เสียงต่อรองใน พรรคพลังประชารัฐ กับตำแหน่งทางการเมือง กลายเป็นรอยร้าวภายใน พลังประชารัฐ การลงทุนลงแรงในพรรคของกลุ่มการเมือง กับการเข้ามาชุบมือเปิบของคนนอกที่ไม่ได้เป็น ส.ส. เป็นเชื้อปะทุภายใน การประชุมสามัญประจำปี 2562 ของ พรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้จะเห็นภาพ โครงสร้างใหม่ของพลังประชารัฐ ที่อยู่ในมือนักการเมืองชัดเจนขึ้นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐมีอยู่ 24 คน อุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค วิเชียร ชวลิต เป็นนายทะเบียนพรรค พรชัย ตระกูลวรานนท์ เป็นเหรัญญิกพรรค ที่ว่ากันว่าสนิทชิดชอบกับสื่อกรรมการประกอบด้วย สุวิทย์ เมษินทรีย์, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, กอบศักดิ์ ภูตระกูล, อิทธิพล คุณปลื้ม, ชวน ชูจันทร์, ชาญกฤช เดชวิทักษ์, ณพพงศ์ ธีระวร, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ, วลัยพร รัตนเศรษฐ, วิเชฐ ตันติวานิช, ชาญวิทย์ วิภูศิริ, สันติ กีระนันทน์, สุรพร ดนัยตั้งตระกูล, องอาจ ปัญญาชาติรักษ์, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, สราวุฒิ เนื่องจำนงค์ และอนุชา นาคาศัย โดยจะมีการเพิ่มกรรมการบริหารพรรคเข้ามาทำหน้าที่ดังต่อไปนี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สันติ พร้อมพัฒน์, วิรัช รัตนเศรษฐ, สุชาติ ชมกลิ่น, มณเฑียร สงฆ์ประชา, พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์วันชัย, ปริญญาศิริ, นิพนธ์ ศิริธร และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่มีอะไรเพราะกรรมการที่จะเพิ่มเข้าไป คุม ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ มากกว่าครึ่ง คือไม่น้อยกว่า 80 เสียง และมีสิทธิมีเสียงที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนในพรรคและตำแหน่งทางการเมืองแน่นอนโฟกัสไปที่ ตำแหน่ง ครม. ก่อน รมต.หลายคนไม่ได้ลงทุนลงแรง แต่มาด้วยโควตาของผู้ใหญ่ในพรรค ได้กำไรเกินคุ้ม แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนการทำงานของพรรคให้คืบหน้าได้ดังนั้น ฝ่ายการเมืองที่เป็นนักการเมืองมืออาชีพจึงต้องการที่จะเข้ามาควบคุมการทำงานในพรรคอย่างมืออาชีพ ไม่แปลกที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคถือว่าเป็นแม่บ้านพรรค จะถูกเพ่งเล็งมากที่สุดสนิมเนื้อในระหว่างผู้ใหญ่ในพรรคถึงเวลาสะสางประชาธิปัตย์ เพื่อไทย สถานการณ์ในพรรคยังไม่นิ่ง มีทั้งคนที่จะออกมาอยู่กับพรรครัฐบาลและมีทั้งคนที่อยากจะออกมาตั้งพรรคใหม่ รอจังหวะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้สุกงอมจังหวะบวกที่อนาคตใหม่ประกาศทวงคืนความยุติธรรม และต้องเจอกับวิบากกรรมไปพร้อมกัน วิ่งไล่ลุงตู่แค่เรื่องจิ๊บๆ การชิงอำนาจทางการเมืองที่เข้มข้นจะเป็นชนวนวิกฤติบ้านเมืองรอบใหม่ปลายปีนี้จนถึงเมษายนปีหน้าห้ามกะพริบตา.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th