เปิดตัว สภ.เสาหิน โรงพักในป่าเขายอดดอยแห่งแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ไร้ไฟฟ้า น้ำประปา สัญญาณมือถือ ทางเข้าสุดหฤโหด ห่างอำเภอแม่สะเรียงแค่ 98 กม. แต่ต้องนั่งโฟร์วีลขึ้นเขาข้ามห้วยเกือบ 4 ชม. อึ้งถ้าเป็นหน้าฝนต้องใช้เวลาเป็นวันเพราะต้องรอน้ำป่าลด เผยถึงอยู่ในป่าลึก แต่จัดเป็นโรงพักสุดอันซีน ยังอนุรักษ์โรงพักเก่าอายุร่วม 100 ปีท้าทายคนให้ไปยล ยอมใจผู้หมวดรุ่นเดอะ อยู่เสาหิน 34 ปีไม่ไปไหน ขอเกษียณที่โรงพักแห่งนี้ ส่วนตำรวจหนุ่มน้อยสุดเพิ่งจบใหม่ อายุ 21 ปีเท่านั้น ขณะเดียวกันกลิ่นทุจริตหึ่ง อาคารที่ทำการใหม่ราคา 12 ล้านบาท ไม่มีใครกล้าเข้าไปกลัวฝ้าพังอาคารถล่มเรื่องของตำรวจผู้เสียสละปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงพักกลางป่าลึกลุ่มน้ำสาละวินแห่งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ผู้สื่อข่าวร่วมเดินทางไปกับขนส่งจังหวัดจันทบุรี เอไอเอ หน่วยทองเบญจา 1 และเว็บไซต์ Policenewsvarieties ไปที่ สภ.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมา 3 กม. เพื่อร่วมกิจกรรมกับ พ.ต.ท.วิทวัส เพ็ชรรักษ์ สว.สภ.เสาหิน แจกข้าวสารอาหารแห้ง เสื้อผ้า และของเด็กเล่นให้กับครอบครัวชาวบ้านในบ้านเสาหิน ต.เสาหิน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์สำหรับ สภ.เสาหินเป็น 1 ในโรงพักภูธรของ อ.แม่สะเรียง เส้นทางเข้าไปหฤโหดวิบากสุดๆถึงแม้จะห่าง อ.แม่สะเรียง เพียง 98 กม. แต่ต้องใช้เวลานั่งรถออฟโรดเดินทางนาน 3-4 ชั่วโมง เพราะบางช่วงเป็นเส้นทางภูเขา อีกด้านเป็นหน้าผาสูงชัน และยังต้องผ่านลำห้วยกว่า 30 ลำห้วย ถ้าเป็นหน้าฝนบางครั้งต้องใช้เวลาเป็นวัน ต้องรอน้ำลด ซ้ำไฟฟ้าสัญญาณโทรศัพท์ก็ยังไม่มี ยังต้องใช้เทียนไขและการปั่นไฟในการใช้แสงสว่าง แต่จัดเป็นอีก 1 โรงพักอันซีน เพราะตำรวจที่นั่นยังอนุรักษ์โรงพักเก่าอายุเกือบ 100 ปี เป็นอาคารไม้ยกพื้นสูงชั้นเดียว ตามประวัติก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2470 วัตถุประสงค์หลักในการปกป้องชายแดน และรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน และพ่อค้าตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา จนกระทั่งปัจจุบัน หลักฐานน่าเชื่อว่าสร้างในปี พ.ศ.2482 ในสมัย ส.ต.อ.หมื่น สายสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าสถานี ตัวอาคารสร้างด้วยไม้ หลังคามุงสังกะสี ใต้ถุนโล่ง มีบังเกอร์ เจาะเป็นช่องยิงต่อสู้โดยรอบ ชั้นบนด้านหน้าผนังทำด้วยไม้ ใช้เป็นบังเกอร์เจาะช่องยิงด้วยเช่นกัน ต่อมาปี พ.ศ.2528 กรมตำรวจในขณะนั้นจัดสรรงบประมาณให้สร้างอาคารที่ทำการอีกหลังหนึ่ง ส่วนอาคารไม้หลังแรก ก็ไม่ได้ใช้เป็นที่ทำการอีก แม้จะมีสภาพทรุดโทรมไปบ้าง แต่ก็ได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพเดิมๆดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ มีรายงานว่า ถึงจะเป็นโรงพักในป่าเขายากต่อการเข้าไปถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้จัดงบประมาณและมอบเงินส่วนตัวเป็นสวัสดิการให้กับตำรวจ สภ.เสาหิน มาโดยตลอด รวมทั้งเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาเป็นขวัญกำลังใจให้กำลังพลในโรงพักกลางดอยแห่งนี้ยามว่างจากภารกิจ พร้อมจัดตั้งโครงการระบบไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ เมื่อปี 59 ทำให้โรงพักแห่งนี้มีแสงสว่างในยามค่ำคืนเป็นครั้งแรก แต่ต้องใช้อย่างจำเป็น เพราะพลังงานไฟฟ้าจะหมดลงในยามดึก ซ้ำปัจจุบันเริ่มชำรุดเสื่อมโทรมตามเวลาขณะที่ พ.ต.ท.วิทวัส เพ็ชรรักษ์ สว.สภ.เสาหิน ที่เพิ่งรับคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายมาเป็นหัวหน้าโรงพักเมื่อคำสั่งปลายปี 62 กล่าวว่า สภ.เสาหินเป็นสถานีตำรวจที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปา ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไฟฟ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำใช้น้ำบ่อ มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ไม่ค่อยแข็งแรงผ่านดาวเทียม ประชาชนในพื้นที่เป็นชาวเขา กะเหรี่ยงและชนพื้นเมือง 6 หมู่บ้าน พื้นที่รับผิดชอบกว่า 400 ตารางกิโลเมตร การเดินทางห่างจากตัว อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 98 กม. โดยรถออฟโรดใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง เนื่องจากต้องขึ้นเขาและลุยน้ำผ่านห้วยกว่า 30 ห้วยช่วงน้ำหลากหรือฤดูฝนใช้เวลา 1-2 วัน ต้องค้างแรมระหว่างทาง ปัจจุบันมีกำลังพลทั้งสิ้น 17 นาย ด้าน ร.ต.ท.อชิร กรุงริรันดร์ รอง สว. (ป.) อายุ 56 ปี นายตำรวจที่อยู่โรงพักนี้นานกว่าใคร คืออยู่ ตั้งแต่ปี 2529 หรืออยู่เสาหินมา 34 ปี เกินครึ่งชีวิตเปิดเผยว่า บรรจุครั้งแรกเมื่อปี 2527 ที่ สภ.อ.แม่สะเรียง และยังได้ทันนอนในอาคารหลังแรกของ สภ.เสาหิน ขณะขึ้นมาค้นหาตำรวจ สภ.เสาหิน ที่สาบสูญไปในปี 2527 จนบัดนี้ยังไม่พบตัว ต่อมาปี 2529 กก.ภ.จ.แม่ฮ่องสอนมีคำสั่งให้มาประจำที่ สภ.เสาหิน เพื่อทดแทนกำลังพลที่มีครอบครัวและมีภูมิลำเนาห่างไกล สำหรับพื้นที่รับผิดชอบมี 6 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 เสาหิน หมู่ 2 ก็คือแม่เหลอ หมู่ 3 แม่สอง หมู่ 4 แม่เจ หมู่ 5 โพ หมู่ 6 คือบ้านสล่าเชียงตอง และหมู่บ้านบริวารอีกหลายหมู่บ้าน คดีอาชญากรรมไม่สูง โดยมากจะเป็นเรื่องยาเสพติดเล็กๆน้อยๆ แต่ดูแลกันได้ ควบคุมได้ในส่วนหนึ่ง ส่วนคดีเกี่ยวกับทะเลาะวิวาท ส่วนมากเป็นเรื่องในครอบครัว ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรง แทบจะเป็นเขตปลอดคดีด้วยซ้ำร.ต.ท.อชิรกล่าวต่อ ชอบบรรยากาศที่นี่สงบ ชาวบ้านเป็นกันเอง รักพวกเราเหมือนลูกเหมือนหลาน เมื่อถามว่าอยู่เสาหินมานาน อยากให้ผู้บังคับบัญชาทราบความต้องการของตำรวจที่นี่ ร.ต.ท.อชิรบอกว่า อยากได้เกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า เพราะแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้ตอนนี้ไม่พอ และเริ่มชำรุด อีกอย่างรถที่ใช้ตอนนี้เป็นรถเช่า 2 คัน คือทางเข้าเสาหินหนทางลำบาก ถ้าหน้าฝนจะเดินทางไม่ได้ แม้แต่โฟร์วีลถ้าน้ำป่ามายังไปไม่ได้ ปีก่อนก็ไปแล้วคันหนึ่ง อยากให้ผู้บังคับบัญชาดูแลเรื่องพวกนี้ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเราตำรวจในเสาหิน มีความสุข อยู่กันได้ จะมีบางนายที่อาจจะถูกคำสั่งจากที่อื่นมาแล้วต้องอยู่ 3 ปี ถึงมีสิทธิ์ทำเรื่องย้ายกลับ แต่สำหรับตนจะขอเกษียณที่นี่เลยขณะที่ ส.ต.ต.วงศธร ใจอ้าย ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม อายุ 21 ปี ตำรวจที่อายุน้อยสุดใน สภ.เสาหิน กล่าวว่า เพิ่งบรรจุที่ สภ.เสาหิน เมื่อ ต.ค.62 แรกๆก็ไม่รู้ว่าที่นี่เป็นยังไง แม่ก็ไม่อยากให้มาเพราะเห็นจากยูทูบ แต่สุดท้ายคิดว่ามาอยู่ที่นี่ อีกทั้งมีลุงที่รู้จักอยู่ที่เสาหิน คือ ร.ต.อ.ณันฐวัฒน์ สิริจินดาวรรณ รอง สว. (สอบสวน) โทร.มา ชวนให้มาช่วยทำธุรการที่ส่วนหน้า (สภ.แม่สะเรียง) ก็ตัดสินใจเลย อยู่มาได้ 3 เดือนแล้ว เป็นประสบการณ์ชีวิต ขึ้นมาบางครั้งก็คืนเดียว บางครั้งก็พัก 2 คืนเพราะต้องทำธุรการอยู่ข้างล่าง แต่ถ้าใครมีภารกิจก็ขึ้นไปสลับเวรกัน โรงพักนี้อยู่ติดชายแดน แล้วก็ไกลที่สุด กันดารที่สุด เมื่อก่อนรุ่นพี่บอกกันดารกว่านี้ ลำบากกว่านี้ ถ้าผู้บังคับบัญชาดูอยู่ อยากให้มาดูแลเรื่องบุคลากร เพราะตอนนี้โรงพักมี 16 คน รวมช่วยราชการ 1 คน เป็น 17 คน งานก็ทำเหมือนโรงพักใหญ่ แต่คนเราน้อยกว่า ประชากรในพื้นที่ก็เยอะเป็นชาวเขาส่วนใหญ่ ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังพบเรื่องส่อการทุจริตที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในป่าในดอยห่างไกลความเจริญ แถมทางเข้ายังทุรกันดารอย่างโรงพักเสาหิน จะมีที่ทำการใหม่สร้างด้วยคอนกรีต 2 ชั้น สภาพอย่างที่เห็นกันแบบโรงพักในเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ เช่นทางลาดพร้อมราวจับ ห้องน้ำ ราคาตามงบประมาณ 12,510,000 บาท สร้างเสร็จแต่ไม่มีตำรวจคนไหนเข้าไปทำงาน เมื่อเข้าไปสังเกตภายใน พบกระเบื้องปูพื้นทั้งชั้นบนชั้นล่างโก่งตัวหลุดล่อนหลายจุด ในห้องพนักงานสอบสวนชั้นที่ 1 ไร้วี่แววอุปกรณ์สำนักงาน แต่ละห้องว่างเปล่า ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่พักคอย ห้องร้อยเวร ห้องธุรการ ห้องน้ำ (ชาย, หญิง, คนพิการ) ห้องควบคุม ห้องเก็บของกลาง ห้องคดีเด็กและเยาวชน เนื่องจากฝ้าเพดานหลุดร่วงพังเพราะเกิดเชื้อราจากความชื้น มีน้ำรั่วซึมจากหลังคาดาดฟ้าทำให้พื้นชำรุดเสียหาย ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ห้องน้ำทั้ง 6 ห้องเข้าไปไม่ได้เพราะประตูเปิดแล้วประตูไปติดกับโถชักโครก ส่วนชั้น 2 ก็ไม่ต่างกันจากการสอบถามตำรวจ สภ.เสาหิน ทราบว่า อาคารที่ทำการแห่งที่ 3 เริ่มสร้างตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.59 แล้วเสร็จ ส.ค.60 มีการประกันการชำรุดบกพร่องถึงเดือน ส.ค.62 หลังจากส่งมอบพบความชำรุดเสียหายมีการเข้ามาซ่อมแซมบางส่วน แต่ยังมีหลายส่วนที่ยังชำรุดเสียหาย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนไม่กล้าเข้าไปใช้งานเนื่องจากกลัวฝ้าอาคารและอาคารจะถล่ม ทำให้ต้องกลับไปใช้อาคารที่ทำการหลังเก่า (หลังที่ 2) ที่สร้างตั้งแต่ปี 2529 แต่มั่นคงแข็งแรงปลอดภัยมากกว่าอาคารหลังใหม่ที่สร้างมาเพียง 2 ปี