(ภาพ) เครื่องผลักดันน้ำถูกติดตั้งบริเวณใต้สะพานคลองพระยาบันลือ หน้าที่ว่าการอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาไล่น้ำเค็ม แก้ปัญหาแหล่งน้ำใช้ในการประปา.ปัญหา “ภัยแล้ง” ในปีนี้ดูเหมือนว่าจะรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา แหล่งน้ำธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำ มีสภาพแห้งขอด ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำการเกษตรเป็นบริเวณกว้าง กลายเป็นปัญหาซ้ำซากให้รัฐบาลต้องแก้กันทุกปีนอกจากภัยแล้งแล้ว ยังมีปัญหาน้ำเค็มหนุนเข้าแม่น้ำทำให้น้ำเค็ม ส่งผลต่อการนำน้ำมาทำน้ำประปาจ่ายให้กับประชาชนในการบริโภค และภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องแก้ไขควบคู่กันไปด้วยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ณ ที่ว่าการอำเภอลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี/ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)โดยมี นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายวัชระ กระแสร์ฉัตร์ นายอำเภอลาดบัวหลวง พ.ต.อ.สมิทธิ สารอต ผกก.สภ.ลาดบัวหลวง และนายวิชา ดาวแจ่ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหลักชัยพร้อมด้วย ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สนง.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน และ นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับก่อนจะเดินทางต่อไปตรวจเยี่ยมจุดปฏิบัติการผลักดันน้ำในคลองพระยาบันลือ และจุดปฏิบัติงานขุดลอกสันดอนคลองพระยาบันลือเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเค็ม มีการบรรยายสถานการณ์ให้ฟังอย่างละเอียด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พบปะกับชาวบ้านที่มาต้อนรับ พร้อมให้ความมั่นใจแล้งนี้มีน้ำในการอุปโภคบริโภคแน่นอน.พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยปัญหาน้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะหากน้ำในแม่น้ำมีค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานก็จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม และการผลิตน้ำประปา จึงได้เดินทางลงพื้นที่มาติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองพร้อมกันนี้ก็ได้สั่งการให้ กรมชลประทาน ร่วมกับ การประปานครหลวง เพิ่มการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง สนับสนุนการผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนล่าง และมอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามสถานการณ์ และตลอดจนวางแผนจัดสรรน้ำเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน ภายใต้การขับเคลื่อนของ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พล.อ.ประวิตร ฟังการบรรยายจากผู้เกี่ยวข้องถึงการบริหารจัดการน้ำ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยเร่งแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน.รองนายกฯ ย้ำอีกว่า นอกจากจะมีการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักตอนบนแล้ว ยังผันน้ำจากแม่น้ำกลองมาช่วยเหลือในพื้นที่ของแม่น้ำเจ้าพระยา 3 เส้นทางประกอบด้วย 1.คลองท่าสาร-บางปลา 2.คลองจรเข้สามพัน ไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน เข้าสู่คลองพระยาบันลือ คลองพระพิมล โดยกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำจำนวน 102 เครื่อง เพื่อเร่งผันน้ำให้ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา และ 3.คลองประปา เข้าคลองบางกอกน้อยไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เรือติดตั้งเครื่องวัดค่าความเค็มในคลองพระยาบันลือ เพื่อวัดค่าความเค็มของน้ำ.มาตรการผันน้ำจะดำเนินการร่วมกับมาตรการอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างด้วยการบริหารจัดการอาคารชลประทานให้สัมพันธ์กับช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลง โดยหน่วงน้ำในพื้นที่ด้านบนบริเวณหน้าเขื่อนทดน้ำเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ด้วยการบริหารปิด/เปิดบานระบายให้สัมพันธ์กับช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลง“การทำงานสอดคล้องการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ด้านท้ายแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ฯ จ.สมุทรปราการ ซึ่งจะปิดประตูระบายน้ำในช่วงเวลาน้ำขึ้น เพื่อไม่ให้น้ำเค็มรุกเข้ามาในแม่น้ำและจะเปิดบานระบายน้ำในช่วงเวลาน้ำลง เพื่อเร่งระบายน้ำหรือการกระแทกน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ไล่น้ำเค็มออกสู่ทะเลโดยเร็วอีกด้วย” พล.อ.ประวิตร กล่าว เครื่องผลักดันน้ำถูกยึดโยงด้วยเชือกกับสะพาน เพื่อผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา.ด้าน ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. ในฐานะ รอง ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 24-31 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่เกิดน้ำทะเลหนุนสูง ผลการดำเนินการตามมาตรการข้างต้นร่วมกับการทดลองใช้ปฏิบัติการกระแทกลิ่มความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา (Water Hammer Operation) โดยกรม ชลประทานร่วมกับ กปน.พบว่า เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2563 ซึ่งเกิดน้ำทะเลหนุนสูงสุด ลิ่มความเค็มอยู่บริเวณวัดตลาดใต้ อ.เมืองปทุมธานี ห่างจากสถานีสูบน้ำสำแลของ กปน. ลงมาประมาณ 11 กิโลเมตร และจากการตรวจวัดค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสถานีสูบน้ำสำแล ณ เวลา 07.00 น. มีค่า 0.18 กรัมต่อลิตรเป็นคุณภาพน้ำที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ (เกณฑ์ควบคุมค่าความเค็มเพื่อการผลิตน้ำประปา อยู่ที่ไม่เกิน 0.5 กรัม/ลิตร และเกณฑ์ควบคุมเพื่อการเกษตร ไม่เกิน 2 กรัม/ลิตร) ทุ่นขนาดใหญ่ถูกนำมาติดตั้งในคลองพระยาบันลือ โดยมีเรือคอยตักเก็บผักตบชวานำขึ้นฝั่ง ไม่ให้ไปขัดขวางการทำงานของเครื่องผลักดันน้ำ.สำหรับปฏิบัติการกระแทกลิ่มความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวิธีการที่กรมชลประทานและ กปน.นำมาทดลองใช้เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำจืดมาใช้ผลักดัน และเจือจางค่าความเค็มบริเวณสถานีสูบสำแล โดยกำหนดให้โรงสูบน้ำประปาสำแลหยุดสูบเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ในช่วงเวลาน้ำลงเพื่อจะได้มีปริมาณน้ำจืดที่มากพอสำหรับผลักดันลิ่มความเค็มให้เคลื่อนตัวไปให้ไกลจากสถานีสูบน้ำสำแล โดยมีการปฏิบัติการแล้ว 3 ครั้งในช่วงระหว่างวันที่ 25-26 ธ.ค. 2562 วันที่ 9-13 ม.ค.2563 และวันที่ 24-27 ม.ค.2563ทั้งนี้ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ยังคงเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะดำเนินทุกมาตรการอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูแล้ง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคที่ปลอดภัย.พันธ์ภิพรต รังษิโย