หน้าฝนต่อฤดูหนาว สภาพอากาศระยะนี้ กลางคืนเย็น ความชื้นสัมพัทธ์สูง มีทั้งหมอกและน้ำค้าง กลางวันอุณหภูมิสูง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบให้เฝ้าระวัง...โรคราแป้งสามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นกุหลาบ จะพบอาการของโรคได้กับทุกส่วน แต่ส่วนมากจะเกิดกับใบอ่อน ยอดอ่อนและดอกอ่อนเริ่มแรกจะแสดงอาการบนผิวของใบ ต่อมาจะพบกุล่มเส้นใยและสปอร์ของเชื้อรา คล้ายผงแป้งเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ และขยายวงกระจายออกไปหากอาการรุนแรงจะพบผงแป้งบนก้านใบ กิ่ง ดอก ก้านดอก ใบอ่อน กลีบดอก และลำต้น ทำให้ใบบิดเบี้ยวเสียรูปร่าง ใบเหลืองแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แห้งกรอบ และร่วงไปในที่สุด โดยเชื้อราชนิดนี้สามารถทำลายได้ตั้งแต่อายุน้อย หากเป็นรุนแรงจะทำให้เกิดการแคระแกร็น และถ้าเชื้อราเข้าทำลายตาใบ จะทำให้ต้นกุหลาบไม่สามารถแตกกิ่งแตกยอดได้เป็นอันตรายมากกับสวนกุหลาบที่มีการให้ปุ๋ยไนโตรเจนมากจนเกินไป ในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นฉะนั้น ในระยะนี้เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูก กำจัดวัชพืช ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความชื้น ลดแหล่งสะสมเชื้อราสาเหตุโรค และทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการระบาดของโรค เพราะโรคนี้สามารถระบาดได้ด้วยการแพร่สปอร์ปลิวไปกับสายลมหนาวที่โชยมาหากเริ่มพบต้นที่เป็นโรคให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช ไพราโซฟอส 29.4% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เบโนมิล 50% ดับเบิลยูพี อัตรา 6-10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วันและให้หลีกเลี่ยงการฉีดพ่นสารในกลุ่มซัลเฟอร์ หรือกำมะถัน เพราะอาจทำให้กุหลาบเกิดอาการไหม้ได้.สะ-เล-เต