มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ว่าตามที่ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งกรรมการข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 5 เมษายน 2560 นั้น เนื่องจากได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 โดยที่มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้ยกเลิกความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และบัญญัติความในมาตรา 11 ขึ้นใหม่ โดยมีการแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และมิได้มีการกำหนดบท เฉพาะกาล เพื่อรองรับให้กรรมการข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ต่อไปแต่อย่างใดจึงมีผลเป็นการยกเลิกกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิม และจะต้องดำเนินการสรรหากรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่และต่อมาในการประชุมคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ประชุมได้เสนอรายชื่อให้ประธานกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาคัดเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ ซึ่งประธานกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาได้พิจารณาคัดเลือกและเห็นชอบให้เสนอขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมผู้สมควรดำรงตำแหน่งใหม่ จำนวน 10 ราย ดังนี้1. ศาสตราจารย์พิเศษทศพร ศิริสัมพันธ์ 2.ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ 3.ศาสตราจารย์ประสาท สืบค้า 4.รองศาสตราจารย์พินิติ รตะนานุกูล 5.ศาสตราจารย์วิชัย ริ้วตระกูล 6.ศาสตราจารย์วิรุณ ตั้งเจริญ 7.ศาสตราจารย์ศันสนีย์ ไชยโรจน์ 8.ศาสตราจารย์สมชาติ โสภณรณฤทธิ์ 9.ศาสตราจารย์สมบูรณ์ สุขสำราญ 10.นายสุเมธ แย้มนุ่น และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งแล้วบัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งกรรมการข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ตามที่เสนอทุกราย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่นำเรื่องนี้มาให้รับทราบกันชัดๆทุกถ้อยคำก็เพื่อจะชี้ให้เห็นถึงความไม่รอบคอบในการเสนอออกกฎหมายของรัฐบาล ทำให้ภารกิจต่างๆ ที่สำคัญอันเป็นหน้าที่ของ ก.พ.อ.ต้องชะงักไปเกือบ 1 ปี ตัวอย่างเช่นการที่ไม่สามารถส่งตัวผู้แทน ก.พ.อ.ไปร่วมเป็นกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมได้ เป็นผลให้ทางโน้นไม่สามารถจัดการประชุมได้ ทั้งๆ ที่มีกฎหมายออกมาแล้วเป็นปีเข้าใจว่า กรรมการ ก.พ.อ. ที่มี นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน ครบองค์ประกอบแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมาเพราะฉะนั้นน่าจะเรียกประชุมครั้งแรกเสียโดยเร็วเพื่อสะสางงานที่คั่งค้างจนส่งผลกระทบกับหน่วยงานอื่นให้เสร็จสิ้นเสียที.“ซี.12”