มันหายไปไหน?นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตั้งคำถามต่อสังคมในเรื่อง “หน้ากาก” ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เบื้องต้นเนื่องจากมีปัญหาการขาดแคลนจนเกิดความวุ่นวายไปหมด โดยเฉพาะบรรดาแพทย์ เจ้าหน้าที่และพยาบาลที่ร้องหากันระงมเพราะหาไม่ได้ ไม่เพียงพอเมื่อ “นักรบ” แนวหน้าที่ต้องเผชิญกับโรคระบาดโดยตรงเป็นกลุ่มเสี่ยงระดับต้นๆ ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยโดยตรง ทั้งต้องทำงานหนัก เสียสละและมีจำนวนจำกัดกลับต้องออกมาร้องทุกข์ว่าขาดการเหลียวแลเอาใจใส่อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆที่หากรัฐบาลมองเห็นเรื่องนี้ก็ควรจะจัดสรรให้พอเพียงในอันดับต้นๆคำถามก็คือแล้วมันเกิดอะไรขึ้น?คำตอบเพราะการบริหารจัดการของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพพอและยากที่จะปฏิเสธได้ เมื่อเริ่มต้นเป็นเสียอย่างนี้กระบวนการแก้ไขปัญหามันจึงพร่องไปทั้งระบบแม้แต่เรื่อง “หน้ากาก” ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องพื้นๆที่ไม่ควรให้เป็นปัญหากลับมีปัญหาบานปลายในวงกว้างที่บอกว่าไทยสามารถผลิตได้มากตัวเลขอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อความต้องการแต่ทำไมถึงมีปัญหาหลายประเทศที่เกิดการแพร่ระบาดล้วนมีปัญหาการแพร่ระบาดหนักกว่าไทยหลายเท่าแต่เขาก็จัดการได้เป็นอย่างดีนอกจากจะหาหน้ากากให้เพียงพอแล้ว แต่ยังคิดหาวิธีที่จะส่งให้ถึงมือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วถึงทำไมเขาทำได้เพราะเขาคิดเขาวางแผนด้วยทีมงานที่มี ความรู้ ความสามารถ เสียสละ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแค่นี้ก็พอรู้มือรู้ความสามารถให้เห็นกันแล้วยิ่งไปกว่านั้นอย่างที่นายกฯ ได้ตั้งคำถามนั่นแหละที่ว่า “หน้ากาก” มันหายไปไหน ทั้งๆ ที่มีจำนวนมากมายกลับขาดแคลนและมีราคาสูงเกินจริงวันนี้ท่านนายกฯ คงได้คำตอบแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น?ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐที่หาคำตอบแต่เป็นภาคประชาชนที่เสาะหาข้อมูล หลักฐานต่างๆ จนพบต้นเหตุแล้วว่าอะไรเป็นอะไรจึงมีการเปิดเผยข้อมูลว่าเป็นเรื่องการ “กักตุน” หน้ากากเป็นจำนวนมากหลายล้านชิ้นโดยมีการนำคลิปที่เป็นหลักฐานสำคัญแค่นี้ก็พอจะเห็นภาพได้อย่างชัดเจนหน้ากากเหล่านี้มีการโฆษณาอย่างแพร่หลาย เพื่อขายในประเทศส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่จะขายให้กับพ่อค้าชาวจีนที่มีมูลค่าสูงกว่าราคาตลาดที่เป็นจริงประเด็นที่ว่ากันต่อไปก็คือในคลิปดังกล่าวมีภาพบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ โฆษณาขายสินค้าและมีความสนิทชิดเชื้อ กับผู้ติดตามรัฐมนตรีคนหนึ่ง“ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรฯ!แม้จะมีการออกมาปฏิเสธว่าไม่รู้จักกัน ไม่เกี่ยวกัน โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถึงกับบอกว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากพบว่ามีความผิดจริงผมว่าเจอคำตอบนี้นายกฯ คงจุกอกหนักเข้าไปอีก เพราะจากข้อมูลหลักฐานต่างๆที่ออกมานั้นมันพันกันอย่างแยกไม่ออก ที่สำคัญก็คือจะกล้าจัดการให้เด็ดขาดแค่ไหนหันไปหันมาก็เห็นแว่บๆคนกันเอง...นึกว่าใคร?“สายล่อฟ้า”