จากกรณี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามตั้งศูนย์บริหารทรัพยากรกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 และตั้ง นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ซึ่งถูกย้ายออกจาก รพ.ขอนแก่น กรณีถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจากบริษัทยาเข้ากองทุนพัฒนา รพ.ขอนแก่น ให้มาดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.ศูนย์ดังกล่าวนั้น นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เตรียมการประชุมต้นเดือน ส.ค.นี้ เพื่อวางแผนการบริหารงาน โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือกรณีหากมีการระบาดรอบสองเมื่อถามถึงกรณีที่ นพ.ชาญชัย มีการเข้ายื่นหนังสือถึง นพ.สุขุม เพิ่มเติมใช่หรือไม่ นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ใช่เนื่องจากพบว่ามีการนำเอกสารข้อมูลการสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุด นพ.อภิชาติ รอดสม เป็นประธาน ไปเผยแพร่ ทั้งที่ตนทำเรื่องขอทราบผลตรวจสอบ แต่กลับไม่ได้ข้อมูลดังกล่าว และปรากฏว่ามีข้อมูลหลุดไปยังสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นเอกสารลับ ทำให้ตนและ สธ.เสียหาย เพราะข้อมูลราชการรั่วไหล มีผู้ใดกระทำผิด หรือมีเจตนาอะไรหรือไม่ หากพบผู้กระทำผิดขอให้ปลัด สธ.ทำตามระเบียบวินัยทาง ราชการ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะตนอยู่ในชั้นการ สอบสวนวินัยร้ายแรง มีคณะกรรมการดำเนินการอยู่ และยังไม่ได้สรุปว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่การมาเผยแพร่ข้อมูลแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่มีการสอบไปแล้ว และในชั้นสืบสวนก็ตกไปแล้ว แต่กลับเอาข้อคำถามมาเวียนอีก ตนไม่เข้าใจเจตนา ซึ่งเรื่องนี้จงใจให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่นพ.ชาญชัย กล่าวอีกว่า การที่ตนขอข้อมูลผลการสืบสวนจาก สธ. เพื่อจะได้นำมาพิจารณาว่า มีประเด็นอะไรที่ต้องใช้ในชั้นสอบสวนวินัยร้ายแรง จะได้เตรียมการแก้ข้อกล่าวหาได้ แต่ สธ.ระบุว่าให้ไม่ได้ และกลับไปพบมีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ประกอบกับตนได้มีการฟ้องหมิ่นประมาทกรณีปลัด สธ.เผยแพร่ข้อมูลว่าตนมีความผิดชัดเจนแล้วทั้งที่ยังสอบสวนอยู่ โดยกรณีนี้จะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งศาลก็กำลังขอข้อมูลอยู่เช่นกัน คาดว่าหมายศาลจะถึง สธ.เร็วๆนี้ ส่วนที่ตนได้ร้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. กรณี นพ.สุขุม สั่งย้ายตนด้วยข้อกล่าวหาว่ามีการข่มขู่พยานต้องออกจากพื้นที่ ปรากฏว่าผลการตรวจสอบคืออยู่ในอำนาจที่ปลัด สธ.ดำเนินการได้ เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ตนคงต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด.