เมื่อ 1 ก.พ. ประธานาธิบดี มาห์มูด อับบาส แห่งปาเลสไตน์ แถลงในที่ประชุมสันนิบาตอาหรับ ที่กรุงไคโรในอียิปต์ ว่า ปาเลสไตน์ขอตัดความสัมพันธ์ ทางการทูตและความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอิสราเอลและสหรัฐฯ หลังไม่ยอมรับแผนสันติภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้อิสราเอล นายอับบาสยังปฏิเสธที่จะเจรจาเรื่องแผนนี้กับทรัมป์ตามคำร้องขอของทรัมป์ รวมถึงจะไม่ศึกษาหรือไม่รับสำเนาแผนสันติภาพดังกล่าวส่วนที่ประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสันนิบาตอาหรับเห็นว่าแผนสันติภาพนี้ไม่ตรงกับความปรารถนาของปาเลสไตน์ และสันนิบาตอาหรับจะไม่ร่วมมือกับสหรัฐฯในการรับรองและปฏิบัติตามแผนนี้ อีกทั้งย้ำยืนยันถึงสิทธิ์ของชาวปาเลสไตน์ที่จะก่อตั้งประเทศในอนาคตในเขตที่อิสราเอล ยึดครองในช่วงสงครามตะวันออกกลางปี 2510 ซึ่งจากนั้นอิสราเอลประกาศให้นครเยรูซาเลมตะวันออกเป็นเมืองหลวงของตนโดยสหรัฐฯรับรอง ทั้งนี้ แผนสันติภาพของทรัมป์ยอมรับอธิปไตยของอิสราเอลเหนือนครเยรูซาเลมทั้งหมด ไปจนถึง นิคมชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์และพื้นที่หุบเขาจอร์แดน แต่จะสนับสนุนการตั้งรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต โดยให้มีเมืองหลวงอยู่ชานนครเยรูซาเลมด้านตะวันออก แต่ต้องยอมรับอิสราเอลในฐานะมาตุภูมิชาวยิวและยอมเป็นรัฐปลอดทหาร.