คนโบราณท่านสอนลูกหลานให้เอาตัวรอดตามสถานการณ์ ด้วยการเปรียบเทียบเหมือนวัวไว้หลายสำนวนอยากสอนให้ทำตัวเป็นหลักฐาน มีหลักแหล่งมั่นคง ท่านก็ว่าอย่าทำตัวเป็น “วัวไม่มีหลักฟักไม่มีร้าน”คนจรจัดพลัดบ้านเมือง ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน กระทั่งสมัยนี้ สมัยที่โควิด-19 ระบาด แค่เดินทางเปลี่ยนที่อยู่ก็ถูกระแวงสงสัย สถานเบาต้องกักตัว 14 วันคนเร่ร่อนจรจัดเป็นภาระให้สังคม เหมือนวัวที่ไม่ได้ผูกเชือกไว้กับหลัก เมื่อโจรลักไปก็เป็นปัญหาให้บ้านเมืองในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ต้องตรากฎหมายลักษณะโจรเอาไว้ว่า “โคกระบือท่านผูก ท่านล้อมไว้ก็ดี และมีผู้ร้ายไปแก้ลักเชือกตะพายก็ดี...” ถ้าไม่ผูกล้อมเอาไว้วัวก็จะเพริดไปเหมือน...ฟักที่ต้องมีร้านสำหรับให้เลื้อยอยู่เป็นที่ มิฉะนั้นก็จะเลื้อยเพ่นพ่านไปหรือรู้ว่าลูกหลานไปทำผิดอะไรมา มีชนักปักหลัง ท่านก็เตือน เหมือนวัวสันหลังขาด เห็นกาบินผาดก็ตกใจ สำนวนนี้พูดกันว่า “วัวสันหลังหวะ” ดูจะเข้าใจมากกว่าสำนวน “งัวใครเข้าคอกใคร” เอามาใช้ตอนที่คนไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศ ตอนโควิด-19 ระบาด แม้สนามบินจะปิดแล้ว ก็ยังอนุญาตให้กลับมาเลียแผลใจ ยอมถูกกัก 14 วัน จึงกลับไปอยู่บ้านได้...ก็ยอมสำนวนนี้ใช้กันในความหมาย ของใครก็ของใคร เรื่องของเขาก็ของเขา เรื่องของเราก็ของเราในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจจะใช้วิธีข่มขู่บังคับหรือจะค่อยเป็นค่อยไป เอาน้ำเย็นเข้าลูบ เห็นว่าความยินยอมพร้อมใจ เกิดผลดีกว่า คนโบราณท่านก็สอนว่า “วัวไม่กินหญ้าอย่าข่มเขา”แต่ก็นั่นแหละ ขืนทำโอ้เอ้วิหารราย ช้าเกินไป ท่านอยากเร่งให้ทำโดยไว ท่านก็สอนว่า “วัวหายแล้วล้อมคอก”อะไรก็ตาม ไม่คิดป้องกันความเสียหาย ซึ่งอาจจะเกิดมีขึ้นได้ตั้งแต่ทีแรก ต่อความเสียหายขึ้นแล้ว จึงจัดการป้องกันจะเสียหายมากกว่าเมืองไทยเราอยู่ใกล้จีน รับเชื้อไวรัสร้ายจากจีนก่อนประเทศไหนๆ แม้จะถูกหาว่าช้าไปบ้าง แต่ตัวเลขคนติดเชื้อลดลง เหลือแค่ 19 เมื่อวันอังคารก็ยืนยันว่า เราล้อมคอกไว้ทันเวลาไม่ถึงกับช้าเกินไปมาถึงวันสองวันนี้ ใกล้กำหนดจะคลายล็อกการปิดเมือง...ทั้งฝ่ายหมอแนะฝ่ายรัฐบาล สองจิตสองใจ จะเปิดล็อกเลยก็กลัวเชื้อร้ายจะกลับมาจะปิดต่อไป ผู้คนจะเจอโรคใหม่ โรคอดตาย น่ากลัวยิ่งกว่าฟังน้ำเสียงจากหมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สิ้นเดือนนี้จะมีการเปิดช่องให้กว่า 30 จังหวัด ที่จัดการบ้านเมืองได้ระดับเด็กดี ได้ผ่อนคลายยืดเส้นยืดสายบ้างในทางเลือกสองทางนี้ ถ้าไปถามคนโบราณ ท่านก็จะสอนด้วยสำนวน “เขียนเสือให้วัวกลัว”กาญจนาคพันธุ์อธิบายไว้ในหนังสือ “สำนวนไทย” โดยอ้างมาตราหนึ่งในกฎหมายลักษณะโจรสมัยต้นอยุธยา “ช้างม้าวัวหลุดลุ่ยหายแห่งใดๆก็ดี วัวนอนค้างช้างนอนแรม เจ้าของมิได้เอาเข้าคอกผูกถือไว้วัวหายให้ไว้แก่เสือ เรือหายให้ไว้แก่น้ำ”สำนวนนี้ชี้ว่า วัวก็ต้องกลัวเสือ วัวต้องตกเป็นเหยื่อเสือมาแต่ไหนแต่ไร การขู่ให้กลัวเพื่อเอาวัวให้รอดจากเสือ เป็นมนุษย์ก็ต้องเอาชีวิตให้รอดปลอดภัยไว้ก่อน...จึงเป็นเรื่องที่ควรทำผมเป็นคนหัวโบราณ เชื่อคำสอนผู้ใหญ่ ผมว่าในสถานการณ์ที่บ้านใกล้เรือนเคียงอย่างสิงคโปร์ ญี่ปุ่น ยังเอาเจ้าโควิด-19 ไม่อยู่ เมืองไทยควรเอาอย่างเขา “เขียนเสือให้วัวกลัวต่อไป” อีกสักพักใหญ่ ไหนๆ ก็ทนกันมาได้แล้ว...เป็นนาน.กิเลน ประลองเชิง