เฟส 4 ชี้ความเป็นไปห่างไกลโควิด-19 หลายช่วง แต่การเมืองจะขยับเข้ามาแทนที่อย่างเข้มและข้น นายกฯลุงตู่จะสอบผ่านไปได้แค่ไหน การตัดสินใจตรงนี้จะชี้อนาคตจากการปรับ ครม.ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้สถานการณ์โควิด-19 ก้าวเข้าสู่เฟส 4 เริ่มดีเดย์ 15 มิ.ย.63 เป็นต้นไป เท่ากับเปิดล็อกใกล้ๆจะ 100%เหลืออีกเพียงไม่กี่อย่างที่เห็นว่ายังเสี่ยงอยู่“เคอร์ฟิว” ถูกยกเลิกทั้งหมดทั่วประเทศ ไม่ต้องทดลองกันให้ยุ่งยาก เพราะคงไม่จำเป็นแล้วแต่ยังคงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ครอบคลุมอยู่แล้วการเดินทางข้ามจังหวัดทั้งระบบสามารถดำเนินการได้ทั้งรถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน กระทำได้ไร้ปัญหา ไม่ต้องมีการกักตัว 14 วันแต่อย่างใดเว้นแต่การเดินทางออกนอกประเทศ ยังห้ามอยู่หรือชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้าไทยต้องปิดอยู่ ซึ่งกำลังพิจารณาจะยกเว้นให้บรรดานักลงทุน-นักธุรกิจเข้ามาได้ตรงนี้แหละสำคัญก่อนจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเอาเงินมาเทให้เพราะธุรกิจท่องเที่ยวถือเป็นช่องทางที่จะกระตุ้น ให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจเร็วขึ้น และง่ายกว่าแนวทางอื่นๆจากนี้ไปสถานการณ์บ้านเมืองจะเข้าสู่โหมดการเมืองเต็มตัวและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญปัญหาโควิด-19 คงจะนำมาใช้เป็นเงื่อนไขไม่ได้ยิ่งแต่ละพรรคการเมืองทั้งพรรคเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ล้วนมีปัญหาภายในอันจะนำไปสู่ความขัดแย้งไม่ได้ที่ลืมไม่ได้ก็คือ การเมืองบนถนนที่รอเวลาน่าจะได้ฤกษ์แล้ว!!ว่ากันถึงพรรคการเมืองในส่วนของฝ่ายค้านนั้น น่าจะเป็นการขยับปรับตัวอันล้วนมาจากความขัดแย้งภายในก็ต้องแยกกันไปสู่เป้าหมาย เพื่อสร้างตัวกันใหม่ยังไงเสียก็ยังคงเกาะกลุ่มกันพุ่งเป้าไปที่รัฐบาลภายใต้การนำของ “3 ป.” เพียงแต่แยกกันเดิน รวมกันตีเมื่อถึงเวลาเพื่อรอเวลาการเปลี่ยนแปลงทาง การเมืองแม้รัฐบาลจะดูมั่นคง แต่ความจริงแล้วสถานภาพไม่ค่อยจะดีนักมีการพูดกันว่าเดือน ก.ค.ที่จะถึงนี้อาจจะมีเหตุให้ได้เจอกันกลิ่นปรับ ครม.ดูเหมือนจะเป็นแรงจูงใจสำคัญของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะพรรคเล็ก พรรคกลาง พรรคจิ๋วที่แน่ๆกำลังสางกันไม่จบก็คือพลังประชารัฐแกนนำรัฐบาลแรงกระเพื่อมตรงนี้แหละ...ที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯจึงต้องคิดหนัก แม้จะย้ำเสมอว่า “เป็นอำนาจของผม” ก็ตามแค่ “พลังประชารัฐ” ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าจะเอายังไงดี...มีการนัดประชุมพรรค วันที่ 19 มิ.ย.63 เพื่อพบหน้าพบตากันอีกครั้งเพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่ เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่กำหนดล่วงหน้า วันที่ 3 ก.ค.63แรงดันแรงดึงมาถึงตอนนี้ได้ก็แตกกันแล้ว หากรั้งไว้นานจะหนักเข้าไปอีกปัญหาที่คร่อมกันอยู่นั้นอยู่ที่ว่านายกฯลุงตู่จะหาทางออกอย่างไรระหว่างกลุ่ม “4 กุมาร” กับเสือสิงห์ในพรรคไม้ตายที่ใช้อยู่ก็คือยื้อเวลาให้นานที่สุด!ก็ต้องวัดใจกันแหละ...ยิ่งหลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “พี่ใหญ่” ที่จะขึ้นรั้งเก้าอี้หัวหน้าคุมการเมืองเต็มตัวแรงกดดันให้ปรับ ครม.ก็จะพุ่งสูงขึ้นเค้กก้อนใหญ่คุม “พลังงาน” คงฟัดกันอุตลุดก็พอทำเนาสำคัญว่า “พี่ใหญ่” ในฐานะใหม่คุมงานกระจอกๆจะได้หรือ?“ลิขิต จงสกุล”