น.ส.อุษณี กังวารจิตต์ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า องค์การสหประชาชาติได้รับรองให้วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสตรีสากล ประเทศไทยในฐานะสมาชิกสหประชาชาติ ได้ขับเคลื่อนงานโดยส่งเสริมศักยภาพสตรี คุ้มครองพิทักษ์สิทธิ และความเสมอภาคระหว่างเพศมาโดยตลอด ปัจจุบันประเทศไทยมีสตรีประมาณ 33 ล้านคน ซึ่ง สค.ได้ดำเนินงานตามแผนการพัฒนาสตรี พ.ศ. 2560-2565 ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างสังคมเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติ สตรีมีคุณภาพชีวิตที่ดี มั่นคงปลอดภัย ร่วมสร้างชาตินำสมัย”อธิบดี สค.กล่าวด้วยว่า เป้าหมายการดำเนินงานปี 2563 มี 3 ประเด็น คือ1.ส่งเสริมศักยภาพของสตรีด้านเศรษฐกิจ โดยศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว 8 แห่ง ดำเนินการส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพสตรีและครอบ ครัวในชุมชนทั่วประเทศ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้ ให้พึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการเมือง ส่งเสริมให้สตรี มีความรู้และเป็นผู้แทนการเลือกตั้งของท้องถิ่น ด้านสังคม ส่งเสริมสนับสนุนให้สตรี รวมถึงเครือข่ายด้านสตรีมีส่วนร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างเข้มแข็ง2.ด้านการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรี มุ่งเน้นลดความรุนแรงต่อสตรี ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ ส่งเสริมรูปแบบสวัสดิการเพื่อสิทธิที่เหมาะต่อสตรีและเด็ก ตลอดจนแม่เลี้ยงเดี่ยว สตรีหม้าย สตรีพื้นที่ภาคใต้ และสตรีที่อยู่ในสภาวะเสี่ยงและ 3.ด้านความเท่าเทียมระหว่างเพศ ขับเคลื่อน พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 โดยมุ่งเน้นปรับทัศนคติและสร้างการยอมรับในสังคม ขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และขจัดความรุนแรงต่อสตรีและทุกเพศสภาพ กำหนดแนวทางไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ 6 เรื่อง คือ การแต่งกาย การรับสมัครงาน การแต่งตั้งผู้บริหารหน่วยงาน การจัดพื้นที่ การไม่พูดจาเหยียดหยามเพศ และการไม่คุกคามล่วงละเมิดด้วยเหตุแห่งเพศ.