทั้งหมดกับท่าทีเปลี่ยนแปลงรายวัน รายชั่วโมง นอกจากเงื่อนไขบังคับ ช่วงชิงกระแสแผนโหนม็อบเด็กแล้ว ส่องลึกลงไปกว่านั้นบางพวกฝ่าย อาจมีวาระแฝง เงาทะมึนผู้บงการเกมอยู่ข้างหลังถึงแม้ล่าสุดเริ่มจะมีความชัดเจนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ที่เสนอร่างแก้ไขทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค นำโดยพรรคเพื่อไทย รวมทั้งสมาชิกพรรคก้าวไกลร่วมลงชื่อ หลังจากหน้าแหก ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเสนอแก้ไขมาตรา 272 เอง เพื่อ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” โดนประชาธิปัตย์ “เท” เฉยก็ดูเหมือนคิวรื้อโละรัฐธรรมนูญน่าจะเข้าสู่ระบบ เดินต่อไปได้ แต่ถ้าไปฟังรายละเอียดกระบวนการแก้ไข ทั้งร่างแก้ไขของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน จาก “เนติบริกร” ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ถอดรหัส อ่านทางกับดักรัฐธรรมนูญฉบับ “แก้ยาก”เรียงลำดับขบวนการขั้นตอน สรุปได้ว่า จะรื้อแก้ปรับเปลี่ยนร่างใดก็ตาม ทั้งหมดใช้เวลา “เป็นปี”เส้นทางยาวไกลแน่นอน จนเริ่มหวั่นๆ อ่านไปในทำนอง หรือจะมีคิวแทรก “ฉีกทิ้ง” กันอีกสถานการณ์ภาพรวมทั้งหมด อยู่ในจุดที่ทุกฝ่ายใส่ลูกเขี้ยวเล่นหลายหน้ากันทุกขั้ว ทั้งพลังประชารัฐ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ กระทั่งพรรคก้าวไกล ค่ายขวัญใจเด็ก ก็ได้เรียนรู้บทเรียน ลูกเขี้ยวในดงอำนาจไม่เฉพาะเกมสับขาหลอกตั้งแต่ศึกซักฟอก ของเพื่อไทย ก้าวไกลยังแสลง นึกแหยงจนวันนี้ขณะที่ ค่ายประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งตีปีกดีใจว่ามีกองหนุน “ได้พวก” ที่ไหนได้ สุดท้ายชิ่งกันเป็นแถวไม่เท่านั้น ที่ทำเอาหูตาตื่นว่า “มันเกิดอะไรขึ้น” บรรดากองเชียร์ รัฐบาล 3 ป. ของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขยับออกมาตะเพิดผู้นำให้ไขก๊อกลาออก ชูชื่อ “อานันท์ ปันยารชุน” อดีตนายกฯโยนหินถามทาง สูตร นายกฯคนนอก” ใน “รัฐบาลแห่งชาติ”รวมไปถึงที่ทำเอาคนดูครางฮือ 60 ส.ว. กำเนิดจากครรภ์ คสช.มาแท้ๆ จู่ๆเสนอปิดสวิตช์ตัวเอง เล่นลูกไหลตามข้อเสนอของกลุ่มเยาวชน–ประชาชนปลดแอกในการอ่านเกมของเซียนการเมือง พุ่งเป้าไปที่สูตร ร่วมด้วยช่วยเขย่าขย้ำพลพรรค 3 ป. บูรพาพยัคฆ์ โดยเฉพาะ “บิ๊กตู่” กลายเป็นศูนย์กลางความเจ็บปวด ทุกขั้วฝ่ายชักไม่ปลื้ม กระทั่งอำนาจแฝงเริ่มท่าทีแปร่งๆเหมือนจะเดินเข้าสูตร “เปลี่ยนหัว-เปลี่ยนตัวผู้เล่น” กันแล้วแต่ก็อย่างที่เห็น อ่านทางประเมินเกมกันไม่นาน ทั้งหมดก็พลิกกลับมาสู่จุดเดิม ปชป.กลับที่ตั้ง กองเชียร์ที่ทำท่าจะเป็นกองแช่ง ร่วมขบวนการไล่ เริ่มกลับฐาน ส.ว.ที่จ่อก่อกบฏ คสช.และ 3 ป. พลิกถอย จากเกมแม้ท่าที “บิ๊กตู่” ประกาศกลางฟลอร์สภาฯ ที่โดนตะเพิดไล่ เหมือนพร้อมปล่อยมือ ปิดสวิตช์ตัวเอง“เรื่องลาออก ถึงเวลาจะบริหารเอง”เป็นจังหวะที่ต้องกลับมาประเมิน “สัญญาณ” กันใหม่ ไฟแห่งอำนาจซับซ้อน และซ้ำซ้อน เสี่ยงลัดวงจรจะมีที่ชัดเจนในเป้าหมายมากหน่อย ก็คือพรรคก้าวไกล กลุ่มก้าวหน้า เดินในจังหวะสอดคล้องกับกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่นัดหมายชุมนุม ดีเดย์ 19 ก.ย.นี้ สถานที่แม้จะต้องเปลี่ยนแปลง หลังผู้บริหาร ม.ธรรมศาสตร์ เหมือนได้รับสัญญาณใหม่ ปิดประตูล็อกไม่ให้จัดการชุมนุมคิวระดมทัพจัดชุมนุม เคลื่อนขบวนอาจจะต้องปรับ แต่ที่ไม่เปลี่ยนคือ “ม็อบเด็กมาแน่”กับการตีธงความเปลี่ยนแปลง รื้อ โละระบบโครงสร้างบ้านเมืองนี่แหละทำให้เกิดสถานการณ์ “มั่วซั่ว อลเวง ชักเข้าชักออก”ของขั้วฝ่ายในวงอำนาจ-การเมืองพลิกไปพลิกมาตามสถานการณ์เช่นเดียวกับช่วงเปลี่ยนผ่าน ถ่ายเทอำนาจในกองทัพ ฝ่ายความมั่นคง คิวเคลื่อนกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ของบางหน่วยทหาร ไม่ธรรมดาแน่ แม้อาจไม่ถึงขั้นรัฐประหารแต่คล้ายรูปแบบ “ตรึงกำลัง” ประจำการบล็อกจุดที่ไม่น่าวางใจในห้วงมีความเสี่ยง มีสิทธิพลิกคว่ำพลิกหงาย สัญญาณบ้านเมืองยังไม่ชัดจะรับมือสถานการณ์ปั่นป่วน แก้ปมม็อบเด็กยังไง.ทีมข่าวการเมือง