ยาเสพติดยังคงเป็นปัญหาของสังคมทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งถือว่าเป็นอนาคตของชาติ กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่นักค้ายาเสพติดพุ่งเป้าหวังเจาะตลาดมากที่สุดจิตภัสร์ กฤดากร รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร บอกว่า ขณะที่ทั่วโลกตกอยู่ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในอีกด้านหนึ่ง การระบาดของยาเสพติดก็ยังคงรุนแรงและแพร่กระจายจากระดับสังคมลงสู่ชุมชนอย่างกว้างขวาง มีการปรับเปลี่ยนวิธีการลักลอบขนยาเสพติด โดยใช้รูปแบบการขนส่งผ่านทางผู้ประกอบการรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์มากขึ้น ที่สำคัญคือ มีราคาถูกลงมาก ทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการที่เยาวชนในชุมชนต่างๆจะตกเป็นทาสยาเสพติดมากขึ้น “ในส่วนของ กมธ.ตำรวจมีแนวคิดการทำงานในเชิงรุก เพื่อมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนทั้งในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด ซึ่งหนึ่งในโครงการที่จะสานต่อ คือ โครงการชุมชนสีขาว ซึ่งเคยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2544 แต่ครั้งนี้จะมีการปรับกระบวนการทำงาน เน้นการทำงานด้านมวลชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัว ชุมชน และสังคม เพื่อลดปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในชุมชนให้ลดลงและหมดไปได้ในที่สุด”รองประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า จะมีการจัดฝึกอบรม เพิ่มทักษะและให้ความรู้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้แก่เยาวชนและนักเรียนให้ได้รับรู้ถึงปัญหา ผลกระทบและพิษภัยของยาเสพติด รวมทั้งสร้างเครือข่ายนักเรียนสายข่าวชุมชน เพื่อแจ้งเบาะแสการลักลอบค้ายาเสพติด ช่วยควบคุมลดการแพร่ระบาดและการขยายตัวของขบวนการค้ายาเสพติด ทั้งในชุมชน และสถานศึกษา ซึ่งจะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมและปัญหาสังคม และปัญหาเศรษฐกิจอื่นๆที่จะตามมา รวมตลอดถึงความมั่นคงของชาติด้วย เมื่อชุมชนเข้มแข็ง ปลอดยาเสพติด จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนไทยได้พัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้เกิดชุมชนสีขาวที่เข้มแข็ง คือ โครงการที่ชื่อว่า D.A.R.E. ซึ่งมาจาก Drug ยาเสพติด, Abuse การใช้ในทางที่ผิด, Resistance การต่อต้าน และ Education การศึกษา เป็นโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน ก่อตั้งขึ้นโดยกรมตำรวจเมืองลอสแอนเจลิส (LAPD) กับเขตการศึกษาร่วม เมืองลอสแอนเจลิส (AUSD) เป็นหลักสูตรป้องกันยาเสพติด ซึ่งพัฒนาโดยนักวิชาการด้านการศึกษา และสอนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ ที่เรียกว่า ตำรวจ D.A.R.E. ตั้งแต่ปี ค.ศ.1983 มีเป้าหมายเพื่อให้เด็กนักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับการต่อต้านการใช้ยาเสพติด และวิธีหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง โดยประเทศไทยนำโครงการ D.A.R.E. มาใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้กองบัญชาการ ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเป็นผู้รับผิดชอบ จิตภัสร์ บอกว่า เป้าหมายของหลักสูตร D.A.R.E. คือ การให้เด็กนักเรียนเกิดการต่อต้านการดื่มเหล้า การสูบบุหรี่ และการใช้ยาเสพติดอื่นๆ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงในเด็กวัยรุ่น บทเรียนหลักสูตร D.A.R.E. จะเป็นลักษณะของการฝึกให้เด็กนักเรียนได้คิดถึงประเด็นปัญหาในสถานการณ์จำลอง การประเมินทางเลือกปฏิบัติ ผลที่อาจเกิดขึ้นเมื่อตัดสินใจเลือกปฏิบัติตามทางเลือกต่างๆ การตัดสินใจเลือกทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานการณ์จำลองการประเมินผลการปฏิบัติว่ามีความเหมาะสมและถูกต้องมากน้อยเพียงใดและอย่างไรวิธีการสอนของหลักสูตร D.A.R.E. ในสหรัฐอเมริกาถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาในบทเรียน โดยครูตำรวจ D.A.R.E. จะสอนเด็กนักเรียนครั้งละ 1 ห้องเรียน สอนบทเรียนละ 1 ชั่วโมง ตาม เนื้อหาหลักสูตร 13 บทเรียนใช้ระยะเวลาการสอนทั้งสิ้น 13 สัปดาห์ ต่อ 1 ภาคการศึกษา กำหนดให้ครูตำรวจ D.A.R.E. 1 คน สอนอย่างน้อย 2 ห้องเรียน ต่อ 1 ภาคการศึกษา ครูตำรวจ D.A.R.E. จะต้องแต่งเครื่องแบบทุกครั้งเมื่อเข้าทำการสอน การกำหนดกฎของ D.A.R.E. ร่วมกัน ถือเป็นข้อตกลงระหว่างครูตำรวจ D.A.R.E. กับเด็กนักเรียนในชั้นเรียนทุกคน มีการทบทวนการเรียนการสอนของสัปดาห์ที่ผ่านมา และทบทวนเมื่อจบบทเรียนในแต่ละครั้ง การติดต่อสื่อสารกับครูตำรวจ D.A.R.E. ด้วยกล่อง D.A.R.E. เด็กนักเรียนสามารถใส่คำถามใดๆ ซึ่งอาจเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ก็ได้ โดยไม่ต้องระบุชื่อ และครูตำรวจ D.A.R.E. จะตอบคำถามก่อนเริ่มทำการสอนทุกครั้ง และจะนำคำถามที่น่าสนใจที่ยังไม่ได้ตอบในชั้นเรียนมาตอบในการสอนครั้งต่อไป การจัดกิจกรรมมอบใบประกาศนียบัตรให้เด็กนักเรียนที่ผ่านการเรียนหลักสูตร D.AR.E. เพื่อให้เด็กนักเรียนเกิดความภาคภูมิใจ มีพันธสัญญาที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดไม่ว่ากรณีใดๆ อันเป็นกิจกรรมในบทเรียนสุดท้ายของหลักสูตร D.A.R.E. ความเป็นมาของโครงการ D.A.R.E.สำหรับในประเทศไทย กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ผลิตครูตำรวจ D.A.R.E. ให้แก่หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาโดยตลอดโดยครูตำรวจ D.A.R.E. จะสอนเด็กนักเรียนเพื่อฝึกทักษะการปฏิเสธ เมื่อถูกชักชวนให้ทดลองใช้ยาหรือสิ่งเสพติด และการหลีกเลี่ยงความรุนแรงให้กับกลุ่มเป้าหมาย คือเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการสอนในประเทศไทย ถูกปรับให้ลดลงเหลือแค่ 10 บทเรียน ใช้เวลาการสอนทั้งสิ้น 10 สัปดาห์ ต่อ 1 ภาคการศึกษา กำหนดให้ครูตำรวจ D.A.R.E. 1 คน สอนเด็กนักเรียนอย่างน้อง 2 ห้องเรียน ต่อ 1 ภาคการศึกษา โดยมีเด็ก นักเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน อาจกล่าวได้ว่า โครงการ D.A.R.E. ประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นโครงการด้านการป้องกันยาเสพติดที่สอดคล้องกับนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของทุกรัฐบาล และยังเป็นโครงการที่มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างตำรวจ โรงเรียน ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และชุมชนอย่างใกล้ชิด ในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเสี่ยงที่เป็นเด็กนักเรียน ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางการศึกษาและแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับโลกในยุค New Normal ที่เน้นเด็กหรือผู้เรียนเป็นศูนย์กลางโดยมีครูทำหน้าที่เป็นเพียง Coach หรือผู้แนะนำเท่านั้น.