เมื่อวันที่ 12 พ.ย. รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาลและกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะทำงานโครงการพัฒนารูปแบบคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์เป็นหน่วยบริการร่วมให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง ลงพื้นที่คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์พรรณเวช ปาริชาดคลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์ และพลอยคลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์ ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจเยี่ยมความพร้อมในการเข้าร่วมเป็นคลินิกการพยาบาลฯ ที่นำร่องเป็นหน่วยบริการร่วมในระบบสิทธิบัตรทองรศ.ดร.ทัศนากล่าวว่า การเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการร่วมให้บริการในระบบบัตรทองของ “คลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์” เกิดจากที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีนโยบายการดำเนินงานเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพและมาตรฐานตามวิชาชีพ โดยเน้นให้ประชาชนได้รับความสะดวก และลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยภารกิจของคลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์ เน้นการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รวมถึงการรักษาพยาบาล การฉีดยา การทำแผล และการเปลี่ยนสายให้อาหาร ตลอดจนให้บริการเยี่ยมบ้านบริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้านร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เบื้องต้นในปี 2562 ยังเป็นการนำร่องหน่วยบริการร่วมคลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯก่อน ซึ่งมีประมาณ 38 แห่ง ขณะนี้เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการร่วมในระบบสิทธิบัตรทองแล้ว 3 แห่ง และอยู่ระหว่างขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง“วันนี้เป็นการตรวจเยี่ยมเพื่อประเมินความพร้อมของคลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์ ซึ่งต้องมั่นใจว่าสามารถให้การดูแลประชาชนอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานภายใต้กรอบวิชาชีพการพยาบาลได้ และเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีคลินิกการพยาบาลฯที่สมัครเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้น และภายหลังจากการดำเนินการแล้ว 1 ปีจะมีการประเมินผล โดยอนาคตจะมีการขยายไปยังคลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์ในพื้นที่ต่างจังหวัดต่อไป” นายกสภาการพยาบาลกล่าวและว่านอกจากนี้ ยังถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของวิชาชีพการพยาบาลที่น่าภาคภูมิใจ ในการมีส่วนร่วมเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนอย่างใกล้บ้านใกล้ใจ ซึ่งปกติวิชาชีพพยาบาลก็มีความใกล้ชิดกับคนไข้อยู่แล้ว และต้องขอบคุณ สปสช.ที่เห็นความสำคัญของพยาบาล เปิดให้ร่วมเป็นกำลังในระบบสิทธิบัตรทอง เพื่อให้เกิดการดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง.