ร้อนแรง...และยังร้อนแรงต่อเนื่อง...สำหรับไวรัสมหาภัย “โควิด-19” ที่อุบัติขึ้นที่เมืองอู่ฮั่น คร่าชีวิตคนจีนไปแล้วเกือบ 3,000 คน!ช่วงหลังอัตราการติดเชื้อในจีนลดลงจากวันละกว่า 3 พันคน เหลือเพียงวันละ 2-3 ร้อยคนเท่านั้น แต่มันกลับแพร่ระบาดไปยังพื้นที่อื่นทั่วโลก สร้างความหวาดผวาให้มวลมนุษยชาติอย่างช่วยไม่ได้ถ้ายังคิดค้นวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไม่ได้ อย่าหวังว่าปัญหาการแพร่ระบาดจะลดลง?ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยที่เห็นอยู่ตรงหน้า ขณะที่ความหวาดผวาโรคร้ายชนิดนี้เพิ่มสูงขึ้นคือ การขาดแคลนหน้ากากอนามัย!ภาครัฐตีปี๊บนั่งยันนอนยันว่า ภาคเอกชนสามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการ แต่ในความเป็นจริงที่เห็นอยู่ทนโท่คือ โก่งราคาขึ้นไปถึงแผ่นละ 20 บาท!เลยมีคนเลวหัวใสบางคน เอาของเก่าที่ใช้แล้วมารีไซเคิลกลับมาขาย!เรื่องนี้...เป็นเพียงข่าวลือมาหลายอาทิตย์ กระทั่งตำรวจ สภ.วิหารแดง จ.สระบุรี นำโดย พ.ต.อ.ไพโรจน์ ตีรโสภณ ผกก.สภ.วิหารแดง ได้รับเบาะแสว่า มีผู้นำหน้ากากอนามัยมารีไซเคิลในพื้นที่หลังตรวจสอบข้อมูลจนแน่ชัด ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและสาธารณสุข เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 5/2 หมู่ 6 ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง จ.สระบุรีถึงกับตะลึง! เมื่อพบกระสอบบรรจุหน้ากากอนามัยเก่าหลายหมื่นชิ้น ภายในเครื่องซักผ้ามีหน้ากากอนามัยคาอยู่ รวมไปถึงเตารีด และหน้ากากอนามัยที่ทำความสะอาดแล้วเตรียมบรรจุกล่องออกขายทั้งบ้านมีวัยรุ่นทำงานอยู่ 6 คน เป็นชาย 1 คน วัย 17 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน สอบสวนเด็กอีก 5 คน ได้ค่าจ้างทำความสะอาดชิ้นละ 1 บาท วันนึงรีไซเคิลได้คนละประมาณ 300-400 ชิ้นส่วนเจ้าของบ้านคือ นางจินตนา นามวิชัย อายุ 47 ปี ขณะเข้าตรวจค้นไม่อยู่บ้าน โทรศัพท์ติดต่ออ้างว่านำหน้ากากอนามัยมาจากโรงงานแห่งหนึ่ง มาแยกโลหะที่อยู่ในหน้ากากไปขายแต่ตำรวจไม่เชื่อ เพราะดูจากพฤติกรรมภายในบ้านแล้วมันไม่ใช่?!นี่ถ้าหลุดออกสู่ตลาด ไม่รู้ว่าจะมีใครโชคร้ายติดเชื้อที่อยู่ในหน้ากากอนามัยเก่าเหล่านี้บ้าง?งานนี้ต้องดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่เลวต่อสังคม...สหบาท