(ภาพ : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา)นี่ไงล่ะ...ปฏิรูปการเมืองป่านฉะนี้คงลืมกันไปแล้วกระมังกับคำว่า “ปฏิรูป” การเมืองที่เคยโชยกลิ่นทำให้ผู้คนเชื่อและคาดหวังว่าเรากำลังจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ทั้งๆที่มันย้อนแย้งกับความเป็นจริงหรือแม้ในความรู้สึกก็ยังมิอาจมั่นใจได้ คงเป็นแค่ฝันลมๆแล้งๆไปอย่างนั้นเพราะการเมืองถูกวางไว้บนฐาน “อำนาจ” และ “ผลประโยชน์” หาใช่ชาติประชาชนแต่อย่างใด มันจึงเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันนั้นอยู่ในภาวะ “อมทุกข์” กันไปทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่ว่ายากดีมีจนต้องประสบพบเจอกันถ้วนหน้าก็หวังว่าจะมีใครสักคนมาช่วยขจัดปัดเป่าให้หายทุกข์หายโศกครานี้ไปให้ได้ เพื่อจะได้มีชีวิตต่อไปมองข้ามถึงอนาคตข้างหน้าอีกด้วยสุดท้ายก็ได้ “แพทย์” และ “ประชาชน” อย่างเราๆท่านๆ นี่แหละ ที่เป็นจักรกลฝ่าฟันจนรอดพ้นจากโรคร้ายที่ระบาดไปทั่วโลกมาได้สร้างพระเอกชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ให้โดดเด่นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ แม้ดำรงตำแหน่งความเป็นนายกฯ อยู่ก็ตามแต่เป็นนายกฯที่อ่อนล้าจวนอยู่จวนไปแค่ใกล้เอื้อมถึงกับพูดกันว่า “โควิด-19” มาชุบชีวิตให้เจิดจรัสด้วยเสียงชื่นชมทำนองว่าหากไม่มีคนนี้คนไทยคงถูกไวรัสกลืนกินไปไม่ต่างกับชาติตะวันตกหลายประเทศที่สูญเสียชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมากรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อสู้กับไวรัสด้วยการตัดวงจรการเมืองอันหมายถึง “นักการเมือง” ออกไปจากห่วงโซ่นี้เพื่อความเป็นเอกภาพในการแก้ไขปัญหา“คิดดี–คิดถูก”...แม้จะเคืองใจกันอยู่บ้างก็ตามทว่าก็รู้กันอยู่ว่าลำพังแค่บริหารบ้านเมืองแก้ปัญหาของประเทศก็ปรากฏให้เห็นกันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นยิ่งในทางการแพทย์คงไม่ต้องกล่าวถึงพูดถึงให้มากความถือว่าคนไทยโชคดีที่ร่วมจิตร่วมใจกันจนสามารถเอาชนะไวรัสโคโรนามาได้เป็นอย่างดีได้หน้าได้ตาอิ่มบุญกันถ้วนทั่วถ้าไม่มีระเบิดการเมืองจากพลังประชารัฐตูมใหญ่ใส่เข้ามากลางวงด้วยเหตุเพียงแค่ชิงความเป็นใหญ่ในพรรค ช่วงชิงตำแหน่งทางการเมืองไม่สำนึกต่อกาลเทศะที่เคยกราดเกรี้ยวใส่ฝ่ายตรงข้ามมาแล้วแทนที่จะได้เต็ม 100...ทำท่าจะติดลบด้วยซ้ำไปว่าถึงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้นชื่อ “ประวิตร วงษ์สุวรรณ” จะเป็นเมื่อใดก็ได้อยู่แล้ว ไม่มีใครหาญกล้าไปช่วงชิงมีแต่ดันก้นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในฐานะ “ผู้มากบารมี”แต่จู่ๆตงิดๆขึ้นมา ต้องวันนี้ต้องตอนนี้...พรุ่งนี้ไม่ได้ว่าไปแล้วในความต้องการของนักการเมืองในพรรคนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติมุ่งหวังตำแหน่งและค่าใช้จ่ายหล่อเลี้ยงก็ทำกันเป็นปกติอยู่แล้วมิใช่หรือ?“ใจถึงพึ่งได้”...อย่างนี้หาได้ง่ายๆที่ไหนไม่รู้ฉลาดน้อยหรือฉลาดมากที่ต้องโอนเอนเอาอกเอาใจพวกแวดล้อมที่อยากได้อยากดีมองแค่ผลเฉพาะหน้าเพื่อตัวเองเท่านั้นที่หวังอยู่ยาวๆ สร้างฐานด้วยฝ่ามือของนักการเมืองให้มั่นคงถาวรก็ให้ระวังเอาไว้เถอะ...ใครที่บอกว่าไม่เกี่ยว ไม่ยุ่งด้วย...จะป่วยหนักที่สุด!“สายล่อฟ้า”