จากทำเนียบรัฐบาลถึง “กาฬสินธุ์” ธ.ค.นี้ “สุวิทย์” จัดจ๊อบแฟร์สร้างอาชีพนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงความคืบหน้าโครงการยุวชนสร้างชาติ เพื่อแก้วิกฤติบัณฑิตตกงาน ซึ่งมี 3 โครงการหลัก ประกอบด้วย บัณฑิตอาสา อาสาประชารัฐและกองทุนยุววิสาหกิจเริ่มต้น ใช้งบประมาณ 8,600 ล้านบาท ว่า โครงการยุวชนสร้างชาติ ได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ที่ต้องการลงไปทำงานกับชุมชนเพื่อจะได้เห็นความทุกข์ยากของประชาชนรวมทั้งบัณฑิตที่ว่างงานจำนวนมาก โดยขณะนี้ อว.กำลังร่างหลักเกณฑ์ในการรับบัณฑิตในโครงการบัณฑิตอาสา จำนวน 50,000 คน และโครงการอาสาประชารัฐ ที่จะรับนิสิตนักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 จำนวน 10,000 คน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ไม่เกิดการทุจริตคอร์รัปชันหรือหักหัวคิวเกิดขึ้น และที่น่ายินดีคือธนาคารออมสิน เมื่อได้ทราบว่า อว.ดำเนินโครงการดังกล่าว จึงนำเงินมาสมทบอีก 500 ล้านบาท ในโครงการกองทุนยุววิสาหกิจเริ่มต้น ทำให้มีงบประมาณดำเนินการในโครงการยุวชนสร้างชาติเป็น 9,100 ล้านบาท โดยกลางเดือน ธ.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะทำการคิกออฟโครงการอาสาประชารัฐ จากทำเนียบรัฐบาลถึง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องนั้นจะขยายไปสู่จังหวัดอื่นต่อไป สำหรับโครงการบัณฑิตอาสาที่รับบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน3 ปี ทำงาน 1 ปี ได้เงินเดือน 15,000 บาท จะเริ่มในเดือน ม.ค.2563นายสุวิทย์กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์การว่างงาน ตนมองว่า จะเป็นโอกาสของนักศึกษา ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงาน เนื่องจากขณะนี้ เราต้องการแรงงานอีก 4 แสนคนใน 5 ปีในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยต้องการสายอุตสาหกรรมดิจิทัลกว่า 34,000 ตำแหน่ง อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 12,000 ตำแหน่ง อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 9,000 ตำแหน่ง การแพทย์ครบวงจร 20,000 ตำแหน่ง การบินและโลจิสติกส์กว่า 29,000 ตำแหน่ง เป็นต้นนอกจากนี้ อว.กำลังจับมือกับ 11 บริษัทยักษ์ใหญ่ ได้แก่ ปูนซิเมนต์ไทย บริษัท ปตท.จำกัด บริษัทโตโยต้า กลุ่มสหพัฒนพิบูล บริษัทเบทาโกร ธนาคารกสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กลุ่มบางจาก มิตรผล บริษัทเอไอเอสและกลุ่มไทยเบฟ จำกัด จัดทำหลักสูตรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ รวมทั้งจะจัดงานจ๊อบแฟร์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับเทรนด์อาชีพเด่น สร้างอาชีพให้คนไทยทุกกลุ่ม.