สปป.ลาว เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 สั่นสะเทือนถึงไทยกระทบภาคเหนือ อีสาน และกรุงเทพฯ จุดศูนย์กลางอยู่ห่าง จ.น่าน เพียง 20 กม. บ้านเรือนเสียหายไปหลายหลัง โบราณสถานโอนเอนไปตามแรงสั่นสะเทือน คนไข้ใน รพ.ต่างหนีออกนอกตึก ส่วนที่โรงไฟฟ้าหงสา ประกาศหยุดเดินเครื่องชั่วคราว โรงไฟฟ้าไซยะบุรีและน้ำงึม 2 ไม่กระทบ ขณะที่อธิบดี ทธ.เผยเกิดจากการเลื่อนตัวในแนวระนาบเหลื่อมขวา ส่งผลถึงกรุงเทพฯ เพราะชั้นดินอ่อนตัวเกิดแผ่นดินไหวที่ สปป.ลาว สั่นสะเทือนถึงไทย เมื่อเวลา 04.03 น. วันที่ 21 พ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ความลึก 5 กม. จุดศูนย์กลางอยู่ที่ สปป.ลาว ส่งผลกระทบรุนแรงที่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้บ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 20 กม. จำนวน 14 ครั้ง เกิดการสั่นไหวเป็นวงกว้างหลายจังหวัด ประกอบด้วย จ.น่าน จ.พะเยา จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.ลำปาง และ จ.เลย ต่อมาเวลา 06.50 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ความลึก 3 กม. ในบริเวณดังกล่าวทำให้เกิดรอยเลื่อน ปัวพาดผ่านมีพื้นที่ อ.สันติสุข อ.ท่าวังผา อ.ปัว อ.เชียงกลาง และ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ในแนวเหนือและใต้ด้วยความยาวประมาณ 130 กม. ต่อมาเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายที่ จ.น่าน เริ่มจากที่หมู่บ้านน้ำช้าง หมู่ 11 ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ บ้านเรือนประชาชนเสียหาย ตัวผนังปูนเกิดรอยร้าว 8 หลัง ส่วนที่ ร.ร.ตชด.เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ เกิดความเสียหายจำนวนหลายจุด อาคารเรียนแตกร้าว บ้านพักครูมีรอยร้าว 2 หลัง กระเบื้องหลังคาบางส่วนหลุดลงพื้น และอาคารสุขศาลาพระราชทานได้รับความเสียหายบางส่วน ที่วัดพระธาตุจอมพริก บ้านเสี้ยว หมู่ 6 ต.ยม อ.ท่าวังผา องค์พระธาตุแตกและเอียง กำแพงแตกเป็นรอยยาว ส่วนฐานองค์พระพุทธรูปแตกเช่นกัน ที่วัดพระธาตุแช่แห้ง ส่วนบนขององค์พระธาตุ เป็นสายล่อฟ้าเดิมติดตั้งไว้เอียง 45 องศา หลังเกิดแผ่นดินไหวเอียงลงมา 90 องศาจ.เชียงราย เกิดแรงสั่นสะเทือนทั้ง 18 อำเภอ ข้าวของเครื่องใช้สั่นไหว เจ้าหน้าที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงรายออกหนังสือประกาศขอความร่วมมืออำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งใน จ.เชียงราย เร่งออกสำรวจตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ที่ จ.พะเยา เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั้งจังหวัด 2 ครั้ง อาคาร บ้านเรือน โรงแรมและโรงพยาบาล ต่างรับรู้ ถึงแรงสั่นสะเทือน ส่วนที่ตลาดเทศบาลเชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา พ่อค้าแม่ค้าจัดวางสินค้าหน้าร้านเตรียมขาย เกิดแรงสั่นของล่วงหล่นพื้นกันเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านตกใจวิ่งออกมาที่โล่ง นายพยุงศักดิ์ พลลุน นายอำเภอสูงเม่น จ.แพร่ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่วัดพระหลวงธาตุเนิ้ง มีพระธาตุเก่าแก่ที่สุดอายุกว่าพันปี พระธาตุเอียงประมาณ 15 องศา นายพยุงศักดิ์กล่าวว่า แต่ละครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวชาวบ้านจะต้องมาเฝ้าระวังที่พระธาตุแห่งนี้ มีอายุเก่าแก่กว่าพันปี และเป็นที่สักการบูชาของชาวบ้าน ตรวจสอบพระธาตุยังไม่เสียหาย นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผวจ.แพร่ สั่งการให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวังและตรวจสอบความเสียหาย เพื่อวางแนวทางช่วยเหลือด้านนายวรพจน์ วรพงษ์ ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ความลึก 3 กม.ที่ สปป.ลาว ห่างจากเขื่อนสิริกิติ์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 207 กม. และเขื่อนสิริกิติ์วัดอัตราเร่งสูงสุด ได้ 0.01530 g น้อยกว่าค่าที่ออกแบบไว้ที่ 0.1 g หรือขนาด 7.50 เหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าวเป็นเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น น้อยมากกับการออกแบบรองรับของตัวเขื่อน ขณะนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเร่งตรวจสอบเครื่องวัดอัตราเร่งแผ่นดินไหวของเขื่อนทั้ง 3 เครื่องแล้ว และตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำพบว่าไม่ส่งผลกระทบต่อตัวเขื่อนแต่อย่างใด เช่นเดียวกับที่เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก ไม่ได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนในพื้นที่ภาคอีสาน ได้รับผลกระทบหลายจังหวัด เริ่มจากที่ รพ.ราชพฤกษ์ ริมถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่อพยพผู้ป่วยออกจากตัวอาคารให้มาพักชั่วคราวอยู่ที่ลานจอดรถ หน้าอาคาร มี นพ.ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รพ.ราชพฤกษ์ พร้อมเจ้าหน้าที่พาผู้ป่วยออกมานอกอาคารทันทีที่เกิดแรงสั่นไหว กระทั่งเวลาผ่านไป 1 ชม. เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบใน อาคาร แรงสั่นสะเทือนหยุด พาผู้ป่วยกลับเข้าในห้องพักเพื่อรอการรักษาต่อไปส่วนที่ รพ.เลย ตึกสงฆ์บูรพาจารย์ เกิดรอยร้าวตามมุมห้อง ฝ้าเพดานร่วงหล่นพื้น ประสานสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ พบว่ามีรอยร้าวเล็กน้อยไม่ส่งผลกระทบตัวอาคารเช่นเดียวกับอีกหลายจังหวัดประกอบด้วย บุรีรัมย์ หนองคาย นครราชสีมา และอุดรธานี ชาวบ้านมองเห็นแผงไฟ พัดลมเพดานโยกไปมา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหายน.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 06.50 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่ระดับความลึก 3 กม. ทำให้รู้สึกสั่นไหวในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งกรุงเทพฯ มีแผ่นดินไหวนำตั้งแต่เวลา 23.49-06.28 น. ขนาด 2.0-5.9 จำนวน 13 ครั้ง ครั้งที่รู้สึกได้เป็นเวลา 04.03 น. ขนาด 5.9 และ เวลา 04.19 น. ขนาด 4.3 และมีแผ่นดินไหวตาม (aftershocks) ตั้งแต่ เวลา 07.33-08.32 น. ขนาด 2.4-4.8 จำนวน 9 ครั้งด้านนายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) เปิดเผยว่า สาเหตุของแผ่นดินไหวครั้งนี้ เกิดจากการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนใน สปป.ลาว ที่วางตัวแนว NNW-SSE แบบตามแนวระนาบเหลื่อมขวาเป็นหลัก ทำให้ประชาชนในพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ได้แก่ จ.น่าน พะเยา เชียงใหม่ ลำปาง อุตรดิตถ์ ลำพูน แพร่ และพิษณุโลก ได้รับแรงสั่นสะเทือน ส่วนที่กรุงเทพฯ สั่นสะเทือนเช่นกัน เนื่องจากเกิดการขยับตัวของคลื่น จากแรงสั่นไหว 6.3 เมื่อมาถึงแรงสั่นไหวจะลดลงเรื่อยๆตามลำดับ พื้นที่กรุงเทพฯ มีชั้นดินที่อ่อนตัว เป็นปัจจัยสำคัญทำให้รู้สึกถึงแรงสั่นไหว โดยเฉพาะที่อยู่บนตึกสูง เป็นเรื่องปกติของการเกิดแผ่นดินไหวนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายของโบราณสถานที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่กรมศิลปากรไม่นิ่งนอนใจ สั่งการด่วนไปยังสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ และสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น ให้ส่งเจ้าหน้าที่และวิศวกรเข้าไปตรวจสอบโบราณสถานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบขณะเดียวกัน นายคทายุทธ์ ชูพูล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด สปป.ลาว เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 จุดศูนย์กลางอยู่ที่ สปป.ลาว โรงงานผลิตไฟฟ้าหงสา ตั้งอยู่ที่เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว ประกาศหยุดการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว เพื่อสำรวจความเสียหาย อยู่ระหว่างประเมินเฝ้าติดตามสถานการณ์ แต่ไม่มีผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแน่นอนส่วนที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี และโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ของ สปป.ลาว ออกแถลงการณ์ว่า จากการสำรวจเบื้องต้น โครงสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี และโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ สปป.สาว ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง ยังคงเดินเครื่องผลิต และจ่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว ตามสัญญาได้อย่างต่อเนื่อง บริษัทเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ และผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ โครงสร้างและอุปกรณ์ทุกส่วนของโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง เป็นไปตามข้อกำหนด และมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดขณะที่สำนักสำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐฯ หรือยูเอสจีเอส ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวสามารถรับรู้ได้ในหลายประเทศ รวมทั้งที่เมียนมา จีน และไทย สำหรับประเทศไทยจะรู้สึกได้มากในภาคเหนือและอีสาน ขณะที่มีรายงานด้วยว่า อาคารสูงในกรุงเทพมหานครเกิดสั่นไหวด้วย แต่ไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย ส่วนสำนักงานเฝ้าระวังแผ่นดินไหวของไทย ประเมินความรุนแรงของแผ่นดินไหวลูก ล่าสุดไว้ที่ 6.4 จุดศูนย์กลางลึกเพียง 3 กม. ห่างจาก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 20 กม.