ยึดหลัก "นักเรียนปลอดภัย"นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทยไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศติดต่อกันเป็นวันที่ 34 นับจนถึงวันที่ 28 มิ.ย.2563 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือเชื้อโควิด-19แน่นอนว่าเรื่องดีๆนี้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทั้งประเทศที่พร้อมใจกันก้าวเข้าสู่การใช้ ชีวิตแบบปกติใหม่ หรือ นิวนอร์มอล ทำให้เราสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคร้ายนี้อย่างได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จนได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก ขณะที่องค์การอนามัยโลกให้การยกย่องประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่ฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้ดีเป็นอันดับที่ 2 ของโลก หลากหลายเสียงชื่นชมต่อมาตรการและการป้องกันตนเองของคนไทย ขณะที่ภาครัฐและบุคลากรทางการแพทย์มีคำย้ำเตือนสังคมไทยถึงสิ่งสำคัญที่สุดคือเราก็จะต้อง “การ์ดไม่ตก” เดินหน้าป้องกันโรคนี้ต่อไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จในการมีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19และจากนี้อีกเพียงวันเดียว ก็จะถึงวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกของโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2563 แม้ที่ผ่านมาสถานศึกษาทุกแห่งได้มีการเตรียมพร้อมการจัดสอบระบบออนไลน์ไว้รับมือกับการแพร่ระบาด และแม้ว่าเราจะไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันมากกว่า 1 เดือนแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทั้งภาครัฐ บุคลากรทางการแพทย์ และแม้แต่ประชาชนส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลใจลึกๆว่าอาจจะนำพามา ซึ่งการระบาดของโควิด-19 ระลอกสองจากตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ “ทีมการศึกษา” ขอพาไปดูแนวทางและมาตรการในการเตรียมพร้อมรับมือกับการเรียนในยุคนิวนอร์มอลที่ โรงเรียนสาธิต แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ดร.ผกามาศ นันทจีวรวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียน จะเป็นผู้ฉายภาพให้ดู“โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีการเตรียมพร้อมโดยศึกษาข้อมูลจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งแหล่งข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อการเตรียมความพร้อม เพื่อให้นักเรียนของเราสามารถมาเรียนหนังสือได้ โดย เรายึดหลัก “นักเรียนปลอดภัย” เป็นสำคัญ โดยด้านสถานที่ ห้องเรียน โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน อาคารต่างๆมีการฉีดพ่นทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค มีการเว้นระยะห่างในห้องเรียน โดยกำหนดให้ห้องเรียนหนึ่งๆ มีนักเรียนเรียนได้ไม่เกิน 20 คน ทุกห้องจะเปิดพัดลม ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ขณะที่โรงอาหารก็ได้มีปรับปรุงโดยมีฉากกันบนโต๊ะอาหารทุกโต๊ะ สำหรับอาหารนั้นจะไม่มีการตักอาหารไว้รอนักเรียน โดยอาหารทุกอย่างจะต้องร้อนอยู่บนเตา เมื่อเด็กๆมารับอาหารจึงค่อยตักให้ อาหารจะได้ร้อน และปลอดภัย ซึ่งจะมีแม่บ้านและครูมาช่วยตักอาหารให้เด็ก รวมทั้งดูแลขณะที่เด็กๆรับประทานอาหารด้วย” ดร.ผกามาศ เล่าถึงการเตรียมความพร้อมในภาพรวม ขณะที่ด้านการวางแผนการสอนนั้น ผอ.ร.ร.สาธิตเกษตรฯ กล่าวว่า โรงเรียนจะจัดการสอนแบบผสมผสานระหว่างการเรียนออนไลน์และเรียนที่โรงเรียน เพราะเรามีเป้าหมายที่จะพัฒนาเด็กในทุกๆด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ ดังนั้นการที่เด็กมาเรียนที่โรงเรียนนั้น เราไม่ได้สอนแต่วิชาการ แต่จะได้รับการฝึกด้านทักษะกีฬา การปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น รู้จักให้ รู้จักรับ มรรยาททางสังคม ศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์ การทดลองในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการฝึกการรับรู้ด้านอารมณ์ ซึ่งอาจารย์จะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก ส่วนการฝึกฝนด้านสติปัญญาเป็นเรื่องที่เราไม่ห่วง เพราะเด็กเรามีความสามารถทางวิชาการไม่แพ้ใคร และสถานการณ์ปัจจุบันก็ต้องมีการเรียนออนไลน์ด้วย โดยกำหนดให้เรียนออนไลน์ 3 วัน เรียนที่โรงเรียน 2 วัน สำหรับการเรียนที่โรงเรียนแต่ละห้องจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เรียนวันจันทร์และวันพฤหัสบดี กลุ่มที่สอง เรียนวันอังคารและวันศุกร์ ส่วนวันพุธ ทุกคนจะเรียนออนไลน์ที่บ้าน สำหรับกลุ่มที่มาเรียนที่โรงเรียนก็จะได้รับการดูแลให้ปลอดภัย เริ่มต้นจากมีจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนที่หน้าโรงเรียน เมื่อผู้ปกครองส่งเด็กที่หน้าโรงเรียนแล้ว ก็จะให้เข้าห้องเรียนทันที ไม่มีการวิ่งเล่นในสนามเด็กเล่น โดยขอความร่วมมือผู้ปกครองเด็กเล็กให้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆให้เด็ก เช่น หน้ากากอนามัย วันละ 3 ชิ้น ถุงซิปเก็บหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว และนำอุปกรณ์ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ถ้วยน้ำ กระบอกน้ำดื่ม กลับไปทำความสะอาดที่บ้าน ขณะที่เด็กโตก็นำกระบอกน้ำดื่มมาเอง หรือหากใช้ขวดน้ำพลาสติก ก็ให้เขียนชื่อตัวเองไว้ เพื่อป้องกันการหยิบผิด นอกจากนี้ภายในโรงเรียนจะมีเจลแอลกอฮอล์ให้บริการขณะที่การเตรียมตัวของอาจารย์และการปรับหลักสูตรนั้น ผอ.ร.ร.สาธิตฯ กล่าวว่า ช่วงปิดภาคเรียนทุกครั้ง สำหรับอาจารย์จะเป็นช่วงการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งปีนี้เป็นการพัฒนาหลักสูตรเป็นแบบออนไลน์และจัดการอบรมเทคโนโลยีให้กับอาจารย์ทุกคนให้ใช้โปรแกรมการสอนออนไลน์ เช่น กูเกิลคลาสรูม และไมโครซอฟต์ทีม มีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาออนไลน์อีกครั้ง ซึ่งข้อดีของการเรียนออนไลน์คือ เด็กๆสามารถย้อนกลับมาดูกี่ครั้งก็ได้ หากไม่เข้าใจ แต่การสอบนั้น ทุกคนจะต้องมาสอบที่โรงเรียน กรณีมีการระบาดรอบสอง เราก็จะปรับมาเรียนออนไลน์ทั้ง 5 วัน เราเตรียมทุกอย่างไว้ให้ดีที่สุด “ทีมการศึกษา” เห็นความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่จะสร้างความปลอดภัยให้กับลูกหลานในทุกย่างก้าวที่ชีวิตอยู่ในสถานศึกษาให้ห่างไกลจากเชื้อโรคร้ายแต่เรามองว่าการสกัดการแพร่ระบาดในระลอก 2 ของเชื้อโควิด-19 การดูแลป้องกันของสถานศึกษาเพียงส่วนเดียวคงไม่ใช่คำตอบที่เบ็ดเสร็จ เพราะ สำคัญที่สุดคงเป็นความร่วมมือร่วมแรง ร่วมใจ ในการใช้ชีวิตแบบ “นิวนอร์มอล” และ “การ์ดไม่ตก” ของทุกคน ในสังคมไทยร่วมด้วยช่วยกันตัดวงจรการระบาดระลอกสองของเชื้อโควิด-19 ให้เป็นได้แค่เพียงฝันร้ายที่ไม่กลายเป็นจริง.... ทีมการศึกษา