ฤทธิ์เดชไวรัสโควิด-19 มันไม่ เข้าใครออกใคร ไวรัสตัวแสบมันแพร่ระบาดได้ทุกหนทุกแห่งทุกซอกทุกมุม“อิตาลี” มีผู้ติดไวรัสวันเดียวเพิ่มอีก 3,500 คน ยอดผู้เสียชีวิต 2,500 รายอิหร่าน ตายแล้ว 988 ราย, สเปน 533 ราย, ฝรั่งเศส 148 ราย, อเมริกา 107 ราย ฯลฯรวมยอดผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วโลกพุ่งทะลุ 2 แสนคนเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสในเมืองไทย (19 มี.ค.) 212 ราย เพิ่มขึ้นวันเดียว 35 รายถือว่าเพิ่มเร็วแต่ยังเพิ่มไม่แรงนายกฯลุงตู่ ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์มาตรการปิดสถานศึกษา สนามมวย สนามกีฬา สถานบันเทิง ฯลฯ ใน กทม.และปริมณฑล 14 วัน เป็นมาตรการสกัดไวรัสระบาดที่หน่อมแน้มเกินไปนายกฯลุงตู่ ชี้ว่ามาตรการ 14 วัน เป็นมาตรการขั้นแรกเท่านั้นเองถ้าการแพร่ระบาดยังลุกลามเป็นไฟไหม้ฟาง ตัวเลขผู้ติดไวรัสยังพุ่งพรวดๆเป็นจรวดติดเทอร์โบรัฐบาลพร้อมใช้มาตรการปิดกรุงเทพฯแบบอู่ฮั่นโมเดลจนถึงมาตรการเข้มข้นสูงสุดคือปิดประเทศครบวงจร“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าหากมาตรการชุดแรก 14 วันของรัฐบาลไม่สามารถหยุดไวรัสแพร่กระจายได้แบบขุดรากถอนโคนการแพร่ระบาดจะยืดเยื้อไปถึงเดือนเมษายน และอาจจะยืดเยื้อต่อไปอีกหลายเดือนแนวโน้มของสถานการณ์จะเป็นอย่างไร? จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นอีกเป็นพันคน? หรือหลายพันคน? หรือเป็นหมื่นคน?ล่าสุด รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยได้ประเมินแบบจำลอง จากสมมติฐาน (ขั้นตํ่า) ผู้ติดเชื้อไวรัส 1 คน แพร่เชื้อให้คนรอบข้างไม่เกิน 2 คนหากการแพร่ระบาดเริ่มจากเดือนเมษายน ยาวไปถึงเดือนมีนาคมปีหน้าจะมีจำนวนผู้ติดไวรัสในเมืองไทยราว 2 แสนคน!!โดยผู้ติดไวรัส 50 เปอร์เซ็นต์อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลส่วนอีก 50 เปอร์เซ็นต์แพร่กระจายไปจังหวัดต่างๆทั่วประเทศไทยผู้ติดไวรัส 80 เปอร์เซ็นต์จะมีอาการป่วยไม่รุนแรงอีก 15 เปอร์เซ็นต์จะมีอาการป่วยระดับปานกลางจะมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ที่มีอาการป่วยรุนแรงแบบจำลองชี้ว่าจำนวนผู้ติดไวรัสจะเพิ่มถึงจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคมต่อเนื่องถึงเดือนมิถุนายนจากนั้นจะเริ่มลดลงตั้งแต่เดือนสิงหาคม“แม่ลูกจันทร์” มองแนวโน้มว่ามหันตภัยไวรัสจะยืดเยื้อต่อไปอีกหลายเดือนหรืออาจลากยาวไปถึง 1 ปีจะยาว? หรือสั้น? อยู่ที่ฝีมือบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นสำคัญถ้ารัฐบาลตีโจทย์ถูกก็สั้นถ้ารัฐบาลตีโจทย์ผิดก็ยาววว์ป.ล.ในสถานการณ์แย่ๆ แต่ยังมีข่าวดีสลับฉากให้ชื่นอกชื่นใจ“แม่ลูกจันทร์” ชื่นชมผลสำเร็จจากมันสมองของ “ดร.ชยสิทธิ์ อุตมาภินันท์” แห่งสถาบันวิทยสิริเมธี ของ ปตท. ที่สามารถพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยไวรัสโควิด-19 แบบใหม่ ที่มีความแม่นยำสามารถแจ้งผลชัดเจนในเวลา 45 นาทีเร็วกว่าวิธีการตรวจไวรัสปกติ ที่ต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมงแถมใช้งบเพียง 500 บาทไม่เกิน 1 พันบาท ถูกกว่าชุดตรวจปัจจุบันที่แพงหูฉี่ 5 พันบาท ถึง 1 หมื่นบาทขึ้นไปนี่คือผลสำเร็จระดับโลกของนักวิทยาศาสตร์ไทยยอดจริงๆ ยอดเยี่ยมกระเทียมโทน.“แม่ลูกจันทร์”