ในขณะที่โลกกำลังต่อสู้กับการระบาดใหญ่ของ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-ไนน์ทีน (COVID-19) เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าแต่ละแห่งที่มีศักยภาพในการรับมืออย่างไร ข่าวคราวการขาดแคลนเครื่องมือที่จะต่อกรกับไวรัสได้เพียงพอ หรือการสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ไปกับโรคระบาดนี้ กลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายและสำคัญต่อมนุษยชาติ ว่าแม้จะผ่านพ้นเหตุการณ์ระบาดใหญ่นี้ไปได้ แต่ในอนาคตหากมีการปะทุของไวรัสตัวเดิม หรือเชื้อตัวใหม่ๆ เราจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไรการทำนายการแพร่ระบาดของเชื้อโรคคือหนึ่งในความจำเป็น เมื่อเร็วๆนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาเนกีเมลลอน และมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ในสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐฯ ให้พัฒนาความสามารถในการต่อสู้กับไวรัส ทีมวิจัยเผยว่า พวกเขาหวังว่าจะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการปรับปรุงวิธีทำนายการแพร่ระบาดของโรคในอนาคต บนพื้นฐานข้อมูลว่าเชื้อกลายพันธุ์อย่างไร และถ่ายทอดจากคนสู่คน หรือกลุ่มสู่กลุ่มอย่างไรแบบจำลองนี้ชี้ให้เห็นว่าความคิดและการแพร่กระจายข้อมูล รวมถึงวิวัฒนาการระหว่างบุคคล มีรูปแบบคล้ายกับยีนที่เพิ่มจำนวนโดยการจำลองตัวเองได้ หรือกลายพันธุ์ และตอบสนองต่อแรงกดดันจากการคัดเลือก เมื่อเชื้อมีปฏิสัมพันธ์กับร่างกายที่พวกมันอาศัยอยู่ ซึ่งนักวิจัยมองว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงวิวัฒนาการเหล่านี้มีผลกระทบอย่างมาก เพราะหากไม่พิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ก็จะเกิดความผิดพลาดในการทำนายจำนวนผู้ป่วยหรือจำนวนคนที่ได้รับข้อมูลนอกจากนี้ นักวิจัยได้เผยว่าแบบจำลองการแพร่ระบาดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงของโรคที่กำลังติดตามกันอยู่ ส่งผลให้ผู้มีอำนาจสั่งการมีความยากที่ต้านทานการแพร่กระจายของโรคหรือส่งผลต่อการตัดสินใจด้านสาธารณสุข เช่น การยับยั้งให้คนอยู่บ้าน หรือการส่งทรัพยากรเครื่องไม้เครื่องมือไปยังพื้นที่การระบาดของโรคก็ได้แต่หวังว่าหากการวิจัยปรับปรุงการทำนายนี้มีประสิทธิภาพแม่นยำอย่างสมบูรณ์ ก็จะถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงการติดตามการระบาดของโรคและการระบาดใหญ่ได้ในอนาคต.ภัค เศารยะ