เรื่องนี้ท่าจะเป็นจริง “เมื่อใครได้ดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว” สามารถทำได้ทุกอย่าง...ดั่งประโยคว่า “เมาเหล้วกางหลาง”...ซึ่งเป็นภาษาภาคใต้ เพราะเหล้า สุรา ยาดองนี้ หากดื่มเข้าไปก็มักเกิดความรื่นเริง บันเทิงใจ “ยิ่งดื่ม...ยิ่งติดลม และยิ่งเมาหนักตามมา”ทำให้คนดื่มครองสติไม่อยู่ ขาดการยับยั้งชั่งใจ ขาดเหตุขาดผล กลายเป็นคนไม่กลัวโลก มักหาเรื่องทะเลาะวิวาท ที่เรียกว่า “น้ำเปลี่ยนนิสัย” ในบางครั้งก็มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันในครอบครัว...จนคนในบ้านรู้สึกเบื่อพฤติกรรมการดื่มสุรานี้ ทั้งที่จริงนี้แล้ว...“ไม่เพียงเปลี่ยนนิสัย” เท่านั้น แต่เหล้านี้ยังทำชีวิตคนหนึ่งคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว เกือบสูญสิ้นคนในครอบครัวมามากมาย เมื่อเมาก็ไม่ชอบอยู่เป็นที่ มักต้องขับรถ มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีก จนเกิดการบาดเจ็บ หรือบางคนก็เสียชีวิต มีความสูญเสีย ทำให้เกิดความเศร้าโศกเสียใจในที่สุดด้วยเหตุผลกระทบนี้ ทวี หนูนุ่ม อายุ 60 ปี อดีตนายก อบต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง เดินทางในสายการเป็นนักดื่มมานานกว่าครึ่งชีวิต ต่างมีความสุขกับการดื่ม แม้ว่ารู้ดีว่าสุรานั้น “ไม่ดี” จนร่างกายทรุดโทรมลง เกิดโรคภัยไข้เจ็บ เสียการงาน และสิ้นเปลืองทรัพย์สินเงินทอง จนเกิดเป็นหนี้ขึ้นก่อนหันมาย้อนดูตัวเอง...ตระหนักถึงโทษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ “ขอยกมือ” ปฏิญาณตนพักตับ กลายเป็นบุคคลต้นแบบคนหัวใจเพชร งดเหล้าตลอดชีวิต แต่ก่อน “ตัดใจ หรือทำใจ” ในการ “เลิกเหล้า” ให้จงได้นั้น...ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอาจต้องยอมเสียสังคม...อาจเสียเพื่อนบางส่วนไปทำให้เรื่องเลิกเหล้านี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ที่ใครก็สามารถทำกันได้ง่ายๆ สำหรับนักดื่มมืออาชีพ “ทีมสกู๊ปหน้า 1” ได้เก็บเรื่องราวชีวิตนักดื่มมาครึ่งชีวิตนี้ “ยอมหักดิบเลิกเหล้า” จนประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ให้เป็นกำลังใจกับผู้กำลังคิดเลิกเหล้านี้...“พี่ทวี” เล่าให้ฟังว่า ในปี 2555 ตั้งใจเลิกดื่มแอลกอฮอล์ เพราะประสบอุบัติเหตุ ด้วยการเข้าร่วม “โครงการเลิกเหล้าเข้าพรรษา 3 เดือน” หลังออกพรรษา...ก็กลับมาดื่มเช่นเดิม เพราะเป็นคนชอบอยู่ในวงสังคม จนนำไปสู่การดื่มที่มากขึ้น มีการสังสรรค์เกือบทุกวัน เมื่อดื่มเหล้ามักติดลมหยุดดื่มไม่ได้ แสวงหาออกไปร้านข้าวต้มกินกันอีก ทำให้ทุกเดือนต้องใช้จ่ายกับการดื่มเหล้าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทหากย้อนในวัยดื่มเหล้าครั้งแรก...เริ่มมาตั้งแต่อายุ 20 ปี ด้วยเหล้าขาวผสมน้ำอัดลม ที่ดื่มกันเป็นครั้งคราวเดือนละ 1-2 ครั้ง กลายเป็นสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เมื่อผ่านพ้นช่วงวัยรุ่น เปลี่ยนเข้าสู่วัยทำงาน หันมาเล่นการเมืองท้องถิ่น และเคยรับตำแหน่งนายก อบต.นาข้าวเสียมาแล้ว 2 สมัยกลายเป็นสิ่งที่มีโอกาสเผชิญกับการดื่มหนักขึ้นทุกวัน จากที่ออกเยี่ยมเยือนพบปะชาวบ้าน ในบางครั้งถูกเชิญไปร่วมงาน หรือกิจกรรมต่างๆ ไม่อาจปฏิเสธที่มีการหยิบยืนแก้วเหล้าได้ หากปฏิเสธนี้อาจถูกมองไม่ดี ส่งผลความนิยม และคะแนนเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นในสมัยถัดไปหลังพ้นนายก อบต.นาข้าวเสีย ก็เปิดรับเหมาก่อสร้าง สามารถสร้างรายได้เดือนละ 3–4 หมื่นบาท เมื่อมีเงินมาก...ก็ยิ่งดื่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าร่างกายไม่ไหว แต่ทนนั่งอยู่กับเพื่อน จนถึงเวลา 02.00 น.หรือ 03.00 น. และต้องรีบตื่นไปทำงานตอนเช้าบางครั้งยังมีอาการมึนหัว เมาแฮงก์ทั้งวัน ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง แต่ในเวลากลับกันนี้...ทันทีตกเย็นกลับมีเรี่ยวแรง สามารถนั่งกินเหล้าต่อได้อีก ทำให้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับวงเหล้ามากกว่าครอบครัว จนบ่อยครั้งถูกแม่บ้าน...รู้สึกไม่พอใจ บ่น ด่าว่า และบังคับให้เลิกดื่ม สาเหตุจากเริ่มมีปัญหาเรื่องหนี้สินเพิ่มขึ้น...หากนับการดื่มมานี้ตั้งแต่ปี 2522 จนถึงปี 2558 รวมเวลาแล้วกว่า 36 ปี ต้องเสียเงินจากการซื้อเหล้า เบียร์ ไม่ต่ำกว่า 4,800,000 บาท “ยิ่งกว่านั้นเคยเกือบเอาชีวิตไม่รอด 2 ครั้ง จากเมาเหล้าแล้วขับรถกลับบ้าน จนเกิดอุบัติเหตุ ครั้งแรก...ขับรถตกข้างทางไถลลงคลองชลประทาน “โชคดี” มีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์มาช่วยได้ทัน มิฉะนั้นคงจมน้ำตายไปแล้ว ทำให้ศีรษะแตก มีบาดแผลตามร่ายกายเล็กน้อย...นอนโรงพยาบาล สังเกตอาการ 2 วัน” พี่ทวีว่าครั้งนี้เสียค่าใช้จ่ายซ่อมรถ 5 หมื่นบาท และครั้งที่สอง...นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปกับเพื่อน ออกจากวงเหล้าไปในงานวัด ระหว่างกลับเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง ทำให้กลับมาย้อนคิดถึงอดีต...“ในโทษภัยของการเมา” เพราะชีวิตย่างก้าวไปข้างหน้า...ย่อมมีรอยเท้าอยู่ด้านหลังอยู่เสมอเปรียบเสมือนเป็นสมุดบันทึกความทรงจำ ให้หวนมาคิดถึงในสิ่งล้มเหลว สามารถมองเห็นความผิดพลาดของชีวิต ทำให้ตัดสินใจหยุดดื่ม นับตั้งแต่ปี 2558...ขอเลิกเหล้าถาวรมาจนถึงปัจจุบันนี้...ประเด็นสำคัญ...เลิกเหล้าช่วงแรกๆ ทำใจลำบากมาก จนตัดสินใจ ไม่ออกจากบ้าน 1 สัปดาห์เต็ม เพื่อลดสิ่งยั่วยวนจิตใจ ซึ่งก็มีเพื่อนแวะเวียนมาชักชวนถึงบ้านตลอด แต่ปฏิเสธไปว่า...“เลิกดื่มสุราแล้ว” เมื่อออกจากบ้าน มักมีคนหยิบยื่นแก้วเหล้าให้อีกก็ปฏิเสธไปตลอดเช่นกัน เพราะตั้งใจจริงว่า “เลิก” ก็ต้อง คือ เลิกให้ได้ทำให้รู้จักการปฏิเสธ...จากครั้งแรก...เป็นครั้งที่ 2 หรือครั้งที่ 3 ไปเรื่อยๆ ซึ่งคนในชุมชนรับรู้ว่า “เลิกถาวร” ทำให้เพื่อนเคยดื่มด้วยกัน ไม่เข้ามาชักชวนเหมือนเช่นเดิม และทยอยหายไปทีละคน...สองคน จนสังคมเพื่อนฝูงกว่าครึ่งหนึ่งหายหมด“แม้ว่า...เลิกมาแล้วหลายเดือน หากเห็นเพื่อนนั่งกินเหล้า หรือชักชวน ยังมีอาการอยากจับแก้วมาดื่ม แต่ห้ามใจตัวเอง หยุดใจตัวเองเด็ดขาด เพราะเรื่องทั้งหมดนี้...เป็นเรื่องความตั้งใจล้วนๆ ที่จะทำให้หยุดดื่มนั้นสำเร็จ โดยเฉพาะเป็นการหักดิบ หยุดดื่มด้วยตัวเอง ทั้งทนกับความอยากดื่ม...อยากถอน”ยอมรับว่า...ในช่วงนั้นสังคมเพื่อนหายไปหมดจริงๆ เมื่อผ่านพ้นความอยากดื่ม 1 ปี เริ่มกลับมาสร้างสังคมขึ้นใหม่ เริ่มออกไปหาเพื่อน หรือหากบ้านใครมีงานอะไร และในชุมชนมีกิจกรรมต่างๆ ก็ออกไปช่วยเหลือตามปกติ แม้ว่าในงานเลี้ยงนั้น...มีดื่มสุรา เราก็นั่งร่วมวงนั้นได้ แต่นั่งดื่มน้ำเปล่า ในบางครั้งนั่งจนงานเลี้ยงเลิกก็มีจนสามารถมีสังคม...มีเพื่อนฝูงกลับมาคบหาสมาคมกันเช่นเดิม ทำให้คิดว่า...การที่เพื่อนคนหนึ่งคบหากันนั้น คงไม่เกี่ยวกับเรื่องเลิกเหล้าแน่นอน โดยเฉพาะข้อดีคือ ครอบครัวมีความอบอุ่นดีขึ้น มีเวลาพาลูก เมีย ไปท่องเที่ยวมากกว่าเดิม อีกทั้งมีเงินเหลือเก็บ...สามารถนำเงินซื้อเหล้าไปออกรถยนต์ 4 ประตูใหม่ได้ด้วย...ตอนนี้เป็นตัวแทนคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต เพื่อสะท้อนประสบการณ์ของตัวเอง คอยเป็นที่ปรึกษาให้กับคนในชุมชนที่อยากเลิกเหล้า เพื่อเป็นประโยชน์กับคนอื่น ทำให้รู้สึกภูมิใจและดีใจมาก และต่อไปชักชวนให้ทุกคนออกมาเลิกเหล้าเพิ่มขึ้น...“พยายามให้กำลังใจคนเลิกดื่มเหล้า เบียร์ เริ่มจากเลิกเหล้า 3 เดือน ในช่วงเข้าพรรษาก่อนก็ได้ เพราะการเลิกดื่มจะทำให้ชีวิตครอบครัวมีความอบอุ่นและสุขภาพร่างกายดีขึ้น ยกตัวอย่าง...เพื่อนคนหนึ่งในชุมชน ชอบดื่มสุราหนัก ต้องเลิกกับภรรยา 3-4 เดือน ก่อนหันมาเลิกเหล้า และครอบครัวก็กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”จริงๆแล้ว...เมื่อเกิดเหตุ...มักโทษแอลกอฮอล์เป็นต้นเหตุ ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะเหล้าอยู่ของเหล้าดีๆอยู่แล้ว คนกลับเดินไปหาดื่มกันเอง เพราะหากไม่ดื่ม ก็ไม่เกิดผลเสียขึ้นตามมามองอีกมุม...หากดื่ม “พอเป็นกระสาย” ถือว่า “เป็นยา” ช่วยร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด คลายกล้ามเนื้อ นอนหลับง่ายสบาย แต่หากดื่มมากเกินความจำเป็น...ย่อมเกิดโทษมากมายขึ้นแน่นอน...เรื่องนี้มั่นใจว่า...ยังมี “นักดื่ม” อยากเลิกเหล้า แต่ไม่รู้เริ่มตรงไหน... ต้องบอกกันตรงๆ เริ่มจากตัวเอง “ตั้งใจจริง” เพราะการเลิกเหล้า ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีความตั้งใจ ความสำเร็จย่อมไม่ไกลเกินเอื้อม.