โดนไอ้โหดปล้นร้านทองที่ลพบุรีปาดหน้าชิงเรตติ้งข่าวไปแต่ก็คึกคักสมราคาอีเวนต์การเมืองประเดิมศักราช ตามยุทธศาสตร์กระตุกพลังทั้งฝั่งไล่ ฝ่ายหนุนตามฉากฟากหนึ่งของกรุงเทพมหานคร มหกรรมเด็กๆ “วิ่ง ไล่ ลุง” ที่สวนจตุจักร ชู 3 นิ้วพรึบพรับ ขณะที่อีกด้านใจกลางของเมืองหลวงก็หนาแน่นไปด้วยผู้ใหญ่แห่กันมา “เดิน เชียร์ ลุง” ที่สวนลุมพินี ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานเบิกบานใจประชันกันสองเวที เปิดหน้าเปิดตัวกันชัดๆใครเชียร์ ใครไล่แต่ตราบใดที่ยังเป็น “ปลากัด” อยู่คนละโถ ได้แค่ “พองตัว” ขู่ ป้อกันไปป้อกันมา ก็ถือเป็นการเจาะรูระบาย “กาน้ำเดือด” เปิดให้เด็กและผู้ใหญ่ได้มีพื้นที่แสดงออกลดแรงกดดันยังเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แนวสร้างสรรค์อย่างน้อยการวิ่งหรือเดินก็เป็นการ “ออกกำลังกาย” ได้ประโยชน์ในทีเผลอๆกว่าจะไล่ “ลุง” ไปได้ หรือ “ลุง” หมดภารกิจไปเอง กองเชียร์ทั้งฝ่ายเชียร์ ฝ่ายไล่ คงมีผลพลอยได้ สุขภาพแข็งแรง ปลอดจากโรคภัย รัฐบาลไม่ต้องเปลืองงบประมาณรักษาพยาบาลมองโลกสวยๆ ตราบใดที่ไม่ลากม็อบลงถนนก็ยังเฮฮาขำๆกันไปสไตล์ “เกรียน” รุ่นใหม่ วูบวาบ เน้นสีสัน เอามัน แต่มีปัญหาเรื่องอึด ไม่ยืนระยะเว้นแต่ถ้า “ปลากัด” หลุดออกจากโถมาประจันหน้าฟัดกัน ม็อบไล่ชนม็อบเชียร์เมื่อไหร่ ตามฟอร์มหนีไม่พ้น “แอ่นแอ๊น” ทหารต้องออกมาคุมเกมไม่ให้คนไทยฆ่ากันปรากฏการณ์ “เดจาวู” ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ในการเมืองแบบไทยๆในจังหวะเงื่อนไขสถานการณ์ผูกโยงกับคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ชี้ชะตาทางการเมืองของ “ไพร่ห้าพันล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าค่ายสีส้มอารมณ์เกเดิมพัน สู้หมดหน้าตักจะเป็นจุดยั่วท็อปบูตแบบที่กระแสข่าวลือแว่วๆ มีคิวฉวยโอกาสวันเด็ก ขับรถถังออกมาจากค่ายที่สระบุรี ไม่มีการแจ้งดีว่าเหยียบเบรก ดักสกัดกันไว้ได้ทันหัวเชื้อปฏิวัติแฝงอยู่ตลอดเวลา เอาเป็นว่าโอกาส “แอ่นแอ๊น” แปรผันตามดีกรีม็อบป่วนเมืองแต่ตามท้องเรื่อง ณ วันนี้รัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังมีเนื้อที่ในการเต้นฟุตเวิร์กประคองตัว ตามโพลให้โอกาส รัฐบาลทำงานต่อโดยเฉพาะปรากฏการณ์พ้นสภาพรัฐบาล “ปริ่มน้ำ” จากตัวเลขเสียงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ 3 ด้วยคะแนน 253 เสียง จ่อเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในวันที่ 20 มกราคมนี้ โดยมีเสียงฝ่ายค้านร่วมโหวตเข้าข้างรัฐบาล 8 เสียงช่องว่างความห่างของเสียงในสภา ฝ่ายค้านยากจะล้มรัฐบาลแต่สถานการณ์โจทย์ปัญหาของ “นายกฯลุงตู่” และทีมงานมันอยู่ที่การบริหารเนื้องานด้านเศรษฐกิจ ประคองภาวะอารมณ์ชาวบ้านไม่ให้เดือดร้อนปากท้องภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ร้อนที่จ่อคอหอยแบบไม่ทันได้หายใจหายคอแรงเสียดทานด้านต่างประเทศ สงครามสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน แทรกคิวสงครามการค้าระหว่างมะกันกับจีนแผ่นดินใหญ่ ขย่มซ้ำ ภาวะการส่งออก เครื่องยนต์หลักเศรษฐกิจไทยขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน แม้กฎหมายงบประมาณจะผ่านสภาฯ แต่ยังต้องรอขั้นตอนวุฒิสภา เผลอๆจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตามรูปการณ์กว่าจะเบิกจ่ายงบฯใช้ได้จริงๆก็อาจปาเข้าไปเดือนเมษายน-พฤษภาคม นั่นหมายถึงเกือบ 6 เดือน เหลือเวลาใช้งบประมาณได้แค่ครึ่งปีเท่านั้นงบฯปี 2563 น้ำเลี้ยงกระตุ้นเศรษฐกิจภายในที่เหือดแห้งใช้ได้ไม่เต็มที่แถมเจออาการฟันเฟืองขบเหลี่ยมกันเองอย่างแรง ระหว่างรัฐบาลกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายใต้การนำของนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.ปล่อยค่าเงินบาทแข็งซ้ำภาวะส่งออกกระอัก คุมเข้มแบงก์พาณิชย์กั๊กไม่ปล่อยกู้หมุนเศรษฐกิจการันตีด้วยเสียงจากมือเศรษฐกิจระดับ “ด็อกเตอร์โกร่ง” นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตขุนคลังรัฐบาล “ป๋าเปรม” ที่ย้ำชัดๆ ธปท.คือตัวการสำคัญ ในการทำลายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศถึงจุดนี้ผู้มีอำนาจในรัฐบาลต้องเสี่ยง “ตัดสินใจครั้งสำคัญ” กับ ธปท.เช่นเดียวกับสถานการณ์ติดล็อกสภาพรัฐบาลผสม “นายกฯลุงตู่” โดนขี่คอเดินหน้าลำบาก เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลยึดกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญต่อการขับเคลื่อนเนื้องาน พรรคประชาธิปัตย์ คุมกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ พรรคภูมิใจไทย คุมกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวฯเรือเหล็กวนไม่ไปข้างหน้า ไฟลามลวกมือ “บิ๊กตู่” ในฐานะกัปตันทีมเศรษฐกิจหนีไม่พ้นไฟต์บังคับ นายกฯต้องปรับ ครม.ใหญ่เพื่อขับเคลื่อนเรือเหล็กไปข้างหน้าก่อนจมวัดใจ ใครกล้าโดดหนีเรือเหล็ก ทั้งที่ไม่มีเสบียงก็ลองดู.ทีมข่าวการเมือง