ผมมีเหตุให้มั่นใจตลอดมา ความสูญเสียทุกครั้งในสงครามสามจังหวัดใต้ ผู้คนที่ดูเหมือนต่างศาสนา ต่างภาษา ต่างเผ่าพันธุ์ แต่ลงลึกลงไปในความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ต่างก็เจ็บปวดรวดร้าว15 ชีวิตพลเรือนที่ถูกฝึกให้ทำหน้าที่ชุดรักษาหมู่บ้าน ที่ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ทำให้ผมย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในอำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี เมื่อกว่าสิบปีที่แล้วเรื่องนี้มีสถานที่จริง มีตัวตนคนจริงๆ ผมอ่านจากสกู๊ปข่าวหน้า 1 ไทยรัฐหมู่บ้านแห่งนั้นมีคนไทยนับถือศาสนาพุทธอยู่ไม่กี่หลังคาเรือน คนส่วนใหญ่เป็นไทยมุสลิม ซึ่งเดิมทีก็ผูกพันรักใคร่กันดีเหมือนพี่เหมือนน้องจนกระทั่งหลังกระแสปฏิวัติอิหร่าน กระแสการเมืองโลกเปลี่ยน หลังเหตุปล้นปืนค่ายทหารเจาะไอร้อง นราธิวาส บ้านคนส่วนน้อยไทยพุทธก็ถูกรังควานหลายบ้านยอมย้ายหนี แต่ก็มีครอบครัวหนึ่งยังอยู่ลูกชายถูกยิงตาย ผู้พ่อบาดเจ็บที่ขา รักษาตัวหาย ก็ยังยึดอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง จากปากทางริมถนนใหญ่เข้าหมู่บ้านผู้โดยสารที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมก็เต็มใจใช้บริการแต่เป็นการบริการที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากคนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นฝ่ายนั่งหลัง ผู้โดยสารต้องรับงานขี่เองจนไปถึงที่หมายเป็นภาพของน้ำจิตน้ำใจที่เอื้ออาทรให้กันและกัน ที่คงหาดูไม่ได้ง่ายๆเลยสถานการณ์ยิ่งรุนแรง...วันต่อมา คนขี่มอเตอร์ไซค์ก็ถูกฆ่าบ้านที่อยู่ก็ถูกเผา เหลือภรรยา ตอนนั้นอายุราว 70 ปี ที่แสดงความมาดมั่นเกิดที่นี่ ก็ขออยู่ต่อไปที่นี่ แม้ว่าจะต้องตายที่นี่ปริศนาคาใจคนที่รู้เรื่อง แล้วเธอคนนั้น คุณยายคนนั้น จะดำรงชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร ในบ้านหลังที่ปลูกใหม่...ด้วยน้ำใจเจือจานจากเพื่อนบ้านไทยมุสลิมแวดล้อมที่คุ้นหน้าเรื่องที่เล่านี้...คงเป็นเรื่องประทับใจ...มีองค์กรภาคสตรีชวนนักข่าวเข้าไปพูดคุยกับเธอนักข่าวคนที่ไปเป็นสุภาพสตรี เขียนเรื่องมาให้สกู๊ปหน้า 1 ผมจำได้ ระหว่างที่คุณยายเล่าเรื่องชีวิตของเธอไป พานักข่าวเดินดูบ้านเก่าหลังที่ถูกไฟไหม้เธอก็ขอตัวแวะไปหยิบถุงของกินของใช้ ที่มีผู้ใจบุญแต่ไม่ประสงค์บอกชื่อ...นำมาวางไว้ให้ทุกวันปริศนาก็คลี่คลาย คุณยายดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยน้ำใจของเพื่อนบ้านไทยมุสลิม ซึ่งเธอเชื่อว่าพวกเขาเคร่งครัดในหลักศาสนา นอกจากจะไม่รังแกผู้หญิง เด็กและคนแก่ในกรณีที่ต้องสงเคราะห์ ก็ต้องสงเคราะห์ให้อยู่รอดตัดภาพจากเรื่องในหมู่บ้านไทยมุสลิมที่มีคนไทยพุทธเป็นส่วนน้อยที่อำเภอไม้แก่นมาถึงภาพบ้านลำพะยาหมู่บ้านนี้ เป็นเช่นเดียวกับหมู่บ้านละแวกนั้น ลำใหม่ ทรายขาว นาประดู่ คนไทยพุทธเป็นส่วนใหญ่ ไทยมุสลิมเป็นส่วนน้อย พวกเขาอยู่กันอย่างกลมกลืน ช่วยเหลือเจือจานกัน ไม่ว่างานศาสนา ประเพณีในความผูกพันฉันพี่น้องอันยาวนาน เมื่อมีสถานการณ์ของความสูญเสียใหญ่...แน่นอน ความเจ็บปวด ความเสียใจ จึงเกิดขึ้นได้กับทุกคนตรงจิตสำนึกลึกๆของความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนี่แหละ ที่ยังทำให้ผมมีความหวัง...ไฟสาม-สี่จังหวัดใต้ มีโอกาสที่จะดับสนิทได้...ถ้าผู้ใช้อำนาจรัฐคลำได้ตรงจุดจุดเดียวที่ผมเห็น และเชื่อว่าอำนาจรัฐก็คงเห็น คือความยุติธรรม ตราบเมื่อทุกฝ่ายมั่นใจว่าได้รับความเป็นธรรม เรื่องร้ายก็จะได้เวลายุติลง.กิเลน ประลองเชิง