จากสถานการณ์ไวรัสมรณะโควิด-19 ที่ยังน่าห่วงกังวล รายงานการติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นระยะ ขณะที่ทางการประกาศเตือนเฝ้าระวังเข้มข้นมากขึ้น จวนเจียนเฉียดระดับ 3เข้าไปทุกทีทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความไม่ประมาท ตอกย้ำประเด็นสำคัญว่าคนไทยต้อง “ตระหนัก” แต่อย่า “ตระหนก”ในยุโรป อย่างประเทศอิตาลีหนักหนาถึงขั้นประกาศปิดประเทศ ทั่วโลกต้องยกเลิกการจัดงานที่มีคนไปร่วมงานจำนวนมาก เช่นเดียวกับประเทศไทย เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ส่อเค้าเงียบเหงาแน่ประเด็นดราม่าไล่ล่า “ผีน้อย” แรงงานไทยผิดกฎหมายที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้ หลบหนีการกักกันสำรวจอาการ 14 วัน ก็มีคำถามย้อนแย้งกลับไปถึงรัฐบาลเหมือนกันช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมามีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากที่เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี แต่ไม่ถูกกักตัวถ้าตรวจไม่พบไข้เกิดคำถามว่าทำไมไม่มีมาตรการกักตัวเหมือน “ผีน้อย” ทั้งที่เสี่ยงเกิดอันตรายไม่แพ้กัน มาตรฐานอยู่ตรงไหนควรจะเข้มข้นชัดเจนมากกว่านี้ ใครเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต้องถูกกักกันทุกคนสถานการณ์ช่วงอ่อนไหวรัฐบาลจะหย่อนยานไม่ได้ ความเชื่อมั่นสำคัญที่สุดเหลือบไปดูประเด็นดราม่าที่เกี่ยวพันกับการเมือง “ผู้กองธรรมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดนขยี้เขย่าเละเทะจากกรณีทีมงานมีเอี่ยวกักตุนหน้ากากอนามัยนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ พรรคเดียวกันยังออกมาทวงถามความรับผิดชอบ จี้ให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีสังเวยความผิดพลาดร้อนถึงทีมงานคนใกล้ชิด “ไผ่ วันพอยท์” ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ต้องออกมาสวนหมัดเอาคืนปมแจกหน้ากากอนามัย “ไร้คุณภาพ”ด่ากันสนั่นไลน์พลังประชารัฐ ถึงขั้นท้าให้ลาออกไปเลือกตั้งวัดฝีมือแข่งกันแต่ที่กดดันหนักกว่าคือพรรคประชาธิปัตย์ที่ตั้งวงด่ากันเป็นล่ำเป็นสัน “เลิกพายเรือให้โจรนั่งเสียที” พูดกันชัดๆถ้า “ผู้กองธรรมนัส” ยังอยู่ พรรคประชาธิปัตย์ก็ควรถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลได้ทีขี่แพะไล่ เขย่าซ้ำจากกรณีมีมติที่ประชุม ส.ส.ของพรรค 24-17 เมื่อครั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจ เสียงส่วนน้อยไม่อยากให้ ร.อ.ธรรมนัสอยู่ต่อตอกย้ำอาการ “เฮี้ยว” ของ ส.ส.ประชาธิปัตย์บางส่วนที่ทำตัวเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาล อ้างจุดยืนเท่ๆมาเขย่ารัฐบาลเรือเหล็กในทุกโอกาสแต่ดูเหมือนว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่ได้ยี่หระให้ความสำคัญ ตามอาการที่ออกมาไล่ส่ง “ก็ถอนไปสิ” แม้จะมีเสียงขอโทษตามหลังมาก็ตามถอดสมการเสียง ส.ส.ง่ายๆออกไป 17 คน ก็มีเสียงจากพรรคเศรษฐกิจใหม่กับอดีตพรรคอนาคตใหม่ เข้ามาในจำนวนที่ไล่เลี่ยกัน ไม่ได้ตกเป็นเบี้ยล่าง ต้องยอมหงอเหมือนเดิมอีกต่อไปแถมยังเจียดเก้าอี้รัฐมนตรีไปจัดสรรกันใหม่ได้สะดวกกว่าเดิมตามโควตาที่แปรผันแต่สถานการณ์ความระหองระแหงที่เกิดขึ้นทำให้อยู่กันยากแล้วล่าสุดไม่รู้ว่าเครื่องจักรผลิตกล้วยทำงานหรือเปล่า ถึงออกมาซัดกันแบบหมดความเกรงใจนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ บอกว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนขู่จะถอนตัวเท่ากับเป็นการกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ ควรมีสำนึกว่าพวกท่านคือ ส.ส.ของฝั่งรัฐบาลการเข้าร่วมรัฐบาลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์คือพรรคเดียวที่มีปัญหา ไม่รักษามารยาททางการเมือง จนคนสับสนว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลกันแน่ขณะที่นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล หยุดสร้างความขัดแย้งไม่สิ้นสุด ถ้าคิดว่ารัฐบาลเป็นโจรก็ออกไปดีกว่าจับสัญญาณอาการผู้นำรัฐบาล “บิ๊กตู่” ชั่วโมงนี้เครียดกว่าใคร เจอกระหน่ำทั้งศึกนอกศึกในเฉพาะหน้าเหนืออื่นใดต้องฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปให้ได้ก่อนถ้าสำเร็จลุล่วงคงต้องกลับมาตรวจเช็กอาการรัฐบาลเรือเหล็ก สนิมเนื้อในต้องเคาะล้างสับเปลี่ยนอุดรูรั่ว“ผู้กองธรรมนัส”อาจจำเป็นต้องไป ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็อาจถึงเวลาต้องฟาดดาบหักกลางกอบกู้ศรัทธา รักษาโรคที่ฟักตัวภายในไม่ให้ลุกลามเป็นไวรัสมรณะ!!!ทีมข่าวการเมือง