“การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.–ผกก. ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เป็นไปตามกรอบเวลาที่ ก.ตร.กำหนดคือภายในวันที่ 30 พ.ย. ทุกปีคำสั่งเลื่อนไปถึงเดือน ม.ค.–ก.พ.มาโดยตลอด ทำให้เกิดปัญหาในการแต่งตั้งโยกย้าย และครั้งนี้ไว้ใจ ผบ.ตร.และคณะกรรมการต่างๆ ในการแต่งตั้งตำรวจแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มคือ รอง ผบก.หมุนเวียน ผกก.เลื่อนเป็นรอง ผบก. ผกก.หมุนเวียนและรอง ผกก.เลื่อนเป็น ผกก. ทั้งหมดรวมกว่า 2 พันตำแหน่งในการแต่งตั้งดูหลายอย่าง อาทิ ความเหมาะสม มีการเยียวยาให้ความเป็นธรรมแก่ตำรวจที่ถูกโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรมไปไกลจากภูมิลำเนา และการแต่งตั้งผิดฝาผิดตัว ไม่ตรงกับความรู้ความสามารถพร้อมให้โอกาสผู้ที่ได้อาวุโสได้มาดำรงตำแหน่งหลัก”“หลังคำสั่งแต่งตั้ง โยกย้าย 6 เดือนจะต้องมีการประเมินประสิทธิภาพในการทำงาน หากไม่มีประสิทธิภาพย้ายได้อีก ไม่ดีก็ย้ายกันทุก 6 เดือน ความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นคือดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ในกรอบการปฏิบัติโดยสุจริต แม้เงินเดือนจะน้อย แต่เมื่อเราสมัครมาเป็นตำรวจแล้ว เป็นตำรวจทั้งใจและกาย สิ่งที่สำคัญคือการมีทัศนวิสัยที่ดีต่อประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ท่าทีความพอใจอย่างมากของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประธานการประชุม ก.ตร.กับความเรียบร้อยลงตัวของโผโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.จนถึง สว.เป็นปีแรกในรอบหลายปีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ผบ.ตร.สามารถออกคำสั่งให้ทำให้มีผลได้ทันเงื่อนไขตามที่กฎ ก.ตร.กำหนดไว้ คือ ให้คำสั่งรอง ผบก.และ สว.มีผลภายในวันที่ 30 พ.ย.ของทุกปีเป็นปีแรกหลัง พล.อ.ประยุทธ์เข้ามากำกับดูแลตำรวจด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกก่อนหน้านี้ ผบ.ตร.ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจวาระประจำปี 2562 ระดับรอง ผบก.-ผกก.ออกมาจำนวน 2,429 ตำแหน่ง และเปิดโอกาสให้ ผบช.ลงนามคำสั่งรอง ผกก.และ สว.ทันตามเงื่อนไขเป็นไปตามนโยบายของ ผบ.ตร. แต่ก่อนคำสั่งโยกย้ายตำรวจเป็นที่รู้กันดีว่าต้องข้ามปี เลยไปหลายเดือน บางปีลากยาวถึงเดือน พ.ค. ทำให้ตำรวจไม่เป็นอันทำงาน มัวแต่เอาเวลาทำงานไปวิ่งเต้นเข้าหาผู้ใหญ่ทุกสายทั้งนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล ผู้มีอำนาจฝากฝังกันลงมากดดันที่ ผบช.และ ผบ.ตร. ช่วงที่แต่งตั้งตำรวจแต่คิดเรื่องตำแหน่ง เมื่อไหร่คำสั่งจะออก จะเลื่อนอีกไหม เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในหลายยุคที่ผ่านมาการเลื่อนคำสั่งไม่เป็นผลดีเลย ยิ่งปล่อยเวลาเนิ่นนานออกไป ต่างคนต่างวิ่งเต้นไม่เป็นอันทำงาน เป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ในการโยกย้ายตำรวจทุกสมัย จนกลายเป็น “วังวน” ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาปีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กระโดดลงมาคุมการแต่งตั้งด้วยตนเอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้อำนาจเด็ดขาดในการจัดทำโผโยกย้ายรอง ผบก.และ สว. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และที่สำคัญต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ออกคำสั่งมีผลให้ได้ทันตามกฎ ก.ตร.หลายคนตั้งคำถาม ผบ.ตร.จะทำได้จริงหรือไม่ผบ.ตร.จะสามารถแต่งตั้งตำรวจให้ทันกรอบเวลา แก้ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมได้จริงหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำ ออกหนังสือเวียนแจ้งการแต่งตั้งโยกย้ายล่วงหน้าเป็นเดือน ประกาศชัดเจนจะทำให้คำสั่งรอง ผบก.จนถึง สว.มีผลภายในเดือน พ.ย.ตามที่กฎ ก.ตร.