กลายเป็นข่าวที่สร้างความแตกตื่นตกใจ ทั้งในจังหวัดระยองและทั่วประเทศ นั่นก็คือข่าวทหารอียิปต์ 31 คน ที่เดินทางเข้าประเทศไทย โดยได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ไม่ต้องถูกกักกัน แต่พักในโรงแรม และสามารถไปไหนมาไหนได้โดยเสรี แต่ทหารคนหนึ่งติดเชื้อโควิด และข่าวเด็กสาว 9 ขวบ ที่เดินทางเข้าไทยก็ติดเชื้อโควิดโฆษกศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชี้แจงว่า ทั้งสองรายอยู่ในข้อยกเว้นไม่ต้องถูกกักตัวตามระเบียบของ ศบค. คณะทหารอียิปต์ขออนุญาตเข้าไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพอากาศ ส่วนเด็กหญิง 9 ขวบ อยู่ในคณะทูตซูดาน มีเอกสิทธิ์ทางการทูต กักกันตัวในคอนโดฯใน กทม.จึงไม่แปลกใจที่รัฐบาลถูก ส.ส. ฝ่ายค้านสับเละ กล่าวหาว่าสองมาตรฐาน เข้มงวดกวดขันคนไทยให้ทำตามกฎหมายโดยเคร่งครัด จนทำให้ประเทศปลอดผู้ติดเชื้อติดต่อกันกว่า 50 วัน แต่การ์ดตกให้ชาวต่างชาติ กลายเป็นอภิสิทธิ์ชน แต่ไวรัสไม่ยอมรับรู้ว่าใครคืออภิสิทธิ์ชน ใครคือผู้ตํ่าต้อย มีสิทธิ์ติดเชื้อโดยทั่วหน้าขอชื่นชมนายกรัฐมนตรีและโฆษก ศบค. ที่ขอโทษขออภัยต่อคนไทยทั้งประเทศ ที่มีความผิดพลาดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ อย่างในกรณีโควิด-19 รัฐบาลอ้างว่ามีกฎหมายถึง 40 ฉบับ รวมทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เอาไม่อยู่ ควบคุมทหารต่างชาติไม่ได้ ห้ามออกเที่ยวห้างไม่ได้กฎหมายไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์พอ ที่จะห้ามทหารอียิปต์ออกจากโรงแรมไปเดินห้างสรรพสินค้า ปะปนกับผู้คนราว 1,900 คน ที่ต้องเสี่ยงติดเชื้อ ต้องได้รับการตรวจโรค และก่อความเดือดร้อนให้ชาวระยองโดยถ้วนหน้า ต้องปิดโรงเรียนหลายร้อยแห่ง ปิดกิจการค้ามากมาย การท่องเที่ยวที่โงหัวพังทันที มียกเลิกจองโรงแรมถึง 90%อภิสิทธิ์ชนหรือวีไอพีไม่ใช่แค่ปัญหาเดียว แต่ยังมีเรื่องราวอีกมากที่เสี่ยงต่อการการ์ดตก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวระหว่างคนไทยกับต่างประเทศ การเปิดประตูจะรับผู้ป่วยจากต่างชาติ พร้อมด้วยคณะผู้ติดตามเข้ามารับการรักษาในไทย ข่าวการลักลอบเข้าไทยของแรงงานต่างชาติที่ถูกจับได้ 3 พันคน ก็คือปัจจัยเสี่ยงมีเสียงโฆษณาชวนเชื่อจาก “เจ๊” ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ทราบว่าเป็นคนสัญชาติใด ว่าสามารถส่งแรงงานต่างชาติเข้าไทยได้ โดยไม่ต้องถูกกักตัว แต่อาจเล่นเกมใต้โต๊ะ ไม่ทราบว่าเล่นกับใคร รู้แต่ว่าถ้าเป็นประเทศประชาธิปไตย ต้องถือกฎหมายเป็นใหญ่ แต่ถ้ารัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดกฎหมายเสียเอง นั่นคือเผด็จการอันตราย.