เจ้าหน้าที่อุทยานฯเขาใหญ่ระดมกำลังดับไฟป่าฝั่ง จ.ปราจีนบุรี ล่าสุดเผาวอดแล้วกว่า 500 ไร่ขึ้น เขาสมอปูนแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าและไม้ยืนต้นทั้งพะยูงและมะค่า ส่วนที่ จ.นครนายก เจ้าหน้าที่ใช้ ฮ. 4 ลำบินดับไฟไหม้ป่าใกล้โรงเรียนเตรียมทหาร พ่อเมืองตราดนำหน้ากากอนามัยแจกจ่ายชาวบ้านรอบเทือกเขาบรรทัด หลังไฟป่าลามไม่หยุด ส่วนฝุ่นพิษภาคเหนือวิกฤติหลายจังหวัด แม่ฮ่องสอนหนักสุดแตะสีแดงถึง 171 มคก./ลบ.ม. ส่วนกรุงเทพฯและปริมณฑลฝุ่นตลบเกินค่ามาตรฐาน 56 พื้นที่ไฟป่าลุกลามหลายจังหวัด โดยเมื่อวันที่ 23 ก.พ. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นายเข้าดับไฟป่าลุกไหม้ ป่าเขามดแดง เขาขวาง เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ในพื้นที่บ้านซับฟาน บ้านคลองไม้ปล้อง บ้านห้วยเกษียร และบ้านวังคะแคง ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี ล่าสุดไฟลุกลามเข้าพื้นที่สูงในเขตเขาสมอปูน อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมาก ต้องหนีไฟลงมา เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำแนวกันไฟไม่ให้ขยายวงกว้าง โดยขณะนี้ไฟป่ากินพื้นที่แล้วกว่า 500 ไร่ นางเมตตา ปังประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า ไฟป่าเขาใหญ่ในฝั่งปราจีนบุรีเกิดขึ้นหลายจุด จุดรุนแรงที่สุดอยู่ตรงเขามดแดง เจ้าหน้าที่ร่วมกับทหารขึ้นไปทำแนวกันไฟได้ประมาณ 2 กม.เท่านั้น เพราะจุดต่อไปเป็นหน้าผาสูงชัน ไม่สามารถเดินขึ้นไปได้ วันนี้ไฟป่าเริ่มเข้าพื้นที่เขาสมอปูนลักษณะเป็นพื้นที่ป่าทึบ ทำให้ยากต่อการใช้กำลังคนดับไฟได้ อุทยานฯร้องขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยงานต่างๆเพื่อดับไฟป่า แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานใดเข้าช่วยเหลือ ทำให้คาดการณ์ว่าไฟป่าครั้งนี้จะลามเข้าป่าดงดิบที่มีสัตว์ป่าและไม้ยืนต้นพวกไม้พะยูง เต็ง และมะค่าเสียหายอย่างแน่นอนที่ จ.นครนายก นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นครนายก นำเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟป่าที่ลุกลามจากเทือกเขาเข้าใกล้หลังโรงเรียนเตรียมทหาร ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก แต่การดับไฟค่อนข้างลำบาก เนื่องจากลมแรงทำให้ไฟลุกลามไปเทือกเขาอีกหลายลูก ควันไฟและขี้เถ้าลอยปกคลุมหลายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์จากกองทัพบก 2 ลำ เฮลิคอปเตอร์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอีก 1 ลำ และเครื่องบินซี-130 จากกองทัพอากาศเข้าดับไฟป่า 2 อำเภอ คือ อ.บ้านนา และ อ.เมืองนครนายก รวม 4 ตำบล คือ หมู่ 12 บ้านวังรี หมู่ 13 เขาแหลม ต.เขาพระ หมู่ 13 ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก โรงเรียนเตรียมทหาร หมู่ 10 หมู่ 2 บ้านละว้า หมู่ 9 บ้านน้ำทรัพย์ ต.ศรีกะอาง หมู่ 12 บ้านเขาส่องกล้อง หมู่ 13 บ้านหินดาษ ต.เขาเพิ่ม อ.บ้านนา ส่วนไฟไหม้ครั้งนี้เผาป่าไปแล้วนับ 1,000 ไร่ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล บ้านท่าเส้น ต.แหลมกลัด อ.เมืองตราด ว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผวจ.ตราด นายธีระชัย ลิ้มประสิทธิศักดิ์ ปลัดจังหวัดตราด นายวีระ ฤกษ์วณิชย์กุล นายอำเภอเมืองตราด และนายฐิตนันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด ร่วมกันวางแผนดับไฟไหม้เทือกเขาบรรทัดพรมแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ ต.ชำราก ต.แหลมกลัด ต.ตะกาง และ ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองตราด พร้อมกับมอบหน้ากากอนามัยให้ผู้นำชุมชนนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบเขาบรรทัด เพื่อป้องกันหมอกควันจากไฟป่า รวมทั้งตั้งจุดตรวจสุขภาพให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและผู้สูงอายุด้านกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล 62 สถานี วัดได้ 4-73 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) พบพื้นที่มีฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) 56 พื้นที่ ส่วนหมอกควันภาคเหนือตรวจพบค่าระหว่าง 36-171 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานในระดับวิกฤติสีแดง 1 พื้นที่คือ ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 171 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานในระดับสีส้ม 6 พื้นที่ บริเวณ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ และ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่