เมื่อวันที่ 21 พ.ย. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จเป็นประธานเปิดงานเฉลิมฉลอง 30 ปีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ภายใต้หัวข้อ CRC@30 and Beyond “ความสำเร็จตลอด 30 ปี กับความท้าทายที่ต้องเผชิญ เพื่อก้าวเดินไปอย่างเข้มแข็ง” เนื่องในวันสิทธิเด็กสากล ในการนี้ มีพระราชทานพระดำรัส ความตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญแก่การส่งเสริมพัฒนาและปกป้องคุ้มครองเด็ก โดยนำอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและมาตรฐานสากลอื่นๆ รวมถึงยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติฉบับปรับปรุงในการขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงในด้านการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ตลอดจนยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติในการขจัดความรุนแรงต่อเด็กในด้านการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา นำมาจัดทำเป็นมาตรการทางกฎหมาย ทางบริหาร ทางการศึกษา และทางสังคม เพื่อพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลให้มากยิ่งขึ้นความสำเร็จดังกล่าวของประเทศไทย เป็นผลจากการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ตั้งแต่ก่อนเข้ากระทั่งเข้าเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเมื่อปี 2535 จนถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาคีเครือข่ายทั้งรัฐ เอกชน ประชาสังคม องค์การระหว่างประเทศ องค์การสหประชาชาติ รวมทั้ง สภาเด็กและเยาวชน และเครือข่ายเด็กและเยาวชน จะทํางานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และพันธกรณีที่เกี่ยวข้องให้เกิดระบบการดูแลเด็กที่ครอบคลุมด้านสุขภาพ การศึกษา และการคุ้มครองทางสังคม รวมทั้งพัฒนาระบบการปกป้องคุ้มครองเด็กกลุ่มที่ต้องการการคุ้มครองเป็นพิเศษ ด้วยการจัดบริการที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของเด็กอย่างต่อเนื่อง ทันการณ์ เป็นระบบและครบวงจร.