แรกเริ่มเดิมที นายกฯลุงตู่ ตั้งเป้าจะลุยปราบไวรัสโควิด-19 ให้หมดฤทธิ์ สิ้นลายภายในวันที่ 12 เมษายนเผด็จศึกเสร็จ ก่อนฉลองเทศกาลสงกรานต์หนึ่งวันแต่ประเมินสถานการณ์ล่าสุด มหันตภัยไวรัสโควิด-19 มันแพร่ระบาดไม่บันยะบันยัง มันแผ่กระจายจากกรุงเทพฯ ออกไปถึง 57 จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศไทยนายกฯลุงตู่ จึงต้องขยายเวลาปฏิบัติการปราบปรามไวรัสมหาภัย จากวันที่ 12 เมษายน ไปถึงวันที่ 30 เมษายนโน่นเลยนี่คือเหตุผลที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ออกประกาศคำสั่ง (ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ฉบับที่ 4 ขยายกำหนดสั่งปิดพื้นที่จุดเสี่ยงใน กทม.และปริมณฑลไปถึงวันที่ 30 เมษายนขยายเวลาเคลียร์ไวรัสเพิ่มอีก 18 วันดังนั้น สถานศึกษา ตั้งแต่มหาวิทยาลัย ถึงโรงเรียนอนุบาล ต้องปิดยาวต่อไปถึงสิ้นเดือนเมษายนห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ โรงภาพยนตร์ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์การประชุม สถานที่จัดงานเลี้ยง ร้านเสริมความงาม คลินิกเสริมความงาม ร้านตัดผมสุภาพบุรุษ ร้านแต่งเล็บสุภาพสตรี ศูนย์ฟิตเนส ร้านนวดแผนโบราณ ฯลฯ จะต้องหยุดชั่วคราวไปอีก 1 เดือนเต็มๆยกเว้น ซุปเปอร์มาร์เกต ตลาดสด ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารสั่งกลับบ้าน ร้านขายยา ร้านโทรศัพท์มือถือ ธนาคาร ไปรษณีย์ ร้านขายดอกไม้ ฯลฯ รัฐบาลผ่อนผันให้เปิดขายได้ตามเดิม“แม่ลูกจันทร์” หวังอย่างยิ่งว่าเมื่อถึง “วันที่ 30 เมษายน” ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พอดี นายกฯลุงตู่ จะออกทีวีประกาศชัยชนะสงครามไวรัสอย่างเป็นทางการนายกฯลุงตู่ ยังมีเวลาเหลืออีก 1 เดือนเต็ม เพื่อระดมสรรพกำลังหยุดไวรัสโควิด-19 ให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทยเพื่อคืนความสุขให้ประชาชนที่อยู่ไม่เป็นสุขนั่งลุกไม่สบาย กลัวติดไวรัสทั่วบ้านทั่วเมืองคืนความปกติให้สังคมไทย ให้กลับมาใช้ชีวิตปกติ หลังจากต้องอยู่อย่างไม่ปกติมาเกือบ 3 เดือนคืนโอกาสให้คนทำมาค้าขาย ที่ต้องเสียโอกาสทำมาหากินเดือดร้อนได้กลับมาทำงานหารายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวขอเอาใจช่วยนายกฯลุงตู่ให้ปิดจ๊อบสำเร็จก่อนวันที่ 30 เมษายน“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า “จุดพลิกผัน” ที่ทำให้ไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายรวดเร็วเป็นไฟไหม้ฟางคือการเดินทางออกจากรุงเทพฯของลูกจ้างแรงงานนับแสนคนที่กลับภูมิลำเนาพร้อมกันกลายเป็นภาระหนักอึ้งของผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งต้องป้องกันเขตจังหวัดของตัวเอง ไม่ให้เชื้อไวรัสที่มองไม่เห็นตัวบุกโจมตีข้อมูล ล่าสุด (วันที่ 28 มี.ค.) เหลือเพียง 20 จังหวัด จาก 77 จังหวัดเท่านั้นที่ยืนหยัดต่อต้านไวรัสได้อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูได้แก่ จังหวัดสมุทรสงคราม สิงห์บุรี ชัยนาท ตราด และอ่างทองลงไปทางใต้ ได้แก่ จังหวัดสตูล พังงา ระนอง และชุมพรภาคอีสาน ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ นครพนม บึงกาฬ และสกลนครขึ้นไปภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร น่าน พิจิตร อุตรดิตถ์ ลำพูน และลำปาง“แม่ลูกจันทร์” อยากลุ้นว่าเมื่อถึงวันที่ 30 เมษายน ยังเหลือกี่จังหวัดที่สามารถป้องกันไวรัสระบาดได้เด็ดขาด 100 เปอร์เซ็นต์??จะมีกี่จังหวัดที่ไม่มีผู้ติดไวรัสแม้แต่หนึ่งคน??ผู้ว่าฯจังหวัดไหนทำสำเร็จ ไปรับรางวัลจากลุงตู่ได้เลย."แม่ลูกจันทร์"