เพียงแค่ 2 เดือนเศษชีวิตรับราชการของ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ครบวาระเกษียณราชการ ปิดฉาก ผบ.ตร.อยู่บนตำแหน่ง 5 ปี ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็น ผบ.ตร.ที่ทำหน้าที่ได้สมศักดิ์ศรี เป็นขวัญใจของพี่น้องคนไทยและตำรวจทั่วประเทศ“บิ๊กแป๊ะ” ยังมีไฟในการทำงานอยู่ทุกเมื่อ แม้จะเหลือเวลาไม่มากยังขึ้นเหนือลงใต้ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจชั้นผู้น้อยในถิ่นทุรกันดาร หน่วยที่ห่างไกล เมื่อผู้นำลงทำงานเองได้เห็นปัญหาอุปสรรคมากำหนดเป็นนโยบาย ไม่ใช่ไม่ลงพื้นที่แต่อาศัยคิด “มโนภาพ” เอง เหมือนหน่วยงานรัฐบางหน่วย ทำให้แก้ปัญหาไม่ตรงจุดพล.ต.อ.จักรทิพย์เดินหน้ายกระดับงานสถานีตำรวจซึ่งเป็นหัวใจหลักงานตำรวจ ทำหน้าที่บริการพี่น้องประชาชน ดูแลผู้ที่เดือดร้อนในวิกฤติทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง โรคระบาด ป้องกันปราบปรามคดีอาชญากรรมตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทั้งปัญหาการค้ามนุษย์ ประมงผิดกฎหมาย เงินกู้นอกระบบกวาดล้างผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นักเรียนก่อเหตุวิวาท แข่งรถในทาง และปัญหาการจราจรติดขัดและสะสางหมายจับคดีค้างเก่า สถานการณ์ที่ไม่ปกติช่วงแพร่ระบาดโควิด-19 นำมาซึ่งปัญหาด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ สังคม คดีหลอกลวงฉ้อโกงที่เกิดถี่ขึ้น ผบ.ตร.ให้ทุกหน่วยบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ตรวจสถานประกอบการ สถานที่คนรวมตัวกันจำนวนมาก ปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุข ไม่ให้คนไทยการ์ดตกผบ.ตร.สั่งให้เข้มงวดตรวจสอบบุคคลเดินทางเข้า-ออกประเทศ ป้องกันมิให้บุคคลต่างด้าวลักลอบเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งกบดาน หลบซ่อนตัว หรือเป็นฐานในการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ กวดขันจับกุมการลักลอบนำบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองเคลื่อนย้ายนำพาไปยังที่ต่างๆ และเน้นย้ำตั้งจุดตรวจจุดสกัดเส้นทางธรรมชาติที่คนร้ายอาจใช้หลบหนี ซึ่งไม่ใช่แค่งานด้านความมั่นคง แต่ยังมีผลกระทบต่อการแพร่ระบาดโควิด-19ตำรวจรู้ดีว่าสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ต้องไม่ให้ต่างด้าวเข้ามาโดยไม่ผ่านการตรวจโรคและการกักกัน ผบ.ตร.มอบงานให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและ ตชด.เป็นแกนหลักช่วยกันดูแลส่วนปัญหาการหลอกลวง ฉ้อโกงที่เพิ่มมากขึ้น ให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ จับกุมแก๊งคนร้ายที่คอยฉกฉวยโอกาสหลอกลวงผู้อื่นในช่วงที่พี่น้องคนไทยยากลำบาก หยุดต้นตอแฮกเกอร์ ปลอมไอดีไลน์ ปลอมเฟซบุ๊ก ทำให้เหยื่อถูกหลอกลดลง การแข่งรถในทาง มอบ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบดำเนินการต่อเนื่อง นำคดีที่น่าสนใจมาวิเคราะห์วางแผนในการทำงาน สร้างครูเครือข่ายตำรวจนครบาลที่มีประสบการณ์จับกุม “เด็กแว้น” ไปถ่ายทอดให้ตำรวจทั่วประเทศ ตรวจค้นร้านค้า ร้านแต่งรถซิ่งไม่ได้มาตรฐาน จับกุมแอดมินชักชวน นำเอาผู้ปกครองร่วมรับผิด ทำประวัติกลุ่มเสี่ยงกว่า 1 แสนราย ตำรวจเอาจริงจนมาวันนี้แทบไม่มีการรับแจ้งเหตุเด็กแว้นหนี้นอกระบบอีกหนึ่งปัญหาที่ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญ ให้ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. จับกุมยึดทรัพย์เครือข่ายหนี้นอกระบบทั้งในประเทศและอาชญากรรมข้ามชาติได้หลายราย สร้างความเชื่อมั่นได้ดีสถานการณ์ที่น่าห่วงของประเทศ ตำรวจยังเป็นหน่วยหลักรองรับภารกิจรัฐบาลและรับมือกลุ่มคนร้ายซึ่งพร้อมต่อสู้ขัดขวางตำรวจ ผบ.ตร.รู้ดีในสถานการณ์แบบนี้ ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดคนเป็น “นาย” ไม่ใช่มัวแต่สั่ง แต่ไม่ลงไปสัมผัสลูกน้อง ยิ่งในช่วงโควิด-19 เศรษฐกิจไม่ดีคนใช้ชีวิตยากลำบาก ไม่ใช่แค่ชาวบ้านที่เดือดร้อนเท่านั้น ครอบครัวตำรวจชั้นผู้น้อยยังได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชนสิษฐ์ วัฒนวรางกูร จตช., พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ ผบช.ภ.8 ร่วมกับ นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผวจ.ระนอง ลงพื้นที่ฐาน ตชด.ที่ 415 เกาะตาครุฑ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง ตรวจเยี่ยมกำลังพลในพื้นที่มอบเรือตรวจการณ์ เครื่องปั่นไฟ เครื่องแปลงไฟฟ้า เครื่องปั๊มน้ำ กล้องส่องทางไกล และสิ่งของบำรุงขวัญให้ ตชด.ที่ 415 และเดินทางไปตรวจเยี่ยมมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กำลังใจตำรวจ สภ.เมืองระนอง ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท เพื่อสังคมส่วนรวมผบ.ตร.มีแผนตรวจเยี่ยมกำลังพลทุกหน่วย ดูแลความเป็นอยู่ครอบครัวตำรวจชั้นผู้น้อยด้วยความที่เป็นห่วงกำลังพลตำรวจ ผบ.ตร.กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง อย่าประมาท เน้นการป้องกันและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น กำลังพลต้องมีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ สามารถตอบโต้เหตุวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีกำชับตำรวจทุกนาย ประพฤติปฏิบัติตนตามกรอบของกฎหมาย ห้ามไม่ให้มีการใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่มิชอบ แสวงหาผลประโยชน์ ก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชน เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจมี “จิตสำนึก” นึกถึงส่วนรวมเป็นสำคัญ การแต่งเครื่องแบบ ตัดผมสั้น อยู่ในระเบียบวินัย ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “สถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป จะส่งผลกระทบต่อการทำงานตำรวจ กำชับให้ตำรวจทุกนายทำงานในรูปแบบ New Normal ยกระดับการให้บริการประชาชน ด้วยการใช้กิริยา วาจาสุภาพ ยิ้มแย้ม แจ่มใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เร่งรัดนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ ประมงผิดกฎหมาย เงินกู้นอกระบบ ผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นักเรียนก่อเหตุวิวาท แข่งรถในทาง และการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดอย่างจริงจังและต่อเนื่องและการสะสางติดตามหมายจับคดีค้างเก่า“การตรวจพื้นที่ของตำรวจทุกโรงพัก ให้เพิ่มวงรอบความถี่ในการออกตรวจพื้นที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง อย่าประมาท กำลังพลต้องมีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆสามารถตอบโต้เหตุวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที เข้มงวดตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกประเทศ ป้องกันมิให้บุคคลต่างด้าวลักลอบใช้เมืองไทยเป็นแหล่งกบดาน หลบซ่อนตัว หรือเป็นฐานในการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ กวดขันจับกุมผู้ลักลอบนำต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ที่สำคัญตำรวจจะต้องประพฤติตนตามกรอบของกฎหมาย ไม่ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่มิชอบ แสวงหาผลประโยชน์ ก่อความเดือดร้อนประชาชน มีจิตสำนึก นึกถึงส่วนรวม เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง”บทบาทของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แม้จะเหลือเวลาอยู่เพียง 2 เดือน แต่ยังคงทำหน้าที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ด้วยความห่วงใยชีวิตของตำรวจในยุควิถีชีวิตใหม่ New Normalผบ.ตร.ให้ความสำคัญเป็นอยู่ครอบครัวตำรวจ ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องคนไทย.ทีมข่าวอาชญากรรม