ให้เต็มร้อย สุดกับงานทุกชิ้น กับผลงานล่าสุด ละคร “เด็กเสเพล” ทางช่อง 7 นักแสดงหนุ่มหน้าคม อั้ม–ถิร ชุติกุล ใส่ไว้เต็มร้อย กับบท แก้ว หัวหน้าแก๊งเด็กเสเพล รู้อยู่เต็มอกว่าบทนี้ไม่ใช่คนแสนดี แต่ อั้ม ก็อยากทำ เพราะได้ถ่ายทอดมุมบางมุมให้คนดูได้เห็นอั้ม ทำให้หลายคนทึ่งกับความคมเข้มของความคิด และยิ่งทึ่งกว่านั้นเมื่อ อั้ม เดินเข้าวงการแบบมาเดี่ยวไม่เอี่ยว วงศ์ตระกูล ทั้งที่ อั้ม เป็นหนุ่มไฮโซ ลูกของ ม.ล.ลักษสุภา กฤดากร หลานยาย อาภา กฤดากร แต่ครอบครัวอั้มสอนมาอย่างดี ให้ อั้ม มีชีวิตที่สู้ด้วยตัวเอง มาทำความรู้จัก อั้ม–ถิร นักแสดงและนายแบบชาวไทย มีผลงานแสดงภาพยนตร์สร้างชื่อ อย่าง “เพชฌฆาต” และ “ร่าง” ยังมีผลงานภาพยนตร์อเมริกัน เรื่อง The Man with the Iron Fists 2อั้ม-ถิร เผยว่า “เข้าวงการจากวงการหนังมาก่อน และอั้มได้มีโอกาสเล่นภาพยนตร์ฝรั่งที่เข้ามาถ่ายเมืองไทย 3-4 เรื่อง ซีรีส์บ้าง ต่อมารับบทนำในเรื่อง “พี่ชาย My Hero” เล่นเป็น “เอก” ในบทบาทชายรักชายที่ต้องเข้ารับการคัดเลือกเกณฑ์ทหาร จากบทบาทนี้ทำให้ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากคมชัดลึก อวอร์ดส์ ครั้งที่ 13 จากชมรมวิจารณ์บันเทิงฯ และ เทศกาลหนังต่างประเทศ ที่ โตรอนโต และซานฟรานฯ ผลงานละครอั้ม ที่ผ่านมา ลูกไม้ลายสนธยา, ดวงใจในไฟหนาว, เจ้าสาวจำยอม, ไฟหิมะ และเรื่องล่าสุด “เด็กเสเพล” และเรื่องต่อไป “เงาบุญ” อั้ม บอก ว่า “ไม่ได้ชอบการแสดงมาก่อนเลยครับ (หัวเราะ) ทางเขาก็ติดต่อเรามา จนได้เข้ามาแสดง ก็เริ่มชอบการแสดงจริงๆ เรื่อง “พี่ชาย My Hero” ปิ๊งสุดๆ พอได้เห็นบทที่เราชอบจริงๆ ถึงได้ชอบการแสดง ชอบบู๊ ชอบได้เจอคนในกองถ่าย แรกๆรู้สึกแค่นี้ พอได้ทำงานในสิ่งที่ชอบ เราก็รู้สึกดี การถ่ายทำแม้เหนื่อย แต่พอเรามีความสุขก็รู้สึกสบาย ที่อั้มชอบ “พี่ชาย My Hero” เพราะอั้มกับเพื่อนสนิท อเล็กซ์ เรนเดลล์ เพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ 3 ขวบ ตอนนั้นอยากทำหนังสั้น ซึ่งเขียนด้วยกัน และก็ได้ไปถ่ายกันจริงๆ แต่บังเอิญบทที่เราเขียนมันคล้ายเรื่องพี่ชายมาก เลยชอบมาก รู้สึกว่าผู้ชายแบบนี้เป็นฮีโร่จริงๆ”มีโปรเจกต์ร่วมกับอเล็กซ์ อีกมั้ย? “ตอนนี้ยังครับ แต่เราก็มีคุยกันไว้ ว่าจะกลับไปทำโปรเจกต์นี้ให้สำเร็จ ถ่ายทำหนังสั้นไปแล้ว ซึ่งนักแสดงทุกท่านก็เล่นให้ฟรีหมดเลย ดีใจที่หลายคนเห็นบท และสิ่งที่เราอยากนำเสนอ แล้วเขาชอบ ทำเป็นหนังสั้น 10 นาที เราก็เก็บไว้อยู่ วันนึงเราก็จะไปทำให้เป็นหนังใหญ่ คุยกันไว้ มีไปคุยกับค่ายใหญ่ๆ เขาก็มองว่ามันแรงไป และอยากให้เพิ่มพาร์ตโรแมนติก แต่ผมกับอเล็กซ์ก็เลยยังขอเก็บไว้ก่อน”>> อ่านเรื่องย่อนิยายทุกเรื่อง คลิกที่นี่ <<งานละครเด็กเสเพล? “ผมเล่นเป็นแก้ว หัวหน้าแก๊ง เด็กเสเพล เป็นคนไม่ดี เราอยากนำเสนอในมุมอื่นๆไปบ้าง และอั้มเองก็อยากลองเปลี่ยนมาเล่นบทร้ายๆบ้าง ในเรื่องก็เจ้าชู้อีก เป็นบทไกลตัวมาก (หัวเราะ) ละคร “เงาบุญ“ ใกล้ปิดกล้อง และเริ่มถ่าย “คทาสิงห์” อั้มเพิ่งได้รับอุบัติเหตุกลางกองถ่ายโดนกล้องชนหน้า เจ็บตัว แต่ตลกดีครับ วันที่โดนพี่ๆในกองถ่ายตกใจมาก ร่วงเกือบหลับไปเลย แต่อั้มโชคดีมากไม่เป็นไร” จากไม่ชอบการแสดงกลายเป็นหลงรัก? “อั้มก็คงเหมือนนักแสดงหลายคนที่อยากได้บทดีๆ เมื่อบทดี แสดงได้ดี คนก็จะจำเราที่ผลงานได้เยอะๆ แต่ไม่ใช่ว่าบทที่อั้มแสดงที่ผ่านมาไม่ดีนะ ชอบทุกบท ท้าทายทุกบท “เงาบุญ” ก็ชอบ ค่อนข้างไกลตัว เกี่ยวกับเรื่องบุญบาป โตมาแบบไม่มีการศึกษา ไม่มีพ่อแม่ ติดยา ขโมยของ ทำร้ายผู้หญิง ก็มีต้องไปหาข้อมูล เพราะบทค่อนข้างไกลตัว”ได้ข่าวว่าอั้มชอบทำบุญ เงินค่าตัวมาก็เอาไปซื้อของให้ชุมชน? “ครับ ที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรงของอั้ม ก็นำไปซื้อของให้กับสลัมกลางกรุง ชื่อชุมชนพัทยา อยู่ตรงอาร์ซีเอ อั้มไปเกือบทุกเดือน”ทำไมถึงทำ อยากแบ่งปัน? “ส่วนตัวอั้มไม่ค่อยใช้ของแพงเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยต้องซื้ออะไร ก็คิดว่าการแบ่งปันเป็นความรู้สึกดีที่เรามอบให้ได้ ทำมา 8 ปีแล้ว ก็เริ่มต้นจากเราทำหนังสั้นกับอเล็กซ์ต้องไปหาข้อมูล ก็ไปที่นี่ จนสนิท และพอนักแสดงที่เราเชิญมาไม่เอาค่าตัว เราก็เลยปิ๊งไอเดีย นำค่าตัวนั้นมาแบ่งปันให้คนในชุมชนนี้ต่อ ไปจนสนิทและคิดจะทำเรื่อยๆ ให้โดยเรามีความสุข ทุกคนน่ารักมาก จนตอนนี้ก็ได้ทีมช้อปปี้ มาช่วย เตรียมนำ ของในชุมชนนี้ไปขาย เพื่อให้คนในชุมชนจะได้พัฒนามีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ด้วย อั้มก็ดีใจ ที่เราช่วยเขาได้จุดนี้”แนวคิดให้และแบ่งปัน อั้มถูกปลูกฝังจากครอบครัว? “ครับ คุณยายดุนิดนึง ท่านจะสอนให้เราช่วยเหลือตัวเอง อย่างคุณแม่มีรถซุปเปอร์คาร์ แต่อั้มห้ามแตะ ห้ามเอาไปใช้เลยนะ ที่บ้านให้หาเงินซื้อเอง ไปเมืองนอกก็ให้ดูแลตัวเอง เขาชอบที่เราลำบาก (หัวเราะ) เขาก็ฝึกให้อั้มช่วยดูแลตัวเอง ตอนไปเรียนเมืองนอกก็ไม่ได้สบาย หนักกว่าที่นี่เยอะ ไปอยู่ตั้งแต่อายุ 17 ที่ประเทศออสเตรเลีย คุณแม่กับคุณยายก็สอนเรามาแบบนั้น สอนเรื่องเงินค่อนข้างซีเรียสมาก ตั้งแต่เด็กคุณยายจะบอกเลยว่า อั้มถ้าอั้มขับรถพ่อแม่ ใช้ชีวิตจากที่พ่อแม่ให้ อั้มก็เหมือนมีสแตมป์ที่หัวว่า โง่ นะ!! ซึ่งอั้มก็ว่าจริง และที่บ้านโหดมาก (หัวเราะ) เช่น ตอนเด็กๆอั้มเคยเตะบอลกับลูกคนสวน แล้วทะเลาะกัน คุณยายให้ลูกคนสวนนอนบนเตียงอั้ม แล้วอั้มสลับนอนที่พื้นแทน ยายว่าอั้มเลย ถ้าไม่มีพ่อแม่ เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ไปด่าเขาแบบนั้นได้ยังไง ตั้งแต่วันนั้นมา อั้มก็เข้าใจเลยว่า นี่ยายและที่บ้านสอนเราอยู่ อย่างมีวันนึง อั้มอยากได้ตึกแถวไปทำแอร์บีเอ็นบี ธุรกิจบ้านเช่า ไปขอใช้ที่คุณยาย คุณยายบอกว่า ไม่ได้แล้วอีกวันคุณยายก็เซ็นตยกตึกนั้นให้พี่เลี้ยงไปเลย (หัวเราะ) เราก็คิดว่าดี ที่จะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง มันก็สนุกดี”การได้ไปอยู่กองถ่าย ลำบากนี่ คุณยายกับคุณแม่ชอบ? “ไม่ได้คิดว่าลำบากนะ อั้มสนุก ชอบบรรยากาศในกองถ่าย ได้นั่งกินกาแฟคุยกับคนนั้นคนนี้ เราก็คุยปกติกับพี่ๆเขา แต่วันนึง เอ๊ะทำไมพี่เขาคุยดีกับอั้ม จนพี่ผู้จัดการไปรู้มาว่า เขาไปรู้อั้มเป็น ลูกใคร หลานใคร เรียก อั้มครับ อั้มครับ เราก็เห้ย! พี่เป็นอะไร มีเรื่องตลกอีก เล่นหนังแรกๆ ด้วยสภาพอั้ม ไม่เนี้ยบมาก คนในกองถ่ายถามอั้มกินข้าวมายัง อั้มก็บอกยังไม่ได้กิน สรุปพี่เขาให้เงินอั้มไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเขา สงสาร แต่พอมารู้ทีหลัง เขาก็ว่า อ้าว ทำไมไม่มาบอกพี่ล่ะ! เราไม่ได้ปิด แต่ก็ใช้ชีวิตปกติของอั้มไป”.