ฉะศาล รธน.ยับกดดันคนเสียบบัตรผู้อื่น-ออกพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ร่วมสังฆกรรม-งดออกเสียงถกงบฯปี 63 รอบสอง “สุทิน” ผวาขัดรัฐธรรมนูญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ เกิน 105 วัน สุ่มเสี่ยงความถูกผิด ไม่สะดวกใจ ร่วมวง ซัดมติศาลรัฐธรรมนูญหลายข้อไม่ชัดเจน ไม่อาจยอมรับได้ทางกฎหมาย “ปิยบุตร” ฉะวินิจฉัยเกินอำนาจ อยู่เหนือกฎหมายเป็นซุปเปอร์รัฐธรรมนูญ อัด ส.ส.เสียบบัตรแทนกันไร้จิตสำนึก ไม่ขอโทษสักคำ “อนุดิษฐ์” จี้ไขก๊อกตอกความรับผิดชอบทางการเมืองต้องมี “สมคิด” บี้ ป.ป.ช.ฟันไม่ต้องรอคนร้องเรียนวิปรัฐบาลสั่งเข้ม ส.ส.ต้องอยู่ครบองค์ประชุม ห้ามอภิปรายซ้ำ “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ตรวจงานพะเยา-น่าน โบ้ยสภาฯแก้ปัญหางบฯล่าช้า “บิ๊กแดง” โชว์ฟิตนำนายทหารทดสอบร่างกาย เขียนบทความยกหมายังสำนึกบุญคุณกองทัพบก กกต.ส่งหนังสือแจงมีอำนาจเห็นแย้งอนุกรรมการไต่สวนฯคดีเงินกู้ อนค.พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติไม่ร่วมอภิปรายและจะงดออกเสียง ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวาระที่ 2 และ 3 รอบสองตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่าเป็นปัญหาเกิดจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียบบัตรแทนกัน ฝ่ายรัฐบาลจึงต้องรับผิดชอบแก้ไขเอง และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สุ่มเสี่ยงอาจขัดรัฐธรรมนูญ จึงไม่อาจยอมรับได้ “ชวน” ขอทุกฝ่ายร่วมมือผ่านงบฯ ปี 63เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวาระ 2-3 ว่า เรื่ององค์ประชุมสภาฯ เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างมากและ ส.ส.ทุกคน แต่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบมากกว่าอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายงบประมาณเป็นเรื่องที่ต้องหาทางช่วยกันเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เมื่อเริ่มต้นในวาระ 2 ใหม่ ส.ส.ย่อมมีสิทธิอภิปรายได้เต็มที่ แต่เนื่องจากเคยอภิปรายกันเต็มที่มาแล้วกระบวนการจากนี้น่าจะประหยัดเวลาลงไปได้ ส.ส.ย่อมทราบดีว่าเป็นเรื่องที่พิจารณากันมาแล้ว คงจะไม่มีการลงรายละเอียดกันมากนัก ทั้งนี้ ยังไม่ได้กำหนดกรอบการพิจารณาแต่คิดว่าการพิจารณาไม่น่าจะช้า อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างน้อยกฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่ต้องมีเงินไปใช้จ่ายสำหรับทุกองค์กร “เสรีพิศุทธ์” อัด พ.ร.บ.งบฯผิด ก.ม.แต่ต้นพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ผิดกฎหมายตั้งแต่เริ่ม นายกฯในฐานะผู้เสนอร่างกฎหมาย ถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ไม่ครบถ้วน ระหว่างการพิจารณายังเกิดเหตุการณ์เสียบบัตรแทนกันอีก พรรคเสรีรวมไทยทำคำร้องต่อประธานสภาฯ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่สงสัยว่าทำไมศาลยกคำร้องของพรรค ครั้งแรกบอกว่ารายชื่อผู้รับรองไปซ้ำกับคำร้องของพรรคเพื่อไทย พอเช็กดูปรากฏว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ว่าห้ามใช้ผู้รับรองซ้ำกัน แต่สุดท้ายเสนอคำร้องใหม่ เพราะมีข้อมูลอีกเป็น 10 คน มากกว่าคำร้องที่พรรคเพื่อไทยเสนอครั้งแรก แต่ศาลยกคำร้อง ให้เหตุผลว่าเป็นคำร้องเดียวกัน ทั้งที่จะพิจารณาคำร้องของพรรคเสรีรวมไทยร่วมไปด้วยก็ได้ แต่ศาลตัดคำร้องทิ้ง จึงน่าสงสัยเหมือนกรณีพรรคอนาคตใหม่ยื่นคำให้การ แต่ศาลไม่ยอมสอบคำให้การและนัดวินิจฉัยก็เป็นเรื่องน่าสงสัยเผยพรรคฝ่ายค้านเล็งงดออกเสียงพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวอีกว่า แนวทางของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการพิจารณาลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 เบื้องต้นมีการตกลงกันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะงดออกเสียง จะประชุมร่วมกันอีกครั้งเวลา 11.00 น. เพื่อตกลงกันให้ชัดเจน ที่เคยระบุว่าจะฟ้องคนที่ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 นั้น เพิ่งได้รับเอกสารรายชื่อคนลงมติแต่ยังไม่ได้เปิดอ่าน ติดงาน กมธ.อยู่ เอาไว้ว่างแล้วค่อยดำเนินการ เพราะความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่มีอายุความถึง 10 ปี ส่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะขอเลื่อนญัตติขอให้สภาฯ พิจารณามีมติให้พ้นจากการเป็นประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ขึ้นมาพิจารณาก่อน ไม่มีอะไร เบื้องต้นได้ยื่นฟ้องนายไพบูลย์และผู้ร่วมแถลงเสนอญัตติรวม 3 คน และเตรียมขอรายชื่อยื่นฟ้องผู้ร่วมเสนอชื่อในญัตติอีก 52 คนมติฝ่ายค้านไม่สังฆกรรมถกงบฯรอบ 2เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน เป็นประธานการประชุม เพื่อหารือแนวทางการร่วมประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ในวันที่ 13 ก.พ. ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ลงมติวาระ 2-3 อีกรอบ หลังเกิดปัญหาการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน มีตัวแทนวิปรัฐบาลคือนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เข้าร่วมหารือด้วย ภายหลังการประชุม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.เลขาธิการพรรคเพื่อไทยแถลงว่า มติวิปฝ่ายค้านจะให้ ส.ส.ทุกคนมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ลงชื่อเป็นองค์ประชุม แต่จะปล่อยให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการดำเนินการรับผิดชอบของรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญรอดู ส.ส.ก่อปัญหารับผิดชอบลาออกน.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องของ ส.ส.ที่เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าเป็นการกระทำไม่สุจริต ฝ่ายค้านจึงรอการแสดงความรับผิดชอบส่วนตัวของ ส.ส.ที่กดบัตรแทนกัน และรัฐบาลจะทำอย่างไร ความรับผิดชอบสูงสุดคือการลาออก เพราะความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นสิ่งที่นักการเมืองต้องมี ชี้มติศาล รธน.ไม่ถูกต้องไม่ขอเสี่ยงด้วยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มติวิปฝ่ายค้านไม่ร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 จะทำให้ผ่านสภาฯอย่างรวดเร็วตามความต้องการ ถ้าฝ่ายค้านอยู่ร่วมประชุมแล้วสงวนคำแปรญัตติจำนวนมาก จะใช้เวลาอภิปรายอย่างน้อย 2-3 วันจึงจะจบ แต่ถ้าฝ่ายค้านไม่อยู่ร่วมประชุมจะทำให้รวดเร็ว ฝ่ายค้านไม่อาจอยู่ร่วมประชุมได้ เพราะกังวลว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหลายข้อไม่มีความชัดเจน และไม่สามารถยอมรับได้ทางกฎหมาย จึงไม่ขอสุ่มเสี่ยงเรื่องความถูกผิด ไม่สะดวกใจที่จะร่วมประชุมด้วยผวาขัด รธน.พิจารณางบฯเกิน 105 วันนายสุทินกล่าวอีกว่า การที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯต้องทำให้เสร็จภายใน 105 วัน แต่การพิจารณาลงมติวาระ 2-3 ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอีกครั้งวันที่ 13 ก.พ. ถือว่าเกินเวลา 105 วันตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว แต่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยประเด็นนี้ เป็นอีกข้อกังวลในการไม่ร่วมทำงานในมารยาทที่พอดี ยืนยันว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 วาระ 1-3 ที่ผ่านมาฝ่ายค้านร่วมมือด้วยดีมาตลอด ทำให้ผ่านมาได้ถ้าจะขัดขวางเช็กองค์ประชุม ร่าง พ.ร.บ.จะล่มทันที เพราะรัฐบาลมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม แต่สุดท้ายแล้วกลับมีปัญหาการเสียบบัตรแทนกัน ต้องมาลงมติใหม่ เป็นเหตุที่เกิดจากฝ่ายรัฐบาลไปกดบัตรแทนกัน “ปิยบุตร” ฉะศาล รธน.วินิจฉัยเกินอำนาจนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า แม้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลผูกพันทุกองค์กร แต่อยากให้จำกัดให้ชัดเจนว่า อะไรบ้างเป็นสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งได้เท่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ใช่จะสั่งอะไร ได้เต็มไปหมด เพราะคำร้องร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ที่ฝ่ายค้านยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะวินิจฉัยได้แค่ 2 แนวทางคือ ถ้าเห็นว่ากระบวนการตรากฎหมายมิชอบ ให้ร่างกฎหมายตกไป หรือถ้าเห็นว่าถูกต้อง ให้นายกฯนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอ่านแล้วงง ตอนแรกบอกว่าการเสียบบัตรแทนกันไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หมายความว่ามีความผิด แต่ตอนท้ายบอกว่าร่างกฎหมายไม่ตกไป เพราะคำนึงถึงสถานการณ์ความจำเป็นต่างๆ เป็นการวินิจฉัยผสมผสานกัน สั่งให้สภาฯไปลงมติวาระ 2-3 ใหม่ ถือว่าวินิจฉัยเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดจวกอยู่เหนือ ก.ม.เป็นซุปเปอร์ รธน.“ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งทุกองค์กรอย่างไรก็ได้ กลายเป็นซุปปอร์รัฐธรรมนูญ เป็นคนที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตาม กระทบต่อหลักการถ่วงดุลแบ่งแยกอำนาจ ส่วนกรณีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่าเจรจากับพรรคเพื่อไทยได้ แต่จะ มีปัญหากับพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าไม่เคยได้รับการติดต่อจากนายพุทธิพงษ์ จะรู้ได้อย่างไรว่าคุยยาก นายพุทธิพงษ์คงคิดไปเอง” นายปิยบุตรกล่าวอัด ส.ส.ฉาวไร้จิตสำนึกไม่ขอโทษสักคำสำหรับการที่พรรคอนาคตใหม่เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ควรเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพูดคุยกันในสภาฯ แต่กลไกรัฐธรรมนูญมักโยนไปให้องค์กรอิสระ เราไม่เคยนึกถึงการพิจารณาวินัย จรรยาบรรณกันเอง เรื่องนี้ควรเริ่มต้นด้วยจิตสำนึกของ ส.ส. วันนี้ยังไม่เคยได้ยินเสียง ส.ส.คนที่เสียบบัตรแทนกันพูดขอโทษสักคำ ทำเป็นเงียบๆ เฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จี้ ป.ป.ช.ฟัน–ส.ส.ต้นเหตุต้องรับผิดชอบนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 จนศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคำสั่งให้สภาฯพิจารณาใหม่อีกรอบว่า ปกติแล้วคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร เมื่อกระบวนการผิด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องมีหน้าที่ดำเนินการต่อทันที เพราะในคำร้องที่พรรคฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ระบุชื่อผู้เสียบบัตรแทนกันพร้อมหลักฐานอย่างชัดเจน เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยออกมา ป.ป.ช.ต้องรีบดำเนินการกับ ส.ส.ที่กระทำผิดดังกล่าวทันที โดยไม่ต้องรอให้ใครร้องเรียน เพราะเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.โดยตรง เมื่อถามว่า ส.ส.ที่กระทำผิดควรแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ส.ส.ที่กระทำผิดต้อง แสดงความรับผิดชอบ ส่วนจะทำอย่างไรให้เจ้าตัว เป็นผู้ตัดสินใจ เพราะเรื่องงบประมาณของประเทศเป็นเรื่องใหญ่วิป รบ.ตีกรอบห้ามอภิปรายซ้ำขณะที่เวลา 13.00 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เป็นประธานการประชุมวิปรัฐบาล จากนั้น ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากวิปฝ่ายค้านมีมติไม่เข้าร่วมลงมติในวาระ 2 และวาระ 3 ฝั่งรัฐบาลต้องดำเนินการประชุมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุไว้ตามกระบวนการ คือลงมติตั้งแต่มาตรา 1 ต่อเนื่องจนถึงมาตรา 55 มาตราสุดท้าย ส่วนการอภิปรายมติวิปรัฐบาลเห็นร่วมกันคืออภิปรายได้ในส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระใหม่ และไม่ซ้ำเดิมจากการอภิปรายในรอบแรก เนื่องจากถือว่าการอภิปรายของ ส.ส.เคยเกิดขึ้นและได้รับการบันทึกไว้แล้ว ส่วนจะพิจารณาเสร็จภายในวันเดียวหรือไม่ยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะต้องรอดูท่าทีที่ชัดเจนจาก ส.ส.พรรคฝ่ายค้านอีกครั้ง ส.ส.ฝั่งรัฐบาลต้องรักษาองค์ประชุมและการลงมติไว้ให้ครบถ้วน ห้ามขาด ห้ามลา โดยเด็ดขาด ทุกคนต้องร่วมประชุมและลงมติให้ครบถ้วนทุกคนระดม ส.ส.ห้ามลาต้องครบองค์ประชุมนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลล็อบบี้ให้สภาฯ ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 ในวาระ 2-3 ในวันที่ 13 ก.พ. โดยให้เร่งลงมติ แต่ไม่ต้องมีการอภิปรายว่า คงไม่ถึงขั้นจะให้ ส.ส.หรือผู้สงวนความเห็นงดการอภิปราย แต่วิปรัฐบาลเห็นว่าการอภิปรายเคยเกิดขึ้นมาแล้ว จึงต้องหารือเพื่อให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ดำเนิน–การได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากการเบิกจ่ายงบฯ ปี 63 ล่าช้าถึง 5 เดือน หน่วยงานต่างๆ จำเป็นต้องใช้จ่าย งบฯ เพื่อขับเคลื่อนงาน กรณีที่มีข่าวฝ่ายค้านจะงดเข้าร่วมพิจารณาวาระ 2-3 หากฝ่ายค้านยืนยันจะไม่เข้าร่วม ฝ่ายรัฐบาลต้องมีหน้าที่รักษาองค์ประชุมและการลงมติให้ครบถ้วนส.ส.ฝ่ายค้านติงมติศาล รธน.ไม่ถูกต้องต่อมาเวลา 16.00 น. ที่รัฐสภามีการประชุมสภาฯ ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม หลังจากหมดวาระหารือและกระทู้ถามสดแล้ว นายชวนได้กล่าวนำไว้อาลัยต่อความสูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่ จ.นครราชสีมา 1 นาที เมื่อจะเข้าสู่วาระการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางป้องกันรัฐประหารในอนาคตที่ตกค้างจากสัปดาห์ก่อน ส.ส.เพื่อไทยได้ขอยกเว้นข้อบังคับการประชุม เพื่อให้นำญัตติด่วนเรื่องการหาแนวทางไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในการให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 วาระ 2-3 ใหม่ ขึ้นมาพิจารณาแทน โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านไม่ขัดขวาง ยินดีแสดงตนเป็นองค์ประชุมในวาระ 2-3 แต่จะไม่ขอร่วมพิจารณา เพราะเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ถูกต้อง อยากให้นำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มาพิจารณาใหม่ตั้งแต่วาระ 1-3 จะให้ตั้ง กมธ.เต็มสภาฯ พิจารณา 3 วาระรวดก็เต็มใจช่วย หรืออาจให้เอาร่างของ ครม.ที่ผ่านการรับหลักการวาระแรก ส่งให้ ส.ว.ไปพิจารณาเลยก็ได้ ที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง ก่อนเห็นควรให้ส่งความคิดเห็นข้อเสนอแนะให้ประธานสภาฯ เพื่อส่งต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป นายกฯบินตรวจงานพะเยา-น่านเมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. นายกฯพร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายวราวุธ ศิลป-อาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เดินทางไปยังท่าอากาศยานน่าน-นคร ต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน จ.น่าน โดยเครื่องบินเจ็ทเอ็มแบร์เออร์ ไปลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พะเยาและ จ.น่าน เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ ทันทีที่ถึงสนามบิน นายกฯและทุกคนได้ผ่านระบบคัดกรองไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนา ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กไป จ.พะเยา และขึ้นรถตู้โตโยต้า เวลไฟร์ สีดำ ทะเบียน กฉ 1616 พะเยา ไปที่วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง ต.เวียง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา สักการะพระพุทธรูปพระเจ้าตนหลวง กราบสรีรสังขารพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺโญ) นมัสการพระสุนทรกิตติคุณ (เดชา อินฺทปญฺโญ) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง เจ้าคณะอำเภอเมืองพะเยา ถวายผ้าไตรจีวรและเครื่องไทยธรรม โดยพระสุนทร-กิตติคุณ มอบพระพุทธรูปพระเจ้าตนหลวงจำลองให้นายกฯย้ำชาติต้องสงบ แบ่งพวกไม่ได้นายกฯได้สนทนาธรรมกับเจ้าอาวาส สอบถามถึงสภาพอากาศ และสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ จ.พะเยา โดยนายกฯกล่าวว่า อยากให้ทุกคนช่วยกัน ดีใจที่เห็นเมืองพะเยาสงบเรียบร้อย ผู้คนรักใคร่สามัคคีกันเป็นอย่างดี เพราะถ้าคนไทยไม่รักกันแล้วใครจะรักกัน จะแบ่งพวกกันมากๆไม่ได้ เพราะชาติต้องการความสงบ ความรักและความสามัคคี หากต้องการความช่วยเหลือสิ่งใดขอให้แจ้งไปยังผู้ว่าฯ หรือ ร.อ.ธรรมนัสที่ดูแลพื้นที่ ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแก้ปัญหา ต่อมานายกฯได้ทักทายประชาชนที่เดินทางมาทำบุญ โดยกล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจที่หลายคนนำธรรมะมาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ช่วยขัดเกลาให้เป็นคนดีได้ ขอให้ทุกคนมั่นใจสิ่งที่รัฐบาลกำลังแก้ไข อยากให้เข้าใจหลายๆเรื่องไม่สามารถแก้ไขได้ทันทีทันใด ทั้งปัญหาของใช้แพง ปัญหาเกษตร รวมถึงปัญหาฝุ่นควัน ทั้งนี้นายกฯได้ชมและร่วมเล่นอังกะลุงท่อนหนึ่งในบทเพลง “พะเยารอเธอ” ของศิลปินสุริยัน บุญยศ กลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลเมืองพะเยา และเดินทักทายพร้อมกล่าวว่าแม้จะทำงานหนัก แต่ตั้งใจทำเพื่อทุกคน พร้อมพูดคุยหยอกล้อ โดยร้องท่อนหนึ่งของเพลง “ผู้ชนะสิบทิศ” ว่า “เจ็บใจคนรักโดนรังแก” งบฯล่าช้าขอรอสภาฯแก้ปัญหาต่อมาเวลา 10.05 น. นายกฯเดินทางไปตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาหนองเล็งทราย ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา ขึ้นเวทีกล่าวกับประชาชนว่า บ้านเรามีปัญหาแหล่งน้ำไม่เพียงพอ แต่รัฐบาลต้องหามาตรการทำให้ได้การพัฒนารัฐบาลเตรียมงบฯลงทุกพื้นที่ ทุกกระทรวงมีแผนพัฒนาหมดตามที่ทุกพรรคพูดมาแต่ต้องทยอยทำ ต้องกลั่นกรอง ไม่ใช่ตนสั่งคนเดียวได้แต่ปีนี้หลายอย่างล่าช้า ไม่ได้ล่าช้าเพราะรัฐบาล แต่ไม่อยากโทษใคร ได้จัดทำงบฯตรงไปตรงมาแต่แรก เมื่อเลือกตั้งแล้วแต่ละขั้นตอนมีระยะเวลาอยู่ ต่อมาดันมีปัญหาในสภาฯไม่อยากให้เกิด ต้องแยกแยะออกเกิดปัญหาตรงไหนต้องแก้ที่นั่น ไม่เช่นนั้นตีกันไปหมด ไม่ต้องทำอะไรสักอย่าง ขอฝากช่วยกันพัฒนาท้องถิ่น ลดความขัดแย้ง อย่าไปฟังใครบิดเบือน บางอย่างมันไม่ใช่ท่านก็เห็นอยู่ ขี้เกียจไปทะเลาะกับใคร ขอเวลาทำงานดีกว่า ทุกคนตั้งใจทำงานไม่เคยหยุด ไปต่างจังหวัดมากว่า 95 ครั้งแล้วไม่มองพื้นที่ ส.ส.ไหนขอดูแลหมดต่อมาเวลา 14.00 น. นายกฯเดินทางไปติดตามแก้ปัญหาหมอกควันไฟและการบริหารทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนที่ จ.น่าน โดยรถตู้โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน 4 กฆ 2332 กรุงเทพมหานคร ทันทีที่ถึงหอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดน่าน ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน มีประชาชนนำดอกกุหลาบสีชมพูมาต้อนรับ ร่วมถ่ายภาพอย่างเป็นกันเอง ชมการแสดงร้องเพลงประสานเสียง “เพลงธงชาติ” จากนักเรียน 6 ชนเผ่า อ.สองแคว (ไทลื้อ เมี่ยน ม้ง ขมุ ถิ่น และก่อ) ขณะที่นายกฯกล่าวกับประชาชนว่า ไม่ได้เรื่องการเมือง แต่มาแก้ปัญหาดูแลคนทั้งประเทศคือหลักการของตน แก้ทุกปัญหาพยายามเดินไปข้างหน้าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ฉะนั้นจะเกิดขึ้นได้ต้องช่วยกันเพราะเราคือประเทศไทย ชอบหรือไม่ชอบใครอย่าเอามาเป็นตัวกำหนด ขอให้ดูเจตนาดูระยะยาวเพื่อลูกหลานเราในอนาคตเตือนใครสอนให้แตกแยกใช้ไม่ได้นายกฯกล่าวอีกว่า การบริหารจัดการน้ำหลายพื้นที่ทำไปแล้ว ทำได้ 4 เท่าก่อนหน้ารัฐบาลนี้เข้ามา แต่แก้ปัญหาไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องร่วมมือกัน อยากให้มีโครงการธนาคารน้ำเกิดขึ้นที่ภาคเหนือ เพราะมีปริมาณน้ำมากมีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ ฝากหน่วยงานเร่งดำเนินการในรายละเอียดเพราะงบฯปี 63 ที่ค้างคาอยู่คงออกได้เร็ว ส่วนไฟป่าเกิดจากเผาวัชพืชหาของป่าต้องไม่เกิดต่อไป หน่วยงานราชการจะไปช่วยเหลือหาวิธีการบริหารลดผลกระทบให้น้อยที่สุด จะนำวัชพืชที่เหลือไปทำอะไรได้ เช่น ทำเกษตรไบโอ เกษตรชีวมวล อย่าให้ใครบิดเบือนข้อมูล ตอนนี้ไม่ควรมีใครมาทำให้แตกแยก ใครมาสอนให้แตกแยก ไม่รักกันใช้ไม่ได้ จากนั้นนายกฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการการพัฒนา จ.น่าน มิติต่างๆ ชิมกาแฟ “ภูมิใจ๋ คอฟฟี่” ของคนเมืองน่าน ชิมแกงฮังเล ถ่ายภาพร่วมกับนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ ตรวจเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนชีววิถี ต.น้ำเกี๋ยน ที่พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ชมการแสดง “รำวงมะเก่า” ก่อนพาคณะเดินทางกลับ กทม. “บิ๊กแดง” โชว์ฟิตทดสอบร่างกายเมื่อเวลา 08.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. นำนายทหารระดับสูงกองทัพบก ทดสอบร่างกายประจำปี 2563 โดย พล.อ.อภิรัชต์ ได้จูงสุนัขทหารพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด ชื่อ “ซีบร้า” วัย 3 ปี จากหมวดสุนัขทหาร บก.ทบ.มาทักทายผู้สื่อข่าว พร้อมกล่าวว่า วันนี้ร่างกายไม่ค่อยเต็มที่ ไม่ได้นอนมา 3 คืน ก่อนเข้าทดสอบร่างกายครบทุกสถานี ได้แก่ ดันพื้น 2 นาที ได้ 33 ครั้ง 77% ลุกนั่ง 2 นาที ได้ 60 ครั้ง 94% และวิ่ง 2 กิโลเมตร พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ตนพูดกับผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอว่า ถ้าไม่บังคับตนเองให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่พัฒนาความรู้สมรรถภาพร่างกายก็ไม่ต้องเป็นผู้บังคับหน่วย ต้องวัดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ Toeic ให้ผ่าน ส่วนพลทหาร ถ้าผ่านการทดสอบจะเข้าโรงเรียนนายสิบมีเส้นทางให้เติบโต ไม่ใช่ปลดประจำการไม่รู้ไปไหนเขียนบทความหมายังสำนึกบุญคุณ ทบ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการทดสอบร่างกาย พล.อ.อภิรัชต์ ได้ขึ้นไปยังห้องทำงานและเขียนบทความสั้นส่งต่อให้คนใกล้ชิดและสื่อมวลชนอ่าน ระบุว่า “สุนัขทหารยังรู้จักสำนึกบุญคุณกองทัพบก รู้สึกรักและหวงแหนมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ถูกฝึกมาให้ปฏิบัติหน้าที่ เช่น ตรวจหาวัตถุระเบิด ค้นหายาเสพติด เฝ้าสถานที่สำคัญ ปกป้องเจ้านาย หรือหากพบสิ่งผิดสังเกตจะดุ จะเห่าคนแปลกหน้า ซีบร้ารู้ว่าตนคือผู้บังคับบัญชาถึงจะพบกันเป็นครั้งแรก ซีบร้าไม่เห่าพร่ำเพรื่อ มีมารยาท และมีความรับรู้ถึงความรู้สึกของมนุษย์ ถ้าเจ้าซีบร้าตัวนี้พิมพ์ ทวิตเตอร์ เล่นเฟซบุ๊ก ไอจีได้ คงสนุกแน่ ถ้าเจ้าซีบร้าอ่านหนังสือออก มันคงมองเห็นพวกที่โพสต์ข้อความที่สร้างให้เกิดความเกลียดชังกันระหว่างเพื่อนมนุษย์ โพสต์ข้อความชังชาติ และเจ้าซีบร้าก็คงอยากเป็นซีบร้าเหมือนเดิม คงกลัวที่จะกลายเป็นมนุษย์พวกนั้น”“จารุวรรณ” แจงศาลฯ ยังไม่ได้สำนวนคดีเมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส. จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ พร้อมนายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.เขต 3 ปทุมธานี และทนาย เข้ายื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีศาลรัฐธรรมนูญให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีพรรคอนาคตใหม่กู้เงิน 191 ล้านบาท จากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ภายในวันที่ 12 ก.พ. ก่อนนัดฟังคำวินิจฉัยวันที่ 21 ก.พ. โดย น.ส.จารุวรรณกล่าวว่า ได้ยื่นคำชี้แจง ต่อศาลโดยเป็นหนังสือตอบของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารที่ตอบกลับมาว่าอยู่ระหว่างเรียกเอกสารจาก กกต.ที่มีมติให้ยุบพรรค เพราะตลอด 3 เดือน ที่ผ่านมาหลัง กกต.มีมติ พยายามยื่นขอพยานหลักฐานต่างๆจากทั้ง กกต. และช่องทางอื่นให้ได้มาเพื่อจะนำมาเป็นข้อมูลจัดทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยได้รับ น่าเศร้าใจมากที่ต้องยื่นชี้แจงต่อศาลลักษณะนี้ ยอมรับว่าส่งผลเสียต่อการสู้คดี ถ้าทราบว่า กกต.กล่าวหาว่าอะไร ขั้นตอนการพิจารณาของอนุกรรมการมีการพิจารณาอย่างไร จะสามารถชี้แจงและส่งข้อมูลได้อย่างถูกต้อง แต่จนถึงปัจจุบันตนยังไม่เห็นข้อกล่าวหาใดๆ ได้เห็นเพียงแต่มติยุบพรรคของ กกต.เท่านั้น 3 เดือนที่ผ่านมาทำเต็มที่ดีที่สุดแล้ว หวังว่าจะได้รับความยุติธรรม หวังว่าเอกสารชี้แจงนี้จะได้รับการพิจารณาในที่ประชุมของศาลรัฐธรรมนูญไม่คิดลาออกก่อนวันตัดสินยุบ อนค.“ยืนยันไม่เคยมีแนวคิดที่จะลาออกจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในคดีและจากที่พูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคอื่นๆ ที่ยังเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่ออยู่ ณ เวลานี้ก็ยังไม่มีใครตัดสินใจลาออก เพราะเราเชื่อว่าจะไม่มีการยุบพรรคเกิดขึ้น เรายังเชื่อว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องโดยสิ่งที่ กกต.ดำเนินการผิดขั้นตอน เราไม่เชื่อข่าวลือว่ามีธงที่จะยุบพรรค กรรมการบริหารทุกคนยังมีความตั้งใจที่จะทำงานการเมืองต่อไป”