กำหนดสั่งให้คนทำบัญชีของทุกหน่วย รวบรวมรายชื่อแต่ละภาค ปิดข่าวเงียบการแต่งตั้ง ไม่ให้เช็กชื่อที่นำไปสู่การวิ่งเต้นตำแหน่งเหมือนทุกปี และเป็นต้นเหตุทำให้คำสั่งล่าช้า เพราะการวิ่งเต้นไม่หยุดผบ.ตร.คาดโทษ ผบช.และกำลังพล ตร. ที่ฝ่าฝืนคำสั่ง “กฎเหล็ก” ทำให้ปีนี้ตำรวจไม่สามารถเช็กชื่อหรือรู้ตำแหน่งล่วงหน้าได้ ทุกคนต้องรอลุ้นผลคำสั่งตามที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรผบ.ตร.คืนความเป็นธรรมให้กับหน่วย ให้ ผบช.มีอำนาจเต็มในการโยกย้าย เลือกวางคนที่เหมาะสม มือทำงานอยู่ในหน่วย โดยเฉพาะตำแหน่งรอง ผกก.และ สว. ที่ ผบช.มีอิสระเต็มที่ในการโยกย้ายสลับตำแหน่งวางตัวคนลงในตำแหน่งหลัก แก้ปัญหาโยกย้ายผิดฝาผิดตัว ย้ายคนที่ไม่ถนัดแต่ละสายงาน ทำให้เกิดปัญหาตามมา ผบ.ตร.จัดสรรตำแหน่ง บริหารงานตำรวจได้ลงตัว แม้จะอยู่ในยุคนักการเมืองเข้ามามีบทบาท แต่ ผบ.ตร.คุมเกมโยกย้ายตำรวจทุกระดับได้ดี ให้อำนาจรอง ผบ.ตร.ที่เป็นบอร์ดแต่งตั้งระดับ ตร. มีส่วนร่วมในการคัดเลือกคนมาดำรงตำแหน่ง ขอความเห็นจาก ผบช.หน่วย ซึ่งใกล้ชิดกับตำรวจมากที่สุด ย่อมรู้ดีว่าคนไหนทำงาน คนไหนวิ่งเต้น ทุกส่วนถูกนำมาเป็นข้อมูลในการโยกย้ายครั้งนี้ทั้งหมดแม้ผู้ที่ได้รับตำแหน่งจะไม่เป็นที่ถูกใจตำรวจทุกคน มีคนที่สมหวังน้อยกว่าคนที่ผิดหวัง เนื่องจากตำแหน่งที่ว่างแต่ละปีน้อยมาก แต่รายชื่อที่ออกมา คนทำงานหลายคนได้ดี นักสืบสวนมือปราบหลายคนที่ถูกย้ายผิดที่ผิดทางกลับสู่งานที่ถนัดตำรวจส่วนใหญ่ยอมรับกับรายชื่อที่ออกมาเป็นไปตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งให้ความไว้วางใจ ผบ.ตร.ในการจัดทำโผโยกย้ายตำรวจชนิดเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่ง ผบ.ตร.ทำได้ดีลงตัวเป็นปีแรกที่คำสั่งโยกย้ายตำรวจได้ตามกำหนดเงื่อนไข ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหลังจากแต่งตั้งโยกย้ายออกมา พล.ต.อ. จักรทิพย์ลงมาดูแลความเป็นอยู่ของตำรวจทันที วางมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินตำรวจและตำรวจฆ่าตัวตาย ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยที่ใกล้ชิดลูกน้องลงไปดูแลปัญหาหนี้สินตำรวจ เจรจาเจ้าหนี้ ไม่ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาแก้ปัญหาโดดเดี่ยวคนเดียวส่วนปัญหาฆ่าตัวตายของตำรวจ ระยะสั้นให้หน่วยตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตข้าราชการตำรวจและครอบครัวขึ้น เพื่อวิเคราะห์ปัญหาของตำรวจ จัดทำประวัติตำรวจกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย เข้าไปดูแลแก้ไข ให้ รพ.ตร.ลงไปอบรมให้ความรู้กับคณะกรรมการที่หน่วยตั้งขึ้นมาไปถ่ายทอดให้กับตำรวจที่โรงพักระยะกลางให้ทุกหน่วยจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี เพิ่มการตรวจสุขภาพทางจิตใจ ภาวะติดสุราเรื้อรังและมีนักจิตวิทยาร่วมด้วย ส่วนระยะยาว รพ.ตร. จัดตั้งศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาตำรวจฆ่าตัวตาย รวมทั้งกำหนดให้ทุกสถาบันการศึกษาตำรวจเพิ่มหลักสูตรการเรียนการป้องกันฆ่าตัวตายภาพรวมของความเป็นผู้นำที่ “บิ๊กแป๊ะ” ให้ความสำคัญในการดูแลทั้งเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายให้ความเป็นธรรม ดูแลสวัสดิการ ความเป็นอยู่ครอบครัวตำรวจ แก้ไขปัญหาหนี้สิน ความเครียด ตำรวจฆ่าตัวตายโดยเฉพาะการโยกย้ายตำรวจ ผบ.ตร.สอบผ่าน ไม่มีข่าวการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง ตำรวจที่ทำงานมีผลงาน ส่วนใหญ่ได้ดี ตรงตามเนื้อผ้า ตรงตามเนื้องาน ที่สำคัญการแต่งตั้งทันตามกรอบเวลา ตำรวจจะได้มีเวลาไปทำงานเต็มที่ ไม่ต้องมาพะวงกับการเลื่อนคำสั่ง เลื่อนแล้วเลื่อนอีกเหมือนหลายๆปีที่ผ่านมาทำให้การแต่งตั้งตำรวจเกิดความเป็นธรรม ตำรวจส่วนใหญ่ยอมรับกับตำแหน่งที่ออกมา ผบ.ตร.เดินมาถูกทางในการแก้ปัญหาโยกย้ายตำรวจได้อย่างลงตัวถือเป็นมิติใหม่ของวงการตำรวจ.ทีมข่าวอาชญากรรม