กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือคติเตือนใจถือเป็นคู่มือเบื้องต้นสำหรับคนไทยทั้งประเทศ เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ครับ...ในยามที่ต้องเผชิญทุกข์ร่วมกัน คือการเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อตั้งรับกับโรคร้าย อย่างน้อยก็น่าจะทำให้การติดเชื้อลดน้อยลงได้ยิ่งไข้หวัดนกที่เข้ามาซ้ำเติมที่ประเทศจีน ก็ใช้วิธีการเดียวกันนี่แหละ แม้จะยังไม่ระบาดเข้ามาถึงไทยแต่ป้องกันเอาไว้ดีกว่าต้องมาแก้กันทีหลังประสบการณ์ของไทยที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ามีความสามารถที่จะรับมือกับโรคเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก่อนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อเข้าถึงโรคไปสู่การรักษา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำคู่ขนานกับการป้องกัน เฝ้าระวังไปจนถึงการควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดดังไปทั่วโลกในขณะนี้ก็คือการที่ 2 นายแพทย์จาก รพ.ราชวิถีสามารถที่จะค้นพบวัคซีนใช้ต้านไวรัสโคโรนา1.นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช แพทย์ชำนาญการพิเศษ2.รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญนายแพทย์ทั้ง 2 ท่านนี้สามารถคิดค้นรูปแบบการรักษา ทำให้อาการดีขึ้นทันทีภายใน 12 ชั่วโมง และในอีก 48 ชั่วโมง จะทำให้เห็นถึงความชัดเจนที่ไม่ต่างกับคนปกติมีผู้ป่วยชาวจีนวัย 71 ปีที่ติดเชื้อ ซึ่งเดินทางมาเที่ยวที่หัวหินและได้มีการนำตัวเข้ามารักษาที่ รพ.ราชวิถี โดยนายแพทย์ทั้ง 2 ท่าน ได้ตัดสินใจใช้ยารักษาสองชนิดคือยาต้านไวรัสหวัดที่เคยรักษาโรคเมอร์สใช้ร่วมกับยาต้านโรคเอดส์ ทำให้สามารถรักษาไวรัสโคโรนาได้อย่างเห็นผลถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งของแพทย์ไทยที่น่าชมเชยยิ่งเอาเป็นว่าเป็นยารักษาโรคนี้ได้อย่างชะงัด ซึ่งยังไม่มีประเทศไหนคิดค้นได้ จึงได้รับคำชมเชยจากนานาชาติผมไม่รู้แพทย์จีนได้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อด้วยวัคซีนลักษณะไหน แต่ขณะที่แพทย์ไทยได้ค้นพบวัคซีนที่รักษาได้ก็น่าจะประสานงานกับทางจีนเพื่อปรึกษาหารือและร่วมมือกันในการรักษา ซึ่งจะทำให้โรคนี้หยุดได้เร็วที่สุดแต่เชื่อว่าคงจะมีการดำเนินการเรื่องนี้ไปแล้วแม้ไทยจะสามารถควบคุมในเบื้องต้นเป็นไปด้วยดี อีกทั้งข่าวประเภท “เฟกนิวส์” ที่สร้างความปั่นป่วนแต่แรกเท่าที่สังเกตดูแล้วลดน้อยลงไปมากเท่ากับว่าสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมของคนไทยยกระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง อันเป็นสิ่งที่ดีและจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตบรรดานักการเมืองที่เคยหวังผลทางการเมืองนำเรื่องนี้มาสร้างประเด็นด้วยการโจมตีรัฐบาลหรือปล่อยข่าวเท็จต่างๆนานาวันนี้กลายเป็น “ปลาหมอตายเพราะปาก” กันไปแล้วอีกประเด็นที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการคู่ขนานกันไปคือการตั้ง “วอร์รูม” ว่าด้วยผลกระทบที่จะตามมา คือปัญหาเศรษฐกิจซึ่งจะต้องรับมืออย่างเร่งด่วนเพราะเบื้องต้นนักท่องเที่ยวจีนหายไปอย่างแน่นอนแล้วบทเรียนจากการแก้ไขไวรัสโคโรนานั้นกว่าจะมีวอร์รูมเป็นศูนย์กลางได้ก็ช้าไปหน่อย เพราะมีความมั่นใจสูงเกินไปจึงไม่อยากให้ซ้ำรอยขึ้นมาอีกในการรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจปมสำคัญก็คือยังไม่รู้ว่าการแพร่ระบาดจะสั้นจะยาวแค่ไหน?“สายล่อฟ้า